การเสริมสร้างเป้าหมายทางการศึกษาของนักเรียนมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3 โดยใช้จิตวิทยาการแนะแนวเชิงพุทธ โรงเรียนแหลมบัววิทยา จังหวัดนครปฐม
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและกระบวนการในการเสริมสร้างเป้าหมายทางการศึกษาของนักเรียนมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3 โดยใช้จิตวิทยาการแนะแนวเชิงพุทธ 2) เพื่อเปรียบเทียบระดับการเสริมสร้างเป้าหมายทางการศึกษาก่อนและหลังการใช้จิตวิทยาการแนะแนวเชิงพุทธ และ 3) เพื่อเสนอแนวทางการเสริมสร้างเป้าหมายทางการศึกษาโดยใช้จิตวิทยาการแนะแนวเชิงพุทธ เป็นการวิจัยที่ใช้รูปแบบการทดลองแบบกลุ่มเดียวทดสอบก่อนและหลัง กลุ่มตัวอย่างคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนแหลมบัววิทยา จังหวัดนครปฐม จำนวน 23 คน ที่ได้จากการสุ่มแบบง่าย เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วยแบบสอบถามเป้าหมายทางการศึกษาเชิงพุทธ ชุดกิจกรรมแนะแนวเชิงพุทธ 8 กิจกรรม แบบสัมภาษณ์เชิงลึก และแบบสังเกตพฤติกรรม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา และ t-test dependent samples สำหรับข้อมูลเชิงปริมาณ และการวิเคราะห์เนื้อหาสำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพ
ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัญหาเป้าหมายทางการศึกษาของนักเรียนมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3 โรงเรียนแหลมบัววิทยา จังหวัดนครปฐม อยู่ในระดับปานกลาง และกระบวนการเสริมสร้างเป้าหมายทางการศึกษาโดยใช้จิตวิทยาการแนะแนวเชิงพุทธที่ผู้วิจัยได้พัฒนาขึ้นมีการบูรณาการหลักธรรมอิทธิบาท 4 ร่วมกับทฤษฎีการตัดสินใจของเกลตท์ประกอบด้วยกิจกรรม 8 กิจกรรมหลัก มีหลักการและแนวคิดสำคัญ คือ การบูรณาการหลักธรรมอิทธิบาท 4 ได้แก่ ฉันทะ (ความพอใจ) วิริยะ (ความเพียร) จิตตะ (ความตั้งมั่น) และวิมังสา (การไตร่ตรอง) เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาเป้าหมายทางการศึกษาอย่างเป็นขั้นตอน 2) การใช้จิตวิทยาการแนะแนวเชิงพุทธมีประสิทธิภาพในการเสริมสร้างเป้าหมายทางการศึกษาของนักเรียนอย่างชัดเจน โดยคะแนนเฉลี่ยเป้าหมายทางการศึกษาของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนแหลมบัววิทยา หลังการใช้กระบวนการ สูงกว่าก่อนการใช้อย่างมีนัยสำคัญ โดยมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 2.00 คะแนน หรือคิดเป็นร้อยละ 79.05 ซึ่งถือเป็นการพัฒนาที่มีนัยสำคัญทั้งในเชิงสถิติและเชิงปฏิบัติ และ 3) แนวทางการเสริมสร้างเป้าหมายทางการศึกษาโดยใช้จิตวิทยาการแนะแนวเชิงพุทธ ประกอบด้วย (1) รูปแบบ BUDDH-ED Goal Model (2) กรอบแนวคิด "5 ก" เพื่อการจัดกิจกรรมแนะแนวเชิงพุทธ เป็นการบูรณาการภูมิปัญญาทางพระพุทธศาสนากับจิตวิทยาการแนะแนวสมัยใหม่ในการช่วยเหลือนักเรียนไทยให้สามารถกำหนดเป้าหมายทางการศึกษาได้อย่างชัดเจนและเหมาะสม ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในบริบทการศึกษาไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้นเพียงผู้เดียว และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกบทความลงตีพิมพ์และจะแจ้งให้เจ้าของบทความทราบหลังจากผู้ประเมินบทความตรวจอ่านบทความแล้ว
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารอ้างอิง
กาญจนา น้อยวิมล. (2560). การพัฒนากิจกรรมแนะแนวส่งเสริมด้านการศึกษาและอาชีพ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม,.
ประภาพร แสงอรุณ. การใช้หลักอิทธิบาท 4 ในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, 14(1), 242-257.
พระมหาสมหวัง จันทราวุฒิกร (ปัญญาวุโธ). (2549). ผลของการให้คำปรึกษาตามแนวพุทธศาสตร์ที่มีต่อการลดพฤติกรรมก้าวร้าวของนักเรียนอาชีวศึกษา. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
สรวิชญ์ ดวงชัย. (2561). จิตวิทยาการแนะแนวเชิงพุทธ: แนวคิด หลักการและแนวปฏิบัติ. วารสารพุทธศาสตร์ศึกษา, 9(1), 19-31.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2552). สภาพการจัดการศึกษาของประเทศไทย ปี 2551-255. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.
สุวิมล ว่องวาณิช และคณะ. (2562). การพัฒนาระบบการแนะแนวออนไลน์สำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษา. วารสารวิธีวิทยาการวิจัย, 32(3), 231-247.
Kolb, D. A. (2014). Experiential learning: Experience as the source of learning and development. FT press.