การวิเคราะห์หลักอิทธิบาท ๔ ในการพัฒนาบุคลากรที่พึงประสงค์ของสถาบันพลังจิตตานุภาพ หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ ๑) เพื่อศึกษาแนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับหลักการพัฒนาบุคลากรที่พึงประสงค์ของสถาบันพลังจิตตานุภาพ หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร ๒) เพื่อศึกษาหลักอิทธิบาท ๔ ที่ใช้ในการพัฒนาบุคลากรที่พึงประสงค์ของสถาบันพลังจิตตานุภาพ หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร และ ๓) เพื่อวิเคราะห์หลักอิทธิบาท ๔ ในการพัฒนาบุคลากรที่พึงประสงค์ของสถาบันพลังจิตตานุภาพ หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยผู้วิจัยได้ทำการศึกษาค้นคว้าข้อมูลในด้านเนื้อหาเอกสารและสัมภาษณ์ กับผู้ให้ข้อมูลสำคัญเชิงลึก โดยการเก็บข้อมูลกับกลุ่มเป้าหมาย จำนวน ๒๐ รูป/คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือแบบสัมภาษณ์เชิงลึก และนำข้อมูลมาวิเคราะห์เรียบเรียงเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า หลักการพัฒนาบุคลากรที่พึงประสงค์ของสถาบันพลังจิตตานุภาพ มุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากรให้มีความสมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ ตามแนวทางที่หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร ด้วยการฝึกสมาธิปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรมส่งเสริมคุณลักษณะของบุคลากรที่มีศีลธรรม เมตตาธรรม และเสียสละ ส่วนหลักธรรมที่ใช้ในการพัฒนาบุคลากรที่พึงประสงค์ของสถาบันพลังจิตตานุภาพ คือ หลักอิทธิบาท ๔ ที่ถือเป็นแนวทางการพัฒนาจิตใจที่ส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ คือ ฉันทะ ที่เน้นการปลูกฝังแรงจูงใจในภารกิจเพื่อส่วนรวม วิริยะ ที่ส่งเสริมความเพียรในการฝึกสมาธิและงานเผยแผ่ จิตตะ ที่เน้นสมาธิ ความตั้งใจมั่น และ วิมังสา ที่เน้นการประเมินผลตนเองและการพัฒนาต่อเนื่อง ซึ่งปัจจัยที่ส่งเสริมประสิทธิภาพของการใช้หลักอิทธิบาท ๔ ได้แก่ ภาวะผู้นำของผู้บริหาร ความเข้าใจในหลักธรรมของบุคลากร ระบบการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง และบรรยากาศองค์กรที่เอื้อต่อการปฏิบัติธรรม หลักอิทธิบาท ๔ จึงเป็นปัจจัยหลักในการพัฒนาบุคลากรที่พึงประสงค์และเป็นปัจจัยที่ทำให้สถาบันพลังจิตตานุภาพขับเคลื่อนและพัฒนาไปได้อย่างมีความมั่นคงและมีประสิทธิภาพ สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ในการปฏิบัติสมาธิตามแนวทางหลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร พร้อมควบคู่กับหลักธรรมตามหลักพระพุทธศานาได้อย่างถูกต้อง มีทัศนคติที่เปิดรับการพัฒนาพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ มีความพร้อมในการรับคำแนะนำ เปิดใจฟังข้อเสนอแนะตระหนักถึงบทบาทองค์กร และการเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคม ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของสถาบันพลังจิตตานุภาพ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้เป็นความคิดเห็นส่วนผู้แต่ง กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป
เอกสารอ้างอิง
๑. ภาษาไทย
ก. ข้อมูลปฐมภูมิ
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาบาลี ฉบับมหาจุฬาเตปิฏกํ ๒๕๐๐. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๕.
ข. ข้อมูลทุติยภูมิ
(๑) หนังสือ:
ขันติพโลและศิษย์, ธรรมส่องโลก, (กรุงเทพมหานคร : บริษัทประชาชน จำกัด, ๒๕๕๕) หน้า ๓๘
พระมหาปกรณ์ กิตฺติธโร. ๒๕๖๕. บรรณานุสรณีย์งานออกเมรุพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระญาณวชิโรดม (วิริยังค์ สิรินฺธโร) วัดธรรมมงคล เถาบุญนนทวิหาร กรุงเทพมหานคร ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพมหานคร วันอาทิตย์ที่ ๑๙ เดือนมิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๕. หน้า ๙๔-๑๑๖.
พระมหาสุพล ขนฺติพโล, ทางสู่ความสำเร็จ, พิมพ์ครั้งที่ ๕, (กรุงเทพมหานคร: บริษัท ประชาชน จำกัด, ๒๕๕๑), หน้า ๑๙-๒๐
พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต). (๒๕๖๒). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. กรุงเทพฯ: มูลนิธิพุทธธรรม.
พระธรรมมงคลญาณ (วิริยังค์ สิรินฺธโร), คุณค่าของชีวิต, (กรุงเทพมหานคร : หจก. พิฆณีการพิมพ์, ม.ป.พ.), หน้า ๑๑๔.
พระเทพเจติยาจารย์ (หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร), หลักสูตรครูสมาธิ เล่ม ๓ พิมพ์ครั้งที่ ๖, (กรุงเทพมหานคร: หจก. พิฆณี, ๒๕๕๓), หน้า คำนำ.
สถาบันพลังจิตตานุภาพ. ๒๕๖๗. เกี่ยวกับสถาบันพลังจิตตานุภาพ. เข้าถึงวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๘.
(๒) ดุษฎีนิพนธ์/วิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์:
กุลนิษฐ์ ชาตินักรบ. “การส่งเสริมความเป็นพลเมืองตามแนวทางหลักสูตรครูสมาธิ ของสถาบันพลังจิตตานุภาพ วัดสิรินธรเทพรัตนาราม อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม”. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, ๒๕๖๗.
วชิราวัลย์ มหพรภัสสร์. “การพัฒนาคุณภาพชีวิตผ่านหลักสูตรครูสมาธิของสมเด็จพระญาณวชิโรดม (หลวงพ่อวิริยังค์) เชิงพุทธบูรณาการ”. ดุษฎีนิพนธ์. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๖.
วรรณพร ฮอฟมันน์. “ศึกษาผลสัมฤทธิ์วิธีการสอนครูสมาธิ เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันของ”. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๒.
(๓) บทความ:
สิริวดี ชูเชิด. “การพัฒนาสมรรถนะบุคลากรในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ”. วารสารวไลยอลงกรณ์ปริทัศน์ (มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์). ปีที่ ๑๒ ฉบับที่ ๑ ( มกราคม-เมษายน ๒๕๖๕): ๒๒๓-๒๓๘