ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สุขศึกษาโดยใช้ LOVE MODEL ร่วมกับเทคนิค RCA ที่มีต่อพฤติกรรมการป้องกันการใช้ยาเสพติดและภูมิคุ้มกันทางใจของนักเรียนมัธยมศึกษา
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์การวิจัยเพื่อศึกษาผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สุขศึกษาโดยใช้ LOVE MODEL ร่วมกับเทคนิค RCA ที่มีต่อพฤติกรรมการป้องกันการใช้ยาเสพติดและภูมิคุ้มกันทางใจของนักเรียนมัธยมศึกษา เป็นวิจัยกึ่งทดลอง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยใช้แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้สุขศึกษา โดยใช้ LOVE MODEL ร่วมกับเทคนิค RCA ที่มีต่อพฤติกรรมการป้องกันการใช้ยาเสพติดและภูมิคุ้มกันทางใจของนักเรียนมัธยมศึกษา จำนวน 8 แผน มีค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ที่ 0.99 และเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบประเมินพฤติกรรมการป้องกันการใช้ยาเสพติดและภูมิคุ้มกันทางใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบความแตกต่างค่าเฉลี่ยของคะแนนด้วยค่าที (t-test)
ผลการวิจัย พบว่า กลุ่มทดลองมีค่าคะแนนเฉลี่ยของพฤติกรรมการป้องกันการพฤติกรรมการป้องกันการใช้ยาเสพติดและภูมิคุ้มกันทางใจของนักเรียนมัธยมศึกษาสูงกว่า ก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) กลุ่มทดลองมีค่าคะแนนเฉลี่ยของพฤติกรรมการป้องกันการพฤติกรรมการป้องกันการใช้ยาเสพติดและภูมิคุ้มกันทางใจของนักเรียนมัธยมศึกษาสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้นเพียงผู้เดียว และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกบทความลงตีพิมพ์และจะแจ้งให้เจ้าของบทความทราบหลังจากผู้ประเมินบทความตรวจอ่านบทความแล้ว
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารอ้างอิง
กรมสุขภาพจิต. (2562). คู่มือการดำเนินงานโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
จินตนา สรายุทธพิทักษ์. (2557). โปรแกรมสุขภาพในโรงเรียน. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ฐิยาพร กันตาธนวัฒน์. (2563). การพัฒนาแบบวัดภูมิคุ้มกันทางใจสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี. วารสารวิจัยและพัฒนาหลักสูตร, 10(2), 146-156.
บุรฉัตร จันทร์แดง. (2562). ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมเสี่ยงต่อยาเสพติดของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. โรงเรียนดงหลวงวิทยา อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
รายงานสุขภาพคนไทย. (2566). ยาเสพติด. แหล่งที่มา https://www.thaihealthreport.com/th/report_health.php?id=1 สืบค้นเมื่อ 9 ธันวาคม 2568.
ศุภร ชินะเกตุ. (2553). ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมป้องกันยาเสพติดของนักเรียนระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ สังกัดอาชีวศึกษา จังหวัดราชบุรี. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
อัจฉรา สุขารมณ์. (2559). การฟื้นฟูพลังใจในภาวะวิกฤต. วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร, 4(1), 209-220.
เอมอัชฌา วัฒนบุรานนท์. (2563). โมเดลเลิฟกับการจัดการเรียนรู้สุขศึกษา. วารสารศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้, 8,(1), 233-245.