การพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนการสอน Spot It เรื่อง พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ สมัยรัตนโกสินทร์ ตามหลักการ ADDIE model
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนการสอน Spot It เรื่อง พัฒนาการทางประวัติศาสตร์สมัยรัตนโกสินทร์ ตามหลักการ ADDIE model 2) เพื่อพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนการสอน Spot It เรื่อง พัฒนาการทางประวัติศาสตร์สมัยรัตนโกสินทร์ ตามหลักการ ADDIE model และ 3) เพื่อศึกษาประสิทธิผลของการใช้นวัตกรรมการจัดการเรียนการสอน Spot It เรื่อง พัฒนาการทางประวัติศาสตร์สมัยรัตนโกสินทร์ ตามหลักการ ADDIE model โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายมัธยม) ปีการศึกษา 2568 จำนวน 346 คน ซึ่งใช้การเลือกแบบเจาะจง จำนวน 1 ห้องเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามความต้องการจำเป็นในการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนการสอน เรื่อง พัฒนาการทางประวัติศาสตร์สมัยรัตนโกสินทร์ นวัตกรรมการจัดการเรียนการสอน Spot It แบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และแบบวัดความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสถิติทดสอบที
ผลการวิจัยพบว่า 1) ความคิดเห็นเพื่อประเมินความต้องการจำเป็นในการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนในทุกด้านมีระดับความคิดเห็นเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก 2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มีคะแนนเฉลี่ยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) ความพึงพอใจเฉลี่ยต่อนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนอยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้นเพียงผู้เดียว และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกบทความลงตีพิมพ์และจะแจ้งให้เจ้าของบทความทราบหลังจากผู้ประเมินบทความตรวจอ่านบทความแล้ว
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารอ้างอิง
กิ่งกาญจน์ บูรณสินวัฒนกูล. (2562). การพัฒนาสื่อการเรียนรู้บอร์ดเกมการศึกษาเพื่อส่งเสริมความสามารถการเรียนรู้ในรายวิชาพัฒนาการแบบเรียนภาษาไทยและความสุขในการเรียนรู้สำหรับนิสิตระดับปริญญาตรี. รายงานการวิจัย. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ครูผมหยิก. (2565). เกมการ์ดย้อนรอยประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์. แหล่งที่มา https://inskru.com/idea/-N4LjYaFE3oM1xaIp23v/ สืบค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2568.
ชัยรัตน์ โตศิลา. (2555). การพัฒนากระบวนการเรียนการสอนโดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดทางประวัติศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 2. ดุษฎีนิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ฐาปนีย์ รักภูบาล. (2565). ผลของการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ที่มีต่อความสามารถในการวิเคราะห์สาเหตุและผลสืบเนื่องทางประวัติศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
แถมสุข นุ่มนนท์. (2527). ประวัติศาสตร์. ใน ชาญวิทย์ เกษตรศิริและสุชาติ สวัสดิ์ศรี (บรรณาธิการ). ปรัชญาประวัติศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพมหานคร: ไทยวัฒนาพานิช.
ทิศนา แขมมณี. (2554). 14 วิธีสอนสำหรับครูมืออาชีพ. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ธีรภัทร์ ศิริรส และมณฑา ชุ่มสุคนธ์. (2565). การพัฒนาการรู้เรื่องภูมิศาสตร์ (Geo-literacy) รายวิชา ส 23102 สังคมศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้วิธีการสอนเชิงรุกตามแนวคิดของจังหวัดอะคิตะ (Akita Action) ร่วมกับการใช้การ์ดเกม (Card Game). วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 3(16), 281-293.
นายแสน Facilitator & Board Game. (2565). บอร์ดเกม : ไพ่เรียงเหตุการณ์รัตนโกสินทร์. แหล่งที่มา https://inskru.com/idea/-N7eb5w8o86fmQvrovwo/ สืบค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2568.
ปัณฐวิชญ์ สุขศิริปานรัชต์. (2566). การส่งเสริมการเรียนรู้สังคมศึกษา โดยใช้บอร์ดเกม Spot It ! ผลงานนวัตกรรม ของครูผู้สอน ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนแก่งหางแมวพิทยาคาร. จันทบุรี: โรงเรียนแก่งหางแมวพิทยาคาร.
ภูดิท กรรณิการ์ และคณะ. (2568). การผลิตบอร์ดเกมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในยุคอาณาจักรสุโขทัย. วารสารเมธีวิจัย Savant Journal of Social Sciences, 2(1), 12-26.
วินัย พงศ์ศรีเพียร. (2543). คู่มือการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์ไทย : จะเรียนจะสอนกันอย่างไร. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์การศาสนา กรมการศาสนา.
ศุภณัฐ พานา. (2563). แนวทางในการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์. วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 23(2), 390-399.
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2558). แนวการสอนประวัติศาสตร์: ประวัติศาสตร์ไทย หลากหลายวิธีเรียน. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2564). รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง สภาพการจัดการเรียนการสอนวิชาประวัติศาสตร์ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. แหล่งที่มา https://share.google/CYXg4V9kLQYzUWSmB สืบค้นเมื่อ 14 ธันวาคม 2568.
สุวัทนา สงวนรัตน์ และชัยวัฒน์ วารี. (2566). เกมทางการศึกษา: ความสนุกสนานบนพื้นฐานทางวิชาการ. Journal of Roi Kaensarn Academi, 8(12), 754-772.
อธิป อนันต์กิตติกุล. (2564). การพัฒนาความสามารถในการคิดวิเคราะห์ด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้เกมเรื่อง พัฒนาการความร่วมมือและความขัดแย้งในประวัติศาสตร์สากลของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศิลปากร. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
Branch, M. R. (2009). Instructional Design: The ADDIE Approach. New York: Springer.
Davis, A. L. (2013). Using instructional design principles to develop effective information literacy instruction: The ADDIE model. College & Research Libraries News, 74(4), 205-207.
R.G. Collingwood. (1978). The Idea of History. Oxford: Oxford University Press.