ความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการเป็นพี่เลี้ยงกลับด้านของครู โรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม ในพระบรมราชินูปถัมภ์
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการพัฒนาการเป็นพี่เลี้ยงกลับด้านของครูโรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และ 2) ศึกษาความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการเป็นพี่เลี้ยงกลับด้านของครูโรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เป็นระเบียบวิธีวิจัยเชิงบรรยายโดยมีประชากรในการวิจัย คือ โรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม ในพระบรมราชินูปถัมภ์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2 ประกอบด้วยคณะผู้บริหาร จำนวน 5 คน และครู จำนวน 100 คน โดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามแบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ มีความเชื่อมั่นของแบบสอบถามเท่ากับ .93 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และจัดลำดับความต้องการจำเป็นโดยใช้ค่าดัชนีความต้องการจำเป็น
ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ในการพัฒนาการเป็นพี่เลี้ยงกลับด้านของครูโรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม ในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดยสภาพปัจจุบันอยู่ในระดับปานกลางและสภาพที่พึงประสงค์อยู่ในระดับมากที่สุด 2) ความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการเป็นพี่เลี้ยงกลับด้านของครูโรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม ในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดยลำดับความต้องการจำเป็นสูงสุด คือ การให้คำปรึกษาและถ่ายทอดองค์ความรู้ รองลงมา คือ การเป็นผู้ได้รับการยอมรับและมีความน่าเชื่อถือ การมีความรู้และเชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง การมีความสามารถในการสื่อสารและการให้ผลสะท้อน และการมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกับผู้อื่น
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้นเพียงผู้เดียว และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกบทความลงตีพิมพ์และจะแจ้งให้เจ้าของบทความทราบหลังจากผู้ประเมินบทความตรวจอ่านบทความแล้ว
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารอ้างอิง
กรณัฏฐ์ ฐิตากรพงศ์สถิต, สุมาลี ศรีพุทธรินทร์ และวัชรี แซงบุญเรืองกรณัฏฐ์. (2565). สภาพความต้องการจำเป็นและแนวทางพัฒนาทักษะดิจิทัลของครูเพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษษมุกดาหาร. วารสารรัชต์ภาค, 16(47), 189-206.
ทิพย์วิมล วังแก้วหิรัญ, ปริญญา มีสุข และอังค์วรา วงษ์รักษา. (2564). กระบวนการพัฒนาวิชาชีพครูแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพในประเทศไทยและต่างประเทศ. วารสารเศรษฐศาสตร์และกลยุทธ์การจัดการ, 8(1), 181-199.
ปอยขวัญ เขมา. (2565). การพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนพิชัยด้วยชุดกิจกรรมตามแนวคิด Outward Mindset สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิษณุโลกอุตรดิตถ์. การค้นคว้าอิสระการศึกษามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยนเรศวร.
พิมพ์ชนก หงษาวดี. (2563). แนวทางการพัฒนาครูโรงเรียนหอวังตามแนวคิดคุณลักษณะนวัตกร. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
โรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม ในพระบรมราชินูปถัมภ์. (2567). แผนพัฒนาสถานศึกษาปีงบประมาณ พ.ศ. 2567-2570. กรุงเทพมหานคร: โรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม ในพระบรมราชินูปถัมภ์.
สาธกา ตาลชัย. (2567). การพัฒนาครูในยุคดิจิทัล:ทักษะที่จำเป็นและความท้าทาย. วารสารกว๊านพะเยา, 1(3), 43-50.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560 - 2579. กรุงเทพมหานคร: พริกหวานกราฟฟิค.
สิทธิเดช มัยลาภ. (2565). การเปลี่ยนผ่านทางวัฒนธรรมองค์กรในยุคดิจิทัล. การค้นคว้าอิสระบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
Browne, I. (2021). Exploring Reverse Mentoring; "Win-Win" Relationships in The Multi-Generational Workplace. International Journal of Evidence Based Coaching & Mentoring, 15. https://doi.org/10.24384/jkc9-2r51
Clarke, A. J., Burgess, A., van Diggele, C. and Mellis, C. (2019). The role of reverse mentoring in medical education: current insights. Advances in medical education and practice, 693-701. https://doi.org/10.2147/AMEP.S179303
Chaudnuri, S., & Ghosh, R. (2012). Reverse mentoring a social exchange tool for keeping the boomers engaged and millennials committed. Human Resource Development Review, 11(1), 55-76.
Farrell, R., Cowan, P., Brown, M., Roulston, S., Taggart, S., Donlon, E. and Baldwin, M. (2022). Virtual Reality in Initial Teacher Education (VRITE): a reverse mentoring model of professional learning for learning leaders. Irish Educational Studies, 41(1), 245-256.
Palanas, V. D. (2020). Job-Embedded Learning (JEL) and Mentoring and Evaluation Levelling (MEL): An Educator’s Aftermaths to Learning and Development Intervention (LDI). JPAIR Institutional Research, 14.
Raberger, J., Gkaravelas, K., & Froehlich, D. E. (2024). Empowering Educators: The Impact of Reverse Mentoring on Developing Scientific Mindset and Research Skills. Education Sciences, 14(9), 993.
Zauchner-Studnicka, S. A. (2017). A model for reverse-mentoring in education. International Journal of Social, Behavioral, Educational, Economic, Business and Industrial Engineering, 11(3), 551-558.