การประเมินโครงการค่ายพัฒนาอัจฉริยภาพนักเรียนห้องเรียนพิเศษวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี (SMTP) โรงเรียนรัษฎาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ตรัง กระบี่
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อประเมินคุณค่าภายในของโครงการ 2) เพื่อประเมินความก้าวหน้าของโครงการ 3) เพื่อประเมินผลสรุปรวมของโครงการ 4) เพื่อประเมินผลสำเร็จของโครงการการค่ายพัฒนาอัจฉริยภาพนักเรียนห้องเรียนพิเศษ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี (SMTP) โรงเรียนรัษฎา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตรัง กระบี่ เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ ได้แก่ ผู้บริหาร ครู นักเรียน และผู้ปกครอง รวมทั้งสิ้น 275 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ ได้แก่ 1) แบบสอบถาม ศึกษาความคิดเห็นในการดำเนินโครงการ 4 ด้าน คือ ด้านคุณค่าภายใน ด้านความก้าวหน้า ด้านผลสรุปรวม และด้านผลสำเร็จ 2) แบบสัมภาษณ์ ศึกษาความคิดเห็นในการดำเนินโครงการ 2 ด้าน คือ ด้านผลสรุปรวม และด้านผลสำเร็จ และการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า การประเมินโครงการค่ายพัฒนาอัจฉริยภาพนักเรียนห้องเรียนพิเศษ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี (SMTP) โรงเรียนรัษฎา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตรัง กระบี่ 1) ผลการประเมินคุณค่าภายใน ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 2) ผลการประเมินความก้าวหน้าภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 3) ผลการประเมินผลสรุปรวม ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และ 4) ผลการประเมินผลสำเร็จ ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้นเพียงผู้เดียว และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกบทความลงตีพิมพ์และจะแจ้งให้เจ้าของบทความทราบหลังจากผู้ประเมินบทความตรวจอ่านบทความแล้ว
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารอ้างอิง
นิคม ยาสมทร์ และคณะ. (2565). การประเมินโครงการพัฒนาบุคลากรตามเกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (OBECQA) โดยใช้รูปแบบ CIPP Model. รายงานการวิจัย. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา.
บุญชม ศรีสะอาด. (2553). วิธีการทางสถิติเพื่อการวิจัย เล่ม 1. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: สุวีริยาสาส์น.
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. (2545). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 119 ตอนที่ 123 ก. (19 ธันวาคม 2545).
ภัทรกร สุวรรณสิงห์ และคณะ. (2561). การประเมินโครงการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนตามแนวทางสะเต็มศึกษา (STEM Education). วารสารวิชาการทางการศึกษา, 12(1), 164 – 177.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2545). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. กรุงเทพมหานคร: พริกหวานกราฟฟิค.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 - 2580. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ.
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. (2560). รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.
สุริยา ล้ำเลิศ และอารี พรมจรรย์. (2562). การประเมินโครงการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 21 จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยใช้รูปแบบ CIPP Model. วารสารการวัดผลการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 25(1), 169-181.
Krejcie, R. V. and Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607-610.
Scriven, M. (1967). The methodology of evaluation. Washington, DC: American Educational Research Association.
Scriven, M. (1991). Evaluation Thesaurus. 4th ed. Newbury Park, CA: Sage Publications.
Stufflebeam, D. L. (1990). The CIPP Model for Evaluation. In M. W. McLaughlin & D. C. Phillips. Evaluation and Education: At Quarter Century. Chicago: University of Chicago Press.
Trilling, B. and Fadel, C. (2009). 21st Century Skills: Learning for Life in Our Times. San Francisco, CA: Jossey-Bass.