แนวทางการบริหารงานกิจการนักเรียนของสถาบันอาชีวศึกษา ในจังหวัดนครราชสีมา
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการบริหารงานกิจการนักเรียนของสถาบันอาชีวศึกษาในจังหวัดนครราชสีมา และ 2) เพื่อนำเสนอแนวทางพัฒนาการบริหารงานกิจการนักเรียนของสถาบันอาชีวศึกษาในจังหวัดนครราชสีมา การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสมวิธี โดยใช้การวิจัยเชิงปริมาณเป็นหลักและเสริมด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพ กลุ่มตัวอย่างเชิงปริมาณ ได้แก่ ผู้บริหารและครูที่ปฏิบัติงานด้านกิจการนักเรียนในสถาบันอาชีวศึกษาในจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 105 คน ได้มาจากการสุ่มแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สร้างขึ้นตามกรอบกระบวนการบริหาร POLC และขอบข่ายงานกิจการนักเรียน 4 ด้าน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ดัชนีความต้องการจำเป็น (PNI modified) ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพใช้การสัมภาษณ์ผู้บริหารสถานศึกษาอาชีวศึกษา จำนวน 5 คน และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการบริหารงานกิจการนักเรียนโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาตามกระบวนการบริหาร POLC พบว่า ทุกกระบวนการมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด โดยด้านการนำมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดทั้งในสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ รองลงมาคือด้านการวางแผน การควบคุม และการจัดองค์การตามลำดับ ผลการวิเคราะห์ดัชนีความต้องการจำเป็นแบบปรับปรุง พบว่า งานแนะแนวอาชีพและจัดหางานมีความต้องการจำเป็นในการพัฒนาสูงที่สุด รองลงมาคือ งานสวัสดิการพยาบาลและงานโครงการพิเศษ งานปกครอง และงานกิจกรรมนักเรียนนักศึกษา ตามลำดับ 2) แนวทางพัฒนาการบริหารงานกิจการนักเรียนของสถาบันอาชีวศึกษาในจังหวัดนครราชสีมา พบว่า ผู้บริหารควรพัฒนาระบบแนะแนวอาชีพให้เชื่อมโยงกับตลาดแรงงานอย่างเป็นระบบ จัดทำกลไกติดตามผู้สำเร็จการศึกษา และกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จด้านการมีงานทำของผู้เรียนอย่างชัดเจน ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิเคราะห์ดัชนีความต้องการจำเป็น (PNI modified) ที่ชี้ให้เห็นว่างานแนะแนวอาชีพและจัดหางานมีลำดับความสำคัญสูงสุด
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้นเพียงผู้เดียว และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกบทความลงตีพิมพ์และจะแจ้งให้เจ้าของบทความทราบหลังจากผู้ประเมินบทความตรวจอ่านบทความแล้ว
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารอ้างอิง
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. (2565). แผนพัฒนาการจัดการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2566–2570. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2566). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566–2570). กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2550). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Katz, D. and Kahn, R. L. (1978). The social psychology of organizations. 2 nd ed. New York, NY: Wiley.
Knowles, M. S., Holton, E. F. and Swanson, R. A. (2015). The adult learner: The definitive classic in adult education and human resource development. 8th ed. New York, NY: Routledge.
OECD. (2018). Seven questions about apprenticeships: Answers from international experience. Paris: OECD Publishing.
Robbins, S. P. and Coulter, M. (2018). Management. 13 th ed. Boston, MA: Pearson Education.
Stoner, J. A. F. and Wankel, C. (1986). Management. 3 rd ed. Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall.
UNESCO. (2021). Reimagining our futures together: A new social contract for education. Paris: UNESCO.