ส่งเสริมการใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์แก่เยาวชนด้วยหลักปธาน ๔ กรณีศึกษาเยาวชน อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ส่งเสริมการใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์แก่เยาวชนด้วยหลักปธาน ๔ กรณีศึกษาเยาวชน อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยเรื่อง การส่งเสริมการใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์แก่เยาวชน กรณีศึกษาเยาวชนในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีวัตถุประสงค์เพื่อ ๑. ศึกษาแนวคิด ทฤษฎีส่งเสริมการใช้โชเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์แก่เยาวชน : กรณีศึกษาเยาวชน อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ๒. ศึกษาหลักปทาน ๔ ในการส่งเสริมการใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์แก่เยาวชน : กรณีศึกษาเยาวชน อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ๓.ส่งเสริมการใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์แก่เยาวชนด้วยหลักปทาน ๔ : กรณีศึกษาเยาวชน อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา รวมถึงการนำหลักปธาน ๔ มาประยุกต์ใช้เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมดังกล่าว การศึกษาใช้วิธีวิจัยเชิงคุณภาพแบบเอกสารและสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน ๑๕ รูป/คน ผลการวิจัยพบว่า ๑) การใช้โซเชียลมีเดียของเยาวชนในอำเภอหาดใหญ่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เทคโนโลยี และวัฒนธรรมอย่างชัดเจน โดยแพลตฟอร์มยอดนิยม เช่น Facebook, Instagram, TikTok และ X (Twitter) เป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวัน ทั้งในด้านการสื่อสาร การแสดงตัวตน การเรียนรู้ และการสร้างเครือข่าย เยาวชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และมีพื้นที่ในการแสดงออก ซึ่งโซเชียลมีเดียเป็นทั้งเครื่องมือสร้างสรรค์และโอกาสในการพัฒนาศักยภาพในมิติต่าง ๆ ๒) หลักปธาน ๔ เป็นแนวทางสำคัญในการส่งเสริมการใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์แก่เยาวชน โดยเน้นการรู้เท่าทันสื่อและการปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม สังวรปธาน ช่วยป้องกันการหลงเชื่อหรือเผยแพร่ข้อมูลผิด ๆ, ปหานปธาน เน้นการละเลิกพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม,ภาวนาปธานกระตุ้นให้สร้างสรรค์สิ่งดี ๆ และอนุรักขนาปธาน ช่วยรักษาพฤติกรรมที่ดีให้ต่อเนื่อง หลักการเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างเยาวชนให้เป็นผู้ใช้สื่ออย่างมีจริยธรรม และใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาตนเองและสังคมได้อย่างยั่งยืน ๓) การส่งเสริมการใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์ด้วยหลักปธาน ๔ เป็นกระบวนการบูรณาการ ที่ครอบคลุมทั้งการป้องกันความเสี่ยง การแก้ไขพฤติกรรม การส่งเสริมการสร้างสรรค์สิ่งดีงาม และการรักษาพฤติกรรมที่ดีอย่างยั่งยืน การปลูกฝังสติและการรู้เท่าทันสื่อ (สังวรปธาน) การละพฤติกรรมไม่เหมาะสม (ปหานปธาน) การสร้างเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ (ภาวนาปธาน) และการรักษาความดีอย่างต่อเนื่อง (อนุรักขนาปธาน) แนวทางนี้ช่วยเสริมสร้างเยาวชนให้เติบโตเป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีจริยธรรม วิจารณญาณ และจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม สามารถใช้สื่อดิจิทัลได้อย่างสร้างสรรค์และยั่งยืนในอนาคต
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความนี้เป็นความคิดเห็นส่วนผู้แต่ง กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป
เอกสารอ้างอิง
จรินธรณ์ ขันโพธิ์น้อย. (๒๕๖๔). การประยุกต์ใช้หลักอริยสัจ ๔ เพื่อส่งเสริมกิจกรรมการดูแลช่วยเหลือนักเรียน. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
จิณห์จุฑา ศุภมงคล, & กมลาศ ภูวชนาธิพงศ์. (๒๕๖๓). การพัฒนาพฤติกรรมเชิงสร้างสรรค์ของเยาวชนด้วยพุทธจิตวิทยา. วารสารพุทธศาสตร์ศึกษา, ๗(๒), ๔๕–๕๙.
จุมพล รอดคำดี. (๒๕๖๕). อนาคตสื่อสารของเยาวชนไทย. กรุงเทพฯ: สำนักงานกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์.
ญาณี รัชต์บริรักษ์. (๒๕๖๕). เด็กและสื่อในยุคดิจิทัล: การเรียนรู้และทักษะจำเป็นสำหรับการอยู่รอด. กรุงเทพฯ : สถาบันเด็กและเยาวชนศึกษา.
ธีระพงค์ ทองมั่นคง, & พระปราโมทย์ วาทโกวิโท. (๒๕๖๖). FIMDEC Model: โมเดลพัฒนาความพร้อมของเยาวชนในยุคดิจิทัล. วารสารวิชาการการสื่อสาร, ๑๐(๑), ๑๐๑–๑๑๗.
พระกมลรัตน์ ต่ายลีลาศ, พระมหารังสี ปี่แก้ว, อภิเดช สุผา, & พร้อมพงษ์ ปานดี. (๒๕๖๖). หลักพุทธธรรมกับการบริโภคสื่อออนไลน์อย่างมีสติของเยาวชนไทย. วารสารธรรมศาสตร์กับการสื่อสารเชิงพุทธ, ๑๕(๑), ๒๓–๔๐.
พระอธิการสุพรรณ วิสุทฺโธ, & คณะ. (๒๕๖๗). การวิเคราะห์หลักพุทธธรรมเพื่อเสริมสร้างการรู้เท่าทันสื่อในกลุ่มเยาวชน. วารสารพระพุทธศาสนาและสังคม, ๙(๑), ๖๗–๘๑.
สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล. (๒๕๖๓). รายงานสถานการณ์สุขภาพจิตเยาวชนกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์. กรุงเทพฯ: ผู้แต่ง.