ภาวะผู้นำที่แท้จริงของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเลย เขต ๑

Main Article Content

พนิดา ฐานขันแก้ว
ชิษณพงศ์ ศรจันทร์

บทคัดย่อ

 


การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ๑) ระดับภาวะผู้นำที่แท้จริงของผู้บริหารสถานศึกษาและระดับการปฏิบัติงานของครู ๒) ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำที่แท้จริงของผู้บริหารสถานศึกษากับการปฏิบัติงานของครู และ ๓) ภาวะผู้นำที่แท้จริงของผู้บริหารสถานศึกษาที่สามารถพยากรณ์การปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต ๑ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครู จำนวน ๓๐๐ คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า ๕ ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามภาวะผู้นำที่แท้จริงของผู้บริหารสถานศึกษา เท่ากับ ๐.๙๘๑ และการปฏิบัติงานของครู เท่ากับ ๐.๙๖๐ ผลการวิจัยพบว่า ๑) ภาวะผู้นำที่แท้จริงของผู้บริหารสถานศึกษาโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (= ๔.๕๑) และการปฏิบัติงานของครูโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (= ๔.๕๒) ๒) ภาวะผู้นำที่แท้จริงของผู้บริหารสถานศึกษามีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการปฏิบัติงานของครูในระดับสูง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๑ (r = ๐.๘๐๕) และ ๓) ภาวะผู้นำที่แท้จริงของผู้บริหารสถานศึกษาทั้ง ๔ ด้าน ได้แก่ ด้านมุมมองเชิงจริยธรรม ด้านความโปร่งใสเชิงสัมพันธ์ ด้านกระบวนการที่สมดุล และด้านความตระหนักรู้ในตนเอง สามารถร่วมกันพยากรณ์การปฏิบัติงานของครูได้ร้อยละ ๗๗.๔๐ โดยด้านมุมมองเชิงจริยธรรมมีอิทธิพลสูงสุด จากการวิจัยครั้งนี้สะท้อนว่า ภาวะผู้นำที่แท้จริงของผู้บริหารสถานศึกษาไม่ได้ส่งเสริมการปฏิบัติงานของครูเพียงรายด้าน แต่เกิดจากการบูรณาการร่วมกันขององค์ประกอบภาวะผู้นำทั้ง ๔ ด้าน โดยเฉพาะมิติด้านจริยธรรมซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความไว้วางใจ แรงจูงใจ และความร่วมมือในการปฏิบัติงาน อันนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาอย่างยั่งยืน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
1.
ฐานขันแก้ว พ, ศรจันทร์ ช. ภาวะผู้นำที่แท้จริงของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการปฏิบัติงานของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเลย เขต ๑. JGSR [อินเทอร์เน็ต]. 31 สิงหาคม 2026 [อ้างถึง 4 กันยายน 2026];22(2):192-20. available at: https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JGSR/article/view/286644
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ภาษาไทย

พปุณณิฐฐา มาเชค. การบริหารองค์กรทางการศึกษาในยุคดิจิทัล. ชลบุรี : คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, ๒๕๖๕.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐–๒๕๗๙. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, ๒๕๖๐.

จิราภรณ์ นวลน้อย. “ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากรสายสนับสนุน สังกัดมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย.” วารสารนวัตกรรมการจัดการทางการศึกษาและสังคม ๑, ฉบับที่ ๒ (๒๕๖๑) : ๔๕–๕๘.

วรรณวิสาข์ รัตนพันธ์, ณัฐวรรณ พุ่มดียิ่ง และพิชญาภา ยืนยาว. “ภาวะผู้นำที่แท้จริงของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของข้าราชการครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร.” วารสารสิรินธรปริทรรศน์ ๒๒, ฉบับที่ ๒ (กรกฎาคม–ธันวาคม ๒๕๖๔).

วรัชญ์ขวัญ ปัญวิยะ. ภาวะผู้นำที่แท้จริงที่ส่งผลต่อการปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพของครูในสถานศึกษา เขตอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต ๓.วิทยานิพนธ์ สาขาวิชาการบริหารการศึกษา, มหาวิทยาลัยพะเยา, ๒๕๖๔.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต ๑. รายงานผลการดำเนินงาน. เลย : สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต ๑, ๒๕๖๘.

ภาษาอังกฤษ

Northouse, Peter G. Leadership: Theory and Practice. Thousand Oaks, CA: Sage, 2010.

Sharma, Chandradhar. A Critical Survey of Indian Philosophy. Varanasi: Motilal Banarsidass, 1964.

Krejcie, Robert V., and Daryle W. Morgan. “Determining Sample Size for Research Activities.” Educational and Psychological Measurement 30, (1970): 607

Shulman, Lee S. “Knowledge and Teaching: Foundations of the New Reform.” Harvard Educational Review 57, (1987): 1–22.

Walumbwa, Fred, Bruce J. Avolio, William L. Gardner, Tara S. Wernsing, and Suzanne J. Peterson. “Authentic Leadership: Development and Validation of a Theory-Based Measure.” Journal of Management 34, no. 1 (2008): 89–126.

Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD). PISA 2022 Results (Volume I and II): Country Notes – Thailand. Paris: OECD Publishing, 2023.