แนวทางการส่งเสริมองค์กรแห่งความสุขตามหลักอปริหานิยธรรมของโรงเรียนบ้านหนองหิน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3

Main Article Content

โกวิท กุกแก้ว
มะลิวัลย์ โยธารักษ์
ปรีชา สามัคคี

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพองค์กรแห่งความสุขของโรงเรียนบ้านหนองหิน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 2) เพื่อศึกษาแนวทางการส่งเสริมองค์กรแห่งความสุขตามหลักอปริหานิยธรรมของโรงเรียนบ้านหนองหิน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 3) เพื่อนำเสนอแนวทางการส่งเสริมองค์กรแห่งความสุขตามหลักอปริหานิยธรรมของโรงเรียนบ้านหนองหิน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ มีผู้ให้ข้อมูลสำคัญโดยการสัมภาษณ์จากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จำนวน 15 คน ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน และผู้ทรงคุณวุฒิในการสนทนากลุ่ม จำนวน 7 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสัมภาษณ์เชิงลึก แบบสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ และแบบสนทนากลุ่ม ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา เพื่อประเมินความเป็นไปได้ ความเหมาะสม และความเป็นประโยชน์


ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพองค์กรแห่งความสุขตามหลักอปริหานิยธรรมของโรงเรียนบ้านหนองหิน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 พบว่า สุขภาพดี (Happy body) มีการดำเนินการด้านการส่งเสริมสุขภาพโดยสนับสนุนให้บุคลากรตรวจสุขภาพประจำปีที่ยังขาดแบบแผนหรือการวางแผนที่ดี ความจริงจังและชัดเจนอีกทั้งยังขาดแกนนำที่มีความรู้ความสามรถโดยตรงด้ายการมีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น (Happy Heart) การวางโครงสร้างให้บุคลากรรู้บทบาทหน้าที่ของตนเองการทำงานมุ่งให้บุคลากรทำงานร่วมกัน สร้างความสันพันธ์อันดีระหว่างบุคลากร และรู้จักเสียสละเพื่อส่วนรวม ส่งผลให้สามารถสร้างความร่วมมือในการทำงาน สร้างความสัมพันธ์อันดี ทำให้บุคลากรมีความเข้าอกเข้าใจกัน ส่งเสริมให้เกิดสัมพันธภาพทางสังคมที่ดี อุปสรรคที่พบ คือการประสานงาน ทัศนคติในการทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น การสื่อสาร สมรรถนะและความสามารถที่แตกต่างของบุคลากร ทำให้การดำเนินการด้านการมีน้ำใจไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด ด้านการมีคุณธรรม มีการวางแผนในการกิจกรรมเพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมให้กับนักเรียนและบุคลากร การจัดทำโครงการคุณธรรม จัดกิจกรรมค่ายคุณธรรม เข้าร่วมกิจกรรมวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาส่งผลให้บุคลากรได้รับการพัฒนาจิตใจและพัฒนาตนเองให้มีคุณธรรม แต่อุปสรรคคือขาดการวางแผนในการดำเนินการและยังขาดแกนนำที่มีความรู้ความสามารถ ขาดความต่อเนื่องทำให้บุคลากรบางส่วนยังขาดความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตนเอง ด้านสังคมดี ประสานความร่วมมือระหว่างโรงเรียนกับชุมชน มีการสร้างเครือข่ายชุมชน ส่งผลมีสัมพันธภาพทางสังคมที่ดี มีการเกื้อกูลเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกันแต่ยังพบอุปสรรคคือครูยังขาดมนุษย์สัมพันธ์และความใกล้ชิดกับชุมชน ขาดทักษะในการสร้างปฏิสัมพันธ์กับชุมชน ด้ายใฝ่เรียนรู้ มีการว่างนโยบายให้บุคลากรเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาตนเองตามสายงานที่ตนรับผิดชอบ ส่งผลให้บุคลากรได้รับการพัฒนาด้านความรู้ และเพิ่มศักยภาพในการทำงานของตนเองมากขึ้นแต่ยังพบอุปสรรคคือ บุคลากรไม่ค่อยมีเวลาพัฒนาตนเองเนื่องด้วยภาระงานค่อนข้างเยอะ ด้านมีความสุขในการทำงานมีการดำเนินการจัดสภาพแวดล้อมให้เอื้อต่อการทำงานส่งผลให้บุคลากรมีความสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัวแต่ยังพบอุปสรรคคือภาระงานที่มากเกินไปความขัดแย้งระหว่างบุคลากร และความร่วมมือของบุคลากร 2) แนวทางการส่งเสริมองค์กรแห่งความสุขตามหลักอปริหานิยธรรมของโรงเรียนบ้านหนองหิน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ คือ การมีสุขภาพดี (Happy body) การมีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น (Happy Heart) การมีคุณธรรม (Happy Soul) การมีสังคมดี (Happy Society) การใฝ่เรียนรู้ (Happy Brain) การมีความสุขในการทำงาน (Happy Work-life) โดยประยุกต์ใช้หลักอปริหานิยธรรม 7 ประกอบด้วย ได้แก่ (1) ประชุมเนืองนิตย์ (2) พร้อมเพรียงกันประชุม (3) ยอมรับมติที่ประชุม (4)การเชื่อฟังผู้บังคับบัญชา (5) การให้เกียรติและคุ้มครองสิทธิสตรีหรือผู้ที่อ่อนแอกว่า (6) การให้ความเคารพต่อสถานที่ (7) การให้ความดูแลเอาใจใส่ต่อท่านผู้มาเยือน 3) การนำเสนอแนวทางการส่งเสริมองค์กรแห่งความสุขตามหลักอปริหานิยธรรมของโรงเรียนบ้านหนองหิน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 พบว่า เป็นไปได้ เหมาะสม และเป็นประโยชน์

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
กุกแก้ว โ. ., โยธารักษ์ ม. ., & สามัคคี ป. . (2026). แนวทางการส่งเสริมองค์กรแห่งความสุขตามหลักอปริหานิยธรรมของโรงเรียนบ้านหนองหิน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 12(3), 482–495. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDMCU/article/view/279778
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ขมานันท์ ขบวนฉลาด. (2564). การประยุกต์ใช้หลักอปริหานิยธรรมเพื่อการบริหารจัดการขององค์การบริหาร ส่วนตำบลประทัดบุ อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์. มหาจุฬาคชสาร, 12(1), 133-142.

จิระภา สมัครพงษ์. (2564). องค์กรแห่งความสุข ในสถานศึกษาตามความคิดเห็นของครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตรัง เขต 1. สารนิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.

นพมาศ ยามกระโทก และคณะ. (2565). ความสุขในการทำงานส่งผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษา เขต 1 ในเขตกรุงเทพมหานคร. Journal of Modern Learning Development, 7(9), 341-356.

นูร์ปาซียะห์ กูนา. (2561). ความสุขในการทำงานของบุคลากรองค์การบริหารส่วนตำบลในอำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี.. สารนิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.

ปรมต วรรณบวร. (2560). การสร้างองค์กรแห่งความสุขด้วยหลักพุทธธรรม. นวัตกรรมการศึกษาและการวิจัย, 1(1), 25-38.

พระมหายุทธพิชัย สิริชโย. (2561). การบริหารงานตามหลักอปหานิยธรรม. วารสารสมาคมศิษย์เก่า, 7(2), 139-147.

สมชาย ชัยเชษฐ์ดำรงกุล. (2560). ศึกษาหลักพุทธธรรมในการสร้างองค์กรแห่งความสุข. รายงานวิชาการการพัฒนานักบริหารระดับสูงสำหรับข้าราชการรัฐสภาสามัญ รุ่นที่ 12 สถาบันพระปกเกล้า.

สมบัติ เจนสระคู, จิราภรณ์ ผันสว่าง และพระครู วิจิตรปัญญาภรณ์. (2561). การบริหารโรงเรียนของผู้บริหารตามหลักอปริหานิยธรรม 7 โรงเรียนการกุศลของวัดทางพระพุทธศาสนา ในเขตจังหวัดร้อยเอ็ด. วารสารวิชาการวิทยาลัยบริหารศาสตร์, 1(2), 15-27.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). (2566). Happy 8 Workplace. แหล่งที่มา http://www.thaihealth.or.th/Content สืบค้นเมื่อ 17 สิงหาคม 2566.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3. (2533). รายงานการดำเนินงานตามนโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคลของสานักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3 ประจำปีงบประมาณ 2566. นครศรีธรรมราช: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 3.

เสาวนีย์ สมบูรณ์ศิโรรัตน์. (2562). การศึกษาภาวะผู้นำเชิงสร้างสรรค์ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 2. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.