การพัฒนาหนังสือส่งเสริมการอ่าน ชุด เรียนรู้บทกลอนสอนสระเรารักษ์พะเยา ร่วมกับการจัดการเรียนรู้เทคนิคโฟร์บล็อกส์ (Four Blocks) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์การอ่านจับใจความสำคัญ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐาน 2) เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพหนังสือส่งเสริมการอ่าน ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 3) เพื่อทดลองใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน และ 4) เพื่อประเมินการใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน กลุ่มเป้าหมายใช้ในการศึกษา ครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านแม่ต๋ำ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 2 จังหวัดพะเยา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวนนักเรียน 11 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ประกอบด้วย 1) หนังสือส่งเสริมการอ่าน จำนวน 4 เล่ม 2) แผนการจัดการเรียนรู้ 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการเรียน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการหาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การหาค่า t – test แบบ dependent และการวิเคราะห์ข้อมูลเนื้อหา
ผลการวิจัย พบว่า 1) ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐานของการพัฒนา พบว่า หนังสือส่งเสริมการอ่านเป็นนวัตกรรมรูปแบบหนึ่ง เป็นสื่อการเรียนการสอนที่ผู้เรียนสามารถศึกษาด้วยตัวเอง และเทคนิคการสอนแบบโฟร์บล็อก (Four – Blocks) เป็นแนวทางการสอนทักษะการอ่านโดยให้โอกาสแก่ผู้อ่าน จากนั้นเชื่อมโยงความรู้เดิมเข้ากับความรู้ใหม่โดยผู้เชี่ยวชาญ ครูผู้สอน และนักเรียนมีความคิดเห็นที่สอดคล้องกันว่ามีความต้องการที่จะพัฒนาหนังสือส่งเสริมการอ่าน 2) ผลการพัฒนาและหาประสิทธิภาพของหนังสือส่งเสริมการอ่าน พบว่า มีค่าประสิทธิภาพ (E1/E2) แบบรายบุคคล เท่ากับ 68.89/64.44 ค่าประสิทธิภาพแบบกลุ่มเล็ก เท่ากับ 67.50/70.37 และค่าประสิทธิภาพแบบภาคสนาม (Field Tryout) เท่ากับ 82.14/85.00 3) ผลการทดลองใช้หนังสือส่งเสริมการอ่าน พบว่า มีประสิทธิภาพ E1/E2 เท่ากับ 85.42/90.71 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 80/80 4) ผลการประเมินและปรับปรุงแก้ไขหนังสือส่งเสริมการอ่าน พบว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และความพึงพอใจของนักเรียนโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้นเพียงผู้เดียว และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกบทความลงตีพิมพ์และจะแจ้งให้เจ้าของบทความทราบหลังจากผู้ประเมินบทความตรวจอ่านบทความแล้ว
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารอ้างอิง
ปราณี ปราบริปู. (2560). แนวทางการสร้างหนังสือเรียนและหนังสืออ่านเพิ่มเติม. วารสารศึกษาศาสตร์ มสธ, 10(2), 346-359.
ไพรินทร์ พึ่งพงษ์. (2559). ทำอย่างไรให้เด็กไทยอ่านหนังสือออก: ปัญหาที่ต้องทบทวน. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร, 14(1), 80-93.
โรงเรียนบ้านแม่ต๋ำ. (2563). หลักสูตรสถานศึกษา. พะเยา: โรงเรียนบ้านแม่ต๋ำ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพะเยา เขต 2.
โรงเรียนบ้านแม่ต๋ำ. (2564) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย. พะเยา: โรงเรียนบ้านแม่ต๋ำ.
แววมยุรา เหมือนนิลและประทีป เหมือนนิล. (2564). การอ่านจับใจความ (ฉบับปรับปรุงใหม่). กรุงเทพมหานคร: ชมรมเด็ก.
อภิเชษฐ์ เทศเล็ก. (2559). การพัฒนาหนังสือส่งเสริมการอ่านชุด ท่องเที่ยวเมืองสามพรานเพื่อส่งเสริมความสามารถในการอ่านจับใจความสำคัญ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
อัมพร อรรคสังข์. (2556). การพัฒนาหนังสือส่งเสริมการอ่านวรรณกรรมพื้นบ้านนครพนม กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
Comb. (2003). Reader and writers in middle grades. New Jersery: Pearson.
Golden and Gulthire. (1996). Four-Blocks. From https://book.pbru.ac.th/multim/thesis/72724/72724_chapter2.pdf Retrieved May 2, 2024.