แนวทางการพัฒนาสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

Main Article Content

พระมหาสันติ นาถาบำรุง
ผศ.ดร.จุฑารัตน์ คัมภีรภาพ

บทคัดย่อ

โครงการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาโครงสร้าง ระบบงาน และบุคลากร สถาบันภาษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย นี้มีวัตถุประสงค์ ๓ ประการ คือ ๑) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และอุปสรรคด้านโครงสร้าง ระบบงาน และสมรรถนะบุคลากรของสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ๒) เพื่อศึกษาองค์ประกอบการพัฒนาโครงสร้าง ระบบงาน และสมรรถนะบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ และ ๓) เพื่อนำเสนอรูปแบบโครงสร้าง ระบบงาน และสมรรถนะบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ


ระเบียบวิธีวิจัยใช้แบบผสมผสาน ทั้งการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Method) และการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Method) โดยข้อมูลที่นำมาใช้ ได้นำหลักพุทธธรรม หลักอิทธิบาท ๔ และ หลักพรหมวิหาร ๔ มาประยุกต์ใช้เพื่อการพัฒนาสถาบันภาษา มจร โดยใช้เครื่องมือวิจัยจากเอกสาร แบบสอบถาม โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มประชากร ๘๔ รูป/คน กลุ่มตัวอย่าง ๖๐ รูป/คน ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ๔๘ รูป/คน และ การสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้บริหารระดับมหาวิทยาลัย และผู้บริหารระดับสถาบันภาษาจากทั้งมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ๕ รูป/คน การวิเคราะห์ข้อมูลตามการวิจัยเชิงปริมาณจากแบบสอบถาม LIKERT Scale ด้วย SPSS และ CRONBACH แล้วนำข้อมูลสถิติแสดงตัวเลข มาวิเคราะห์สังเคราะห์ เรียบเรียง สรุปผลการวิจัย เพื่อการอภิปรายผล และ ข้อเสนอแนะ ส่วนการวิเคราะห์เชิงคุณภาพใช้แบบ Content Analysis จากกลุ่มผู้ให้ข้อมูลการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-dept interview) แบบเฉพาะเจาะจง โดยถอดคำสัมภาษณ์เรียงตามข้อคำถาม แล้วนำมาจัดระเบียบข้อมูล จำแนกเป็นหมวดหมู่เพื่อการวิเคราะห์สังเคราะห์สรุปสาระสำคัญ แล้วจึงเรียบเรียงผลการวิจัยในรูปแบบการนำเสนอเชิงพรรณนา (Descriptive Presentation) ผลการประเมินดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับวัตถุประสงค์ (IOC) ของแบบสอบถามจำนวน ๖๐ ข้อ ค่า IOC รวมทั้งฉบับของแบบสอบถามคือ ๐.๘๒ ซึ่งผ่านเกณฑ์ที่กำหนด (๐.๕๐) แสดงว่าแบบสอบถามมีความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาและมีความสอดคล้อง สามารถนำไปใช้ในการวิจัยได้และมีผลการประเมินดัชนีที่มีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับวัตถุประสงค์ (IOC) ในส่วนของแบบสัมภาษณ์จำนวน ๑๒ ข้อ พบว่ามีค่า IOC รวมทั้งฉบับเท่ากับ ๐.๙๒ ซึ่งอยู่ในระดับสูง แสดงว่าแบบข้อคำถามสัมภาษณ์มีความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา มีความสอดคล้อง เหมาะสม และสามารถนำไปใช้ในการสัมภาษณ์เพื่อการวิจัยได้


ผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ข้อที่ ๑ พบว่า สภาพปัจจุบันและปัญหา จากการวิเคราะห์มุมมองภายใน (n = 17) มีความพึงพอใจต่อองค์กรใน ๓ ด้าน ได้แก่ ด้านสมรรถนะบุคลากร (\bar{x} = 3.87) ด้านโครงสร้างองค์กร (bar{x} = 3.79) และด้านระบบงาน (\bar{x} = 3.66) แม้จะมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าเกณฑ์เล็กน้อย แต่พบว่าผู้บริหารและบุคลากรมีความเห็นต่อปัญหาด้านโครงสร้าง ระบบงาน และสมรรถนะบุคลากร โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง (\bar{x} = 3.66 - 3.87) และเมื่อทดสอบสมมติฐานเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานที่ ๓.๕๐ พบว่าค่า p-value มากกว่า ๐.๐๕ (p > 0.05) ในทุกด้าน ถือเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการชี้ให้เห็นถึง “ความจำเป็นในการพัฒนา” (Need for Development) สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การวิจัยที่มุ่งเน้นการหา “องค์ประกอบการพัฒนา” ผลการทดสอบ One-Sample t-test (p > 0.05) และ “ระบบงาน” (Sat_system) ที่มีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด (\bar{x} = 3.66) บ่งบอกถึงความล่าช้าหรือขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนในการปฏิบัติงาน สะท้อนถึงปัญหาความไม่ชัดเจนของโครงสร้าง ระบบงานที่ขาดความคล่องตัว และสมรรถนะบุคลากรที่ต้องเร่งพัฒนา เป็นการสะท้อนให้เห็นถึง”สภาวะนิ่งของระบบการบริหารจัดการ” (Stagnant Administrative State) และ “ปัญหาแฝง” (Hidden Problems) ในการวิเคราะห์ผล (Discussion) ในการพัฒนาองค์กรทางรัฐประศาสนศาสตร์ ของระบบการบริหารจัดการ (Stagnant Administrative State) ของสถาบันภาษา มจร ผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ข้อที่ ๒ องค์ประกอบการพัฒนา จากมุมมองภายนอกจากผู้รับบริการ (นิสิตและผู้เข้าสอบ) พบว่า ผู้รับบริการมีความพึงพอใจต่อการดำเนินงานของสถาบันภาษาในระดับสูงมาก (\bar{x} = 4.36 - 4.48) ซึ่งเป็นจุดแข็งในด้านคุณภาพการสอนและบริการ และเมื่อทดสอบสมมติฐานพบว่าค่า p-value น้อยกว่า ๐.๐๕ (p < 0.05) ในทุกด้าน ซึ่งแสดงถึงความสำเร็จอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ประสิทธิภาพของการส่งมอบบริการด้านการเรียนการสอน (Sat_teaching) มีค่าเฉลี่ยสูงสุด (\bar{x} = 4.48) ผลลัพธ์นี้แสดงให้เห็นว่าสถาบันภาษามี”ศักยภาพในเชิงวิชาการ” ที่เป็นปัจจัยหลักที่ดึงดูดและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนิสิตและบุคลากรที่เข้ามาใช้บริการ คุณภาพการบริการที่เหนือความคาดหมาย ด้านการบริการโดยรวม (Sat_service) และกิจกรรมโครงการ มีค่าเฉลี่ยในระดับสูง (\bar{x} = 4.36 - 4.42) และมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = .005) ชี้ให้เห็นว่าสถาบันภาษาบริหารจัดการหน้างาน (Front-end) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้รับบริการ แม้ว่าจะมีข้อจำกัดด้านทรัพยากรหรือระบบงานภายใน จากผลแบบสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้บริหาร ทั้งระดับผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ และ ผู้อำนวยการฝ่ายงาน ทั้งที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จุฬาลกรณ์มหาวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จำนวน ๖ รูป/คน มีผู้ตอบกลับมาจำนวน ๕ รูป/คน เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาโครงสร้างองค์กร ระบบงาน และ สมรรถนะบุคลากรของสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ที่มีความเห็นให้ทำข้อเสนอเชิงนโยบายและแผนพัฒนาองค์กรอย่างเป็นระบบ ระดับมหาวิทยาลัย ยุทธศาสตร์การยกระดับสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สู่การเป็นศูนย์กลางภาษานานาชาติ จากผลการวิเคราะห์ช่องว่างความสำเร็จ (The Reality Gap) เปรียบเทียบระหว่าง “มุมมองภายนอก” และ “มุมมองภายใน” ที่พบจุดที่ต้องเร่งพัฒนา ส่วนผลการวิจัยตอบวัตถุประสงค์ข้อที่ ๓ การนำเสนอรูปแบบโครงสร้าง ระบบงาน และสมรรถนะบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ “ยุทธศาสตร์ ๓ ประสาน คือ โมเดล คน-ระบบ-โครงสร้าง” (Triple-S Transformation Model) เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ประกอบด้วย มิติที่ ๑ ด้านโครงสร้าง (Structure) การปฏิรูปสายบังคับบัญชา ลดความซ้ำซ้อน กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ (Job Description) ให้ชัดเจน มุ่งเน้นการตัดสินใจที่รวดเร็วขึ้น มิติที่ ๒ ด้านระบบงาน (System) พัฒนาระบบ Digital One-Stop Service เพื่อรองรับการเรียนรายวิชาภาษาอังกฤษ (MCU 001-006) การสอบ MCU-GET และการอบรมภาษา เพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลาการรอคอย และ มิติที่ ๓ ด้านบุคลากร (Staff) มุ่งเน้นหลักการ “Put the right man on the right job” พัฒนาสมรรถนะผ่านกลยุทธ์การเรียนรู้ภาษาอังกฤษด้วย FSA Strategy และเสริมสร้างจรรยาบรรณวิชาชีพ เพื่อยกระดับความเชี่ยวชาญสู่มาตรฐานสากล การเร่งปรับปรุงโครงสร้างการบริหารให้มีความนิ่งและคล่องตัว นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาบูรณาการในระบบงานอย่างเต็มรูปแบบ และพัฒนาทักษะเฉพาะทางของบุคลากรให้สอดคล้องกับภารกิจหลัก เพื่อเปลี่ยนผ่านจากระดับปานกลางสู่องค์กรสมรรถนะสูงในอนาคต

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
1.
นาถาบำรุง พ, คัมภีรภาพ จ. แนวทางการพัฒนาสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. JGSR [อินเทอร์เน็ต]. 31 สิงหาคม 2026 [อ้างถึง 4 กันยายน 2026];22(2):203-21. available at: https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JGSR/article/view/286427
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ภาษาไทย

กลุ่มงานพัฒนาโครงสร้างองค์กร กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร. คู่มือการปฏิบัติงาน กระบวนงานปรับปรุงโครงสร้างส่วนราชการ. กรุงเทพ: สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข, ๒๕๖๐.

กิตติทัต วงษ์พวง. “พฤติกรรมและทัศนคติในการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษแบบนำตนเองของนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาเอกชน”. การค้นคว้าอิสระ หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชานวัตกรรมทางธุรกิจ. โครงการหลักสูตรปริญญาโทออนไลน์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๖๖.

ดีน แอนเดอร์สัน และลินดา อัคเคอร์แมน แอนเดอร์สัน. เกินกว่าการจัดการการเปลี่ยนแปลง: วิธีการบรรลุผลลัพธ์ที่ก้าวล้ำผ่านการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่มีสติ. ซานฟรานซิสโก: ไฟฟ์เฟอร์, ๒๐๑๐.

ภัทรภร บุญศร. “การพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันโดยใช้บทฝึกการสนทนาภาษาอังกฤษ”. รายงานการวิจัย. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, ๒๕๖๒.

มณัญญา มานะรัชศักดิ์ และ อุบลวรรณ ส่งเสริม. “การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษตามแนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารและความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา”. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร. ปีที่ ๒๑ ฉบับที่ ๑ (มกราคม - มิถุนายน ๒๕๖๖): ๓๖๗-๓๘๑.

วิรัช วิรัชนิภาวรรณ. การบริหารจัดการและการบริหารการพัฒนาของหน่วยงานของรัฐ. E-book: ExpernetBooks, ๒๐๒๐.

วรพจน์ พรหมสัตยพรต. การบริหารงานสาธารณสุขท้องถิ่น. E-book: ExpernetBooks, ๒๐๒๐.

ว่าที่ร้อยตรีหญิงมณัญญา มานะรัชศักดิ์. “การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ตามแนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสารร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมมือ เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารและความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษา”. วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. หลักสูตรและ

การสอน: มหาวิทยาลัยศิลปากร, ๒๕๖๕.

วิลเลียม เจ. โรธเวลล์ และคณะ. การปฏิบัติการพัฒนาองค์กร: คู่มือสำหรับการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง. (ซานฟรานซิสโก: ไฟฟ์เฟอร์, ๒๐๑๐.

วิลเลียม เอ. พาสมอร์ และคณะ. การวิจัยการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาองค์กร เล่มที่ ๑๘. บิงลีย์: Emerald Group Publishing Limited, ๒๐๑๐

ศิราภรณ์ เรืองแก้ว.“ปัญหาและความต้องการของผู้เรียนภาษาต่างประเทศที่มีต่อการให้บริการของสถาบันภาษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง”. รายงานการวิจัย. มหาวิทยาลัยรามคำแหง, ๒๕๕๗.

สถาบันภาษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม. แผนยุทธศาสตร์สถาบันภาษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔. นครปฐม: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม, ๒๕๖๔.

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต). พุทธธรรม ฉบับปรับขยาย. ฉบับข้อมูลคอมพิวเตอร์, ๒๕๖๘.

สมพร โกมารทัต. “การศึกษาการใช้กลยุทธ์การเรียนภาษาต่างประเทศของนักศึกษาระดับปริญญาตรีในกรุงเทพฯและปริมณฑล”. รายงานผลการวิจัย. มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, ๒๕๕๙.

สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน. แผนบริหารความต่อเนื่อง (Business Continuity Plan: BCP). กรุงทพ: กระทรวงแรงงาน, ๒๕๖๓.

หลุยส์ คาร์เตอร์ เดวิด อุลริช และมาร์แชลล์ โกลด์สมิธ. แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการพัฒนาความเป็นผู้นำและการเปลี่ยนแปลงองค์กร: บริษัทที่ดีที่สุดจะรับประกันการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายและความเป็นผู้นำที่ยั่งยืนได้อย่างไร. ซานฟรานซิสโก: ไฟฟ์เฟอร์, ๒๐๐๕.

เฮลมี่ เอช บาลีห์. โครงสร้างองค์กร: ทฤษฎีและการออกแบบ การวิเคราะห์และการกำหนด. สหรัฐอเมริกา: Springer Science + Business Media, Inc., 2006.