การพัฒนาหลักสูตรเสริมทักษะการอ่านโน้ตดนตรีไทย สำหรับนักศึกษาวิชาเอกดนตรีศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง

Main Article Content

อดิศร สวยฉลาด

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสร้างหลักสูตรเสริมทักษะการอ่านโน้ตดนตรีไทยสำหรับนักศึกษาวิชาเอกดนตรีศึกษา และ 2) เพื่อศึกษาผลการใช้หลักสูตรเสริมทักษะการอ่านโน้ตดนตรีไทยสำหรับนักศึกษาวิชาเอกดนตรีศึกษา กลุ่มเป้าหมาย คือ นักศึกษาสาขาวิชาดนตรีศึกษา ชั้นปีที่ 3 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ปีการศึกษา 2568 ภาคเรียนที่ 1 ที่ลงทะเบียน เรียนรายวิชาดนตรีไทย จำนวน 23 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ หลักสูตรเสริมทักษะการอ่านโน้ตดนตรีไทยสำหรับนักศึกษาวิชาเอกดนตรีศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง แบบวัดทักษะการอ่านโน้ตดนตรีไทย และวิเคราะห์ผลด้วยสถิติที่ใช้ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน


ผลการวิจัยพบว่า 1) หลักสูตรเสริมสร้างการอ่านโน้ตดนตรีไทยสำหรับนักศึกษาวิชาเอกดนตรีศึกษา หลักสูตรที่สร้างขึ้น คือ หลักสูตรเสริมทักษะการอ่านโน้ตดนตรีไทย สำหรับนักศึกษาวิชาเอกดนตรีศึกษา มี 7 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) ความเป็นมาและความสำคัญของหลักสูตร 2) หลักการของหลักสูตร 3) จุดมุ่งหมายของหลักสูตร 4) โครงสร้างเนื้อหาหลักสูตร 5) การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน 6) สื่อทรัพยากร และแหล่งเรียนรู้ 7) การวัดและประมินผล ในภาพรวมหลักสูตรมีความเหมาะสมในระดับมาก และเอกสารประกอบหลักสูตรในภาพรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก 2) ผลการวัดทักษะการอ่านโน้ตดนตรีไทยสำหรับนักศึกษาวิชาเอกดนตรีศึกษาหลังการใช้หลักสูตรฯ ภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.58  คิดเป็นร้อยละ 85.00 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
สวยฉลาด อ. (2026). การพัฒนาหลักสูตรเสริมทักษะการอ่านโน้ตดนตรีไทย สำหรับนักศึกษาวิชาเอกดนตรีศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 13(2), 196–207. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDMCU/article/view/285784
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กิตติศักดิ์ สมุทธารักษ์. (2568). สารจากท่านอธิการบดีเกี่ยวกับการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน. แหล่งที่มา https://sdgs.lpru.ac.th/lprusdgs/ สืบค้นเมื่อ 12 ธันวาคม 2568.

ดาเรศ เทวโรทร. (2563). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยชุดการสอน เรื่อง การอ่านโน้ตดนตรีไทยตามทฤษฎีการเรียนรู้เพื่อพัฒนาสุนทรียภาพ โดยรองศาสตราจารย์ดร.สุกรี เจริญสุข ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

ปกรณ์ ประจัญบาน. (2552). การสุ่มตัวอย่าง. พิษณุโลก: คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร.

ประพนธ์ แสงนิล. (2551). ทฤษฎีดนตรีไทย. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ภัทรชัย บุญสุวรรณชัย และคนคณะ. (2567). การพัฒนาทักษะการอ่านโน้ตและทักษะการเล่นดนตรีไทยโดยใช้รูปแบบการสอนทักษะปฏิบัติของเดฟ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี.

มนู สร้อยศรี. (2549). ดนตรีไทยกับวิถีชีวิตไทย. กรุงเทพมหานคร: มรดกไทย.

มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง. (2566). รายงานประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาวิชาเอกดนตรีศึกษา ประจำปีการศึกษา 2565. ลำปาง: คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์.

วรรณณิษา แจ้งงุด และคณะ. (2565). ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนการอ่านโน้ตดนตรีไทย โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3. วิทยาลัยนาฏศิลปลพบุรี สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. กรุงเทพมหานคร: พริกหวานกราฟฟิค.

Gagnon, G. W. and Collay, M. (2001). Designing for learning: Six elements in constructivist classrooms. Corwin Press.

Jonassen, D. H. (1997). Instructional design models for well-defined and ill-defined problem-solving learning outcomes. Educational Technology Research and Development.

Saylor, J. G., Alexander, W. M. and Lewis, A. J. (1981). Curriculum planning for better teaching and learning. 4th ed. Holt, Rinehart and Winston.

Simpson, E. J. (1972). The Classification of Educational Objectives in the Psychomotor Domain. Washington, DC: Gryphon House.

Tyler, R. W. (1949). Basic principles of curriculum and instruction. University of Chicago Press.

UNESCO. (2006). UNESCO guidelines on intercultural education. United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization.

UNESCO. (2022). UNESCO guidelines on intercultural education. United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization.