ผลการจัดกิจกรรมละครสร้างสรรค์บูรณาการแนวคิดฉากทัศน์เป็นฐานที่มีต่อพฤติกรรม กล้าแสดงออกของเด็กปฐมวัย
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบพฤติกรรมกล้าแสดงออกของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการจัดกิจกรรมละครสร้างสรรค์บูรณาการแนวคิดฉากทัศน์เป็นฐาน และ 2) ศึกษาระดับพัฒนาการพฤติกรรมกล้าแสดงออกของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมละครสร้างสรรค์บูรณาการแนวคิดฉากทัศน์เป็นฐาน ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ เด็กปฐมวัยชาย-หญิง อายุ 5-6 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนสามัคคีราษฎร์บำรุง ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 1 ห้องเรียน เด็กปฐมวัยทั้งหมด 10 คน การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบทดลองเบื้องต้นแบบแผนการวิจัยแบบการทดลองกลุ่มเดียวสังเกตก่อนและหลัง การทดลองระยะเวลาในการทดลอง 8 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดกิจกรรมละครสร้างสรรค์บูรณาการแนวคิดฉากทัศน์เป็นฐานมีค่าความเหมาะสมเท่ากับ 4.90 – 5.00 และ 2) แบบสังเกตพฤติกรรมกล้าแสดงออกของเด็กปฐมวัย มีค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่าง 0.67 – 1.00 และมีค่าความเชื่อมั่นที่ 0.89 สถิติที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และคะแนนพัฒนาการสัมพัทธ์
ผลการวิจัยพบว่า 1) พฤติกรรมกล้าแสดงออกของเด็กปฐมวัยสูงขึ้นหลังการจัดกิจกรรมละครสร้างสรรค์บูรณาการแนวคิดฉากทัศน์เป็นฐาน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 14.40 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.32 และก่อนการจัดกิจกรรมละครสร้างสรรค์บูรณาการแนวคิดฉากทัศน์เป็นฐานมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 8.00 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 3.71 โดยมีผลต่างคะแนนก่อนและหลังการทดลองเท่ากับ 6.40 และ 2) ระดับพัฒนาการพฤติกรรมกล้าแสดงออกของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมละครสร้างสรรค์บูรณาการแนวคิดฉากทัศน์เป็นฐาน พบว่า เด็กปฐมวัย จำนวน 10 คน มีคะแนนพัฒนาการพฤติกรรมกล้าแสดงออกในภาพรวมที่สูงขึ้นทุกคน โดยมีพัฒนาการระดับสูง จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 60 รองลงมาคือพัฒนาการระดับสูงมาก จำนวน 3 คน คิดเป็นร้อยละ 30 และพัฒนาการระดับกลางจำนวน 1 คิดเป็นร้อยละ 10 ตามลำดับ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้นเพียงผู้เดียว และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกบทความลงตีพิมพ์และจะแจ้งให้เจ้าของบทความทราบหลังจากผู้ประเมินบทความตรวจอ่านบทความแล้ว
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
คณะกรรมการพัฒนาการศึกษาอบรมเลี้ยงดูเด็ก. (2555). แนวทางการส่งเสริมพฤติกรรมกล้าแสดงออกในเด็กปฐมวัย. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ.
ปาริชาติ จึงวิวัฒนาภรณ์. (2547). ละครสร้างสรรค์สำหรับเด็ก. กรุงเทพมหานคร: พัฒนาคุณภาพวิชาการ.
พรรัตน์ ดำรุง. (2550). การละครสำหรับเยาวชน. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
โรงเรียนสามัคคีราษฎร์บำรุง. (2567). รายงานการประเมินตนเองของสถานศึกษาระดับปฐมวัยปีการศึกษา 2567. จังหวัดปทุมธานี: โรงเรียนสามัคคีราษฎร์บำรุง.
สถาบันราชานุกูล. (2565). “เดินหน้า สร้างเด็กไทย ไอคิวดี” การสำรวจสถานการณ์ระดับสติปัญญา (IQ) และความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) เด็กไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ประจำปี 2564 (ฉบับปรับปรุง). พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
สมโภชน์ เอี่ยมสุภาษิต. (2566). ทฤษฎีและเทคนิคการปรับพฤติกรรม. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) ประเทศไทย. (2561). แนวแนะวิธีการเลี้ยงดู ดูแล และพัฒนาเด็กปฐมวัย ตามสมรรถนะ เพื่อเพิ่มคุณภาพเด็กตามวัย 0–5 ปี. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2562). มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ. กรุงเทพมหานคร: พริกหวานกราฟฟิค.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2564). แผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2564–2570. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561–2580). กรุงเทพมหานคร: สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
สุดคนึง นฤพนธ์จิรกุล. (2562). การออกแบบการเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยใช้ฉากสถานการณ์เป็นฐาน. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 5(1), 16–28.
อารีรัตน์ อุปแก้ว. (2566). ทักษะชีวิตของเด็กปฐมวัย: แก่นแห่งชีวิตที่เสริมสร้างได้จากครอบครัว. วารสารวิจัยเพื่อพัฒนาสังคมและชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, 1(2), 33–44.
Cubukcu, B. (2014). Scenario-based learning. Inside Learning Technologies and Skills, 45–46.
Dewey, J. (1916). Democracy and education: An introduction to the philosophy of education. New York: Macmillan.
Errington, E. P. (2011). Developing scenario-based learning: Practical insights for tertiary educators.
Gordon, T. (1970). Parent Effectiveness Training: The Proven Program for Raising Responsible Children. Three Rivers Press.
Heining, R., B. (1993). Creative drama for the classroom teacher. New Jersey: Prentice Hall.
McCaslin, N. (1990). Creative drama in the classroom. 5th ed. New York: Longman.
Pfeiffer, J. W. and Jones, J. E. (1976). The 1976 annual handbook for group facilitators. San Diego: University Associates.
Smith, M. S., Warnes, S. and Vanhoestenberghe, A. (2018). Scenario-based learning. In J. P. Davies and N. Pachler. Eds. Teaching and learning in higher education. British Library.
Sorin, R. (2013). Exploring partnerships in early childhood teacher education through scenario-based learning. World Journal of Education, 3(1), 39–45.
Ward, W. (1930). Creative dramatics for children. New York: Appleton-Century-Crofts.
Wolpe, J. (1982). The practice of behavior therapy. 3rd ed. New York: Pergamon Press.