การออกแบบกระบวนการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการวิจารณ์วรรณคดีด้วยกระบวนการละครในบริบทออนไลน์ภายใต้แนวคิดหลักสูตรฐานสมรรถนะของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อเปรียบเทียบทักษะการวิจารณ์วรรณคดีของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้วรรณคดีไทยโดยใช้กระบวนการละครในบริบท ออนไลน์ภายใต้แนวคิดหลักสูตรฐานสมรรถนะ และ 2) เพื่อเปรียบเทียบทักษะการวิจารณ์วรรณคดีของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้วรรณคดีไทยโดยใช้กระบวนการละครในบริบทออนไลน์ภายใต้แนวคิดหลักสูตรฐานสมรรถนะกับการจัดการเรียนรู้แบบบรรยายในบริบทออนไลน์ เป็นการวิจัยด้วยวิธีการแบบรองรับภายใน กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษในเขตกรุงเทพมหานคร คัดเลือกด้วยวิธีการเลือกแบบเจาะจง โดยกลุ่มทดลองได้รับการจัดการเรียนรู้วรรณคดีไทยโดยใช้กระบวนการละครในบริบทออนไลน์ภายใต้แนวคิดหลักสูตรฐานสมรรถนะ 1 ห้อง และกลุ่มควบคุมได้รับการจัดการเรียนรู้วรรณคดีไทยแบบบรรยายในบริบทออนไลน์ 1 ห้อง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แบบวัดทักษะการวิจารณ์วรรณคดีเบื้องต้นก่อนและหลังการทดลอง 2) แผนการจัดการเรียนรู้วรรณคดีโดยใช้กระบวนการละครในบริบทออนไลน์ภายใต้แนวคิดหลักสูตรฐานสมรรถนะ 3) แผนการจัดการเรียนรู้วรรณคดีไทยโดยใช้การบรรยายในบริบทออนไลน์ และทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย 1) สถิติพื้นฐาน ได้แก่ สถิติค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2) สถิติทดสอบสมมุติฐาน ได้แก่ สถิติทดสอบแบบ dependent t-test และสถิติทดสอบแบบ independent t-test 3) การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์แก่นสาระ
ผลการวิจัยพบว่า 1) คะแนนการวัดทักษะการวิจารณ์วรรณคดีของกลุ่มทดลองหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) คะแนนการวัดทักษะการวิจารณ์วรรณคดีของนักเรียนกลุ่มทดลองสูงกว่านักเรียนกลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่า การจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการละครในบริบทออนไลน์ภายใต้แนวคิดหลักสูตรฐานสมรรถนะสามารถช่วยพัฒนาทักษะการวิจารณ์วรรณคดีของนักเรียนได้
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้นเพียงผู้เดียว และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกบทความลงตีพิมพ์และจะแจ้งให้เจ้าของบทความทราบหลังจากผู้ประเมินบทความตรวจอ่านบทความแล้ว
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยจำกัด.
กิตติยา รัศมีแจ่ม. (2561). วรรณคดีไทยในยุคประเทศไทย 4.0. วารสารสารสนเทศ, 7(1), 13-23.
กุสุมา รักษมณี. (2547). วรรณนัยวินิจ. กรุงเทพมหานคร: แม่คำผาง.
จุฬาลักษณ์ คชาชัย. (2558). การศึกษาผลสัมฤทธิ์การเรียนวรรณคดีไทยของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่จัดการเรียนรู้ตามทฤษฎีการตอบสนองของผู้อ่าน. วารสารวิชาการ ฉบับภาษาไทยภาษาไทย มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ, 8(2), 62-75.
ดวงมน จิตร์จำนงค์. (2556). วรรณคดีวิจารณ์เบื้องต้น. กรุงเทพมหานคร: ประพันธ์สาส์น.
ธนสิน ชุตินธรานนท์. (2560). ละครการศึกษาในสังคมตะวันตกและสังคมไทย. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 37(4), 195-207.
บุญเหลือ เทพยสุวรรณ, หม่อมหลวง. (2539). แว่นวรรณกรรม. กรุงเทพมหานคร: อ่านไทย.
ปวีณา แช่มช้อย. (2562). ภูมิทัศน์การใช้ละครในมิติการศึกษา: กระบวนทัศน์ แนวคิด และแนวทางของนักวิชาการและนักปฏิบัติการที่ใช้กระบวนการละครเป็นเครื่องมือในการสร้างการเรียนรู้. วารสารศึกษาศาสตร์ มสธ, 12(2), 85-102.
รื่นฤทัย สัจจพันธุ์. (2542). สีสรรพ์วรรณศิลป์. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: ต้นอ้อ 1999.
วรรณดี สุทธินรากร, ภูวเรศ อับดุลสตา และสมเกียรติ สุทธินรากร. (2564). การพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะและการจัดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย. กรุงเทพมหานคร: สยามปริทัศน์.
วิทย์ ศิวะศริยานนท์. (2544). วรรณคดีและวรรณคดีวิจารณ์. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพมหานคร: ธรรมชาติ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2563). การจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะเชิงรุก. กรุงเทพมหานคร: 21 เซ็นจูรี่.
อรสิริ วิมลธรรม. (2558). บูรณาการศาสตร์ด้านวรรณกรรมสำหรับเด็กและการละครเพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ. วารสารศรีนครินทรวิโรฒวิจัยและพัฒนา (สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 7(13), 238-250.
Bloore, S. (1934). Literary Criticism in High School. The English Journal, 23(4), 328-330.
Cresswell, J, W. (2009). Research Design: Qualitative, Quantitative, and Mixed Methods Approaches. 3rd ed. California: Sage Publications.
Ernst-Slavit, G. and Wenger, K. J. (1998). New Ways of Using Drama and Literature in Language Teaching. Alexandria, VA: Teachers of English to Speakers of Other Languages.
Jarrah, H. Y. (2019). The Impact of Using Drama in Education on Life Skills and Reflective Thinking. iJET, 14(9), 4-20.
Kolb, D. A. (1984). Experiential Learning: Experience as The Sourse of Learning and Development. Prentice Hall.
MaKinnon, J. (2016). Breaking bad habitus: Using devised performance to challenge students' perceptions of themselves as student. Research in Drama Education: The Journal of Applied Theatre and Performance, 21(4), 535–550.
O’Neill, C. (1995). Drama worlds: A framework for process drama. Portmouth, NH: Heinemann.
O’Neill, C. and Lambert, A. (1990). Drama structure. Portsmouth, NH: Stanley Thornes.
Philip, R. and Nicholls, J. (2007). Theater Online: The design and drama of e-learning. Distance Education, 28(3), 261-279.
Water, M. (2021). Drama in education: Why drama is necessary. SHS Web of Conferences, 98, 02009.