ความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการบริหารกิจการนักเรียนในโรงเรียนเครือมูลนิธิเซนต์คาเบรียลในภาคตะวันออก ตามแนวคิดการจัดการศึกษาแนวมงฟอร์ต
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการบริหารกิจการนักเรียนในโรงเรียนเครือมูลนิธิเซนต์คาเบรียลในภาคตะวันออกของประเทศไทยตามแนวคิดการจัดการศึกษาแนวมงฟอร์ต และ 2) ศึกษาความต้องการจำเป็นในการพัฒนาการบริหารกิจการนักเรียนตามแนวคิดการจัดการศึกษาแนวมงฟอร์ต (Montfort Education Charter: MEC) โดยมีกรอบแนวคิดประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 8 ด้านที่จัดลำดับตามค่าดัชนีความต้องการจำเป็น (PNIModified) ได้แก่ นวัตกรรมและความคิดริเริ่ม การแสวงหาความเป็นเลิศ ผลประโยชน์สูงสุดของนักเรียน การจัดการศึกษาเชิงอ้าแขนรับ ความเคารพต่อชุมชนแห่งชีวิต วิธีการของการรับสภาพเช่นเดียวกัน วิสัยทัศน์ฝ่ายจิต และการมีส่วนร่วมและเครือข่าย ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ โรงเรียนในเครือมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย ในภาคตะวันออก จำนวน 3 แห่ง กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย ผู้อำนวยการ จำนวน 3 คน รองผู้อำนวยการ 7 คน หัวหน้าฝ่าย/แผนก/งาน 63 คน หัวหน้าระดับชั้น 26 คน และครูประจำชั้น 173 คน รวมทั้งสิ้น 272 คน โดยใช้การเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ซึ่งผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน และมีค่าความเชื่อมั่น (Cronbach’s Alpha) เท่ากับ 0.949 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนีความต้องการจำเป็น (PNIModified)
ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันของการบริหารกิจการนักเรียนอยู่ในระดับปานกลาง ขณะที่สภาพที่พึงประสงค์อยู่ในระดับมากที่สุด ดัชนีความต้องการจำเป็น (PNIModified) โดยรวมอยู่ที่ 0.43 ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนากิจกรรม “การส่งเสริมระเบียบวินัย” รองลงมาคือ “การส่งเสริมประชาธิปไตย” และ “กีฬา/ดนตรี” ส่วนกิจกรรม “การจัดการระดับชั้น” มีค่าความต้องการจำเป็นต่ำที่สุด ผลการวิจัยชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาการบริหารกิจการนักเรียนอย่างเป็นระบบตามแนวคิด MEC เพื่อยกระดับคุณภาพผู้เรียนแบบองค์รวม
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้นเพียงผู้เดียว และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกบทความลงตีพิมพ์และจะแจ้งให้เจ้าของบทความทราบหลังจากผู้ประเมินบทความตรวจอ่านบทความแล้ว
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารอ้างอิง
ฐานพัฒน์ ธีระเชาวพัฒน์ และนันทรัตน์ เจริญกุล. (2559). แนวทางการบริหารงานกิจการนักเรียนของโรงเรียนในเครือมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย. แนวทางการบริหารงานกิจการนักเรียนของโรงเรียนในเครือมูลนิธิ คณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย. An Online Journal of Education, 11(4), 697–711.
มูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย. (2565). Montfortian Education Charter. กรุงเทพมหานคร: โรงเรียนอัสสัมชัญ.
มูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย. (2565). แผนกลยุทธ์การบริหารโรงเรียนในเครือมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย ปีการศึกษา 2565–2570. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย.
ศักดา สกนธวัฒน์. (2555). ยุทธศาสตร์การบริหารโรงเรียนในเครือมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทยเพื่อเสริมสร้างการพัฒนาสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน. ดุษฎีนิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2560). แนวทางการบริหารกิจการนักเรียน. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
Burke, M. (2020). The Valuable Office Professional. New York: McGraw-Hill Education.
Nelsen, J. (2006). Positive Discipline: The classic guide to helping children develop self-discipline, responsibility, cooperation, and problem-solving skills. New York: Ballantine Books.
UNESCO. (2021). Reimagining our futures together: A new social contract for education. Paris: UNESCO.