การศึกษาสภาพการบริหารงานวิชาการด้านการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของกลุ่มโรงเรียนจตุรมิตรลาดยาว ในอำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ ตามหลักอิทธิบาท 4
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพการบริหารงานวิชาการด้านการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ตามหลักอิทธิบาท 4 และ 2) เพื่อเปรียบเทียบระดับความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาและบุคลากรทางการศึกษาต่อการบริหารงานวิชาการด้านการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ตามหลักหลักอิทธิบาท 4 แยกตามปัจจัยส่วนบุคคล เป็นการวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามกลุ่มตัวอย่างการวิจัย จำนวน 97 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สำหรับการเปรียบเทียบความแตกต่างใช้การทดสอบค่าที และการทดสอบค่าเอฟโดยการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว เมื่อพบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติจึงทดสอบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีแอลเอสดี
ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพการบริหารงานวิชาการด้านการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของกลุ่มโรงเรียนจตุรมิตรลาดยาว ในอำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ ตามหลักอิทธิบาท 4 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณารายด้านทั้ง 5 ด้านพบว่าอยู่ในระดับมากที่สุด คือ ด้านการนิเทศการศึกษา ด้านการวัดผล ประเมินผลและดำเนินการเทียบโอนผลการเรียน ด้านการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ แบบ Active Learning ด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพคุณภาพการศึกษาในสถานศึกษา และด้านการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา แบบ Active Learning ตามลำดับ 2) ผลการเปรียบเทียบการบริหารงานวิชาการด้านการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ของกลุ่มโรงเรียนจตุรมิตรลาดยาว ในอำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามที่มีเพศ ตำแหน่ง ระดับการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นโดยรวมไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนผู้ตอบแบบสอบถามที่มีอายุและประสบการณ์ในการทำงานต่างกัน มีความคิดเห็นโดยรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 โดยผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี และอายุ 36 - 45 ปี มีค่าเฉลี่ยความคิดเห็นสูงกว่าผู้ที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป และผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำงาน 11 – 15 ปีและ 16 – 20 ปี มีค่าเฉลี่ยความคิดเห็นสูงกว่าผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำงานน้อยกว่า 5 ปี 6 – 10 ปี 21 – 25 ปี และ 26 ปีขึ้นไป ในด้านปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม ได้แก่ การอบรมเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้ครูในเรื่องการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning การใช้เทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในชั้นเรียน พบว่า มีความคิดเห็นโดยรวมไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ทุกด้าน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้นเพียงผู้เดียว และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกบทความลงตีพิมพ์และจะแจ้งให้เจ้าของบทความทราบหลังจากผู้ประเมินบทความตรวจอ่านบทความแล้ว
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
ชญาดา ฝ่ายไทย. (2568). การบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของนักเรียนในยุคดิจิทัล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต 5. วารสารมหาจุฬาคชสาร, 16(2), 274 – 294.
ชยพล ดีอุ่นและธีระภัทร ประสมสุข. (2564). การบริหารจัดการเรียนรู้ตามแนวทาง Active Learning ของสถานศึกษาศูนย์ เครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาลุ่มน้ำลาง อำเภอปางมะผ้า สังกัดสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยนอร์ทเชียงใหม่.
เชษฐชาย วรรณประพันธ์. (2564). รูปแบบการบริหารสถานศึกษาในการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา.
ฐาปนันท์ กันยา และพรทิพย์ สุริยาชัยวัฒนะ. (2558). การบริหารงานวิชาการกับประสิทธิผลของโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสุพรรณบุรี เขต 3. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์.
ณัจฉรียา ภาธรธนฤต. (2568). การบริหารงานวิชาการด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ของโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพะเยา. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยพะเยา.
ณัฐดาพร วิริยะอ่องศรี และวิรัลพัชร วงศ์วัฒน์เกษม. (2566). ทักษะการบริหารงานของผู้บริหารสถานศึกษาขนาดเล็ก เขตพัฒนาการศึกษาลำปลายมาศ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1. วารสารศึกษาศาสตร์ วิทยาลัยนครราชสีมา, 2(1), 81 – 93.
ทิพวรรณ กันยาประสิทธิ์. (2565). การบริหารงานวิชาการเชิงบูรณาการหลักอิทธิบาทของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 1. วารสารวิจัยศรีล้านช้าง, 2(7), 27-35.
ทิศนา แขมมณี. (2566). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 26. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
นภาพร สุขเกษม. (2563). ความสัมพันธ์ระหว่างอายุและประสบการณ์ของครูกับการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารวิจัยและพัฒนาการศึกษา, 14(2), 45–62.
ประภัสสร วงษ์สุวรรณ. (2561). การบริหารจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ตามหลักอิทธิบาท 4 ของโรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดนครสวรรค์. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
พงศกรณ์ พูลชัยวัฒนะ และอัจฉราวรรณ จันทร์เพ็ญศรี. (2566). การบริหารงานวิชาการของผู้บริหารสถานศึกษา สหวิทยาเขตชลบุรี 3 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชลบุรี ระยอง. วารสารวิจัยและนวัตกรรมทางการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร, 3(1), 30-43.
พัชราภา ตันติชูเวชศาสตร์. (2566). ผู้ดูแลระบบระบบควบคุมการศึกษาภายในที่ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของสถานศึกษาในอำเภอบางเลนจังหวัดนครปฐม. วารสารสมาคมพัฒนาการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย, 7(2), 1-18.
พัฒนพงษ์ แสงพันธ์. (2566). ทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ 21 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาขอนแก่น. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย.
วรรณภา นันทะแสง และคณะ. (2568). การพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต 2. วารสารมณีเชษฐาราม วัดจอมมณี, 8(2), 590-602.
สถาพร พฤฑฒิกุล. (2557). เอกสารประกอบการฝึกอบรมเรื่อง คุณภาพผู้เรียนเกิดจากกระบวนการเรียนรู้. สระแก้ว: คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตสระแก้ว.
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต). (2564). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. พิมพ์ครั้งที่ 43. กรุงเทพมหานคร: มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 2. (2567). รายงานผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566. แหล่งที่มา https://www.nsw2.go.th/wp/wp-content/uploads/2024/06/รายงานผลการดำเนินงานปี-66.pdf สืบค้นเมื่อ 20 ตุลาคม 2567.
สุดารัตน์ อายุเจริญ และคณะ. (2568). การบริหารการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาระยอง เขต 2. วารสารเสียงธรรมจากมหายาน, 11(2), 422*436.
สุนทรี วรรณไพเราะ. (2568). บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1. วารสารวิจัย มข, 13(1), 107-109.
อดิศักดิ์ แห่งธรรม, พงษ์ศักดิ์ ทองพันชั่ง และสมาน อัศวภูมิ. (2568). บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษาในการส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนของครูในศตวรรษที่ 21 โรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์. วารสารสมาคมพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษาแห่งประเทศไทย, 7(2), 171-187.
อังค์วรา สุวรรณเสน, บรรจง เจริญสุข และวรรณะ บรรจง (2559). บทบาทของผู้บริหารในการบริหารงานวิชาการโรงเรียนเอกชน ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 1. วารสารนาคบุตรปริทรรศน์, 8(2), 139-153.
Krejcie, R. V. and Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610.