ความต้องการจำเป็นในการพัฒนาภาวะผู้นำที่เอาใจใส่ของผู้บริหารสถานศึกษา สหวิทยาเขตท่าฉลอม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน และสภาพที่พึงประสงค์ของภาวะผู้นำที่เอาใจใส่ของผู้บริหารสถานศึกษา สหวิทยาเขตท่าฉลอม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร 2) ศึกษาความต้องการจำเป็นในการพัฒนาภาวะผู้นำที่เอาใจใส่ของผู้บริหารสถานศึกษา สหวิทยาเขตท่าฉลอม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาครเป็นการวิจัยเชิงสำรวจ โดยมีประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้อำนวยการโรงเรียน จำนวน 8 คน รองผู้อำนวยการโรงเรียน จำนวน 8 คน และผู้แทนครู โดยสำรวจข้อมูลจากครูที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นหัวหน้างาน หัวหน้าสายชั้น และหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ จำนวน 24 คน รวม 40 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.989 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนีความต้องการจำเป็นผลการวิจัยพบว่า สภาพปัจจุบันของภาวะผู้นำที่เอาใจใส่ของผู้บริหารสถานศึกษา สหวิทยาเขตท่าฉลอม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร อยู่ในระดับปานกลาง ขณะที่สภาพที่พึงประสงค์อยู่ในระดับมาก โดยภาวะผู้นำที่มีค่าดัชนีความต้องการจำเป็นสูงสุดตามลำดับ ได้แก่ การรู้ศักยภาพของตนเองในการให้ความใส่ใจต่อครูและบุคลากร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (เช่น ผู้ปกครอง นักเรียน) (PNImodified = 0.868) การพัฒนาครูและบุคลากรในเรื่องความใส่ใจ และการสร้างบริบทที่เอื้อต่อการพัฒนาความใส่ใจ (PNImodified = 0.838) การเข้าใจครูและบุคลากรอย่างถ่องแท้ (PNImodified = 0.737) และรู้วิธีการหรือกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพในการจัดการกับความต้องการ ความกังวลของครูและบุคลากรทางการศึกษา และส่งเสริมความสนใจของครูและบุคลากรในเรื่องต่างๆ (PNImodified = 0.723)
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้นเพียงผู้เดียว และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกบทความลงตีพิมพ์และจะแจ้งให้เจ้าของบทความทราบหลังจากผู้ประเมินบทความตรวจอ่านบทความแล้ว
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2562). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 และฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2562). กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2567). นโยบายและจุดเน้นการพัฒนาการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ.
สฎายุ ธีระวณิชตระกูล และณัฏฐา แตงก่ำ. (2560). คุณภาพชีวิตการทำงานของครูที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของโรงเรียนบางละมุง สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยบูรพา.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร. (2565). แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2566-2570. สมุทรสาคร: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร. (2567). แผนปฏิบัติการ ประจำปีงบประมาณ 2567. สมุทรสาคร: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสาคร.
อภิญญา สัตยานนท์. (2562). แนวทางการพัฒนาครูโรงเรียนสันต์เสริมวิทย์ ตามแนวคิดความเป็นผู้นำโรงเรียนที่มีความใส่ใจ. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
C P van der Vyver. (2016). Principals transforming schools as caring leaders North-West University. South Africa.
Christopher Day. (2004). The passion of successful leadership. School Leadership & Management, 24(4), 425-437.
Leithwood, K. A. and Reihl, C. (2003). What We Know About Successful School Leadership. National College for School Leadership, Nottingham.
Pamela Abbott and Liz Meerabeau. (1998). The Sociology of the Caring Professions. Publisher: Routledge.
Smyle M. (2016). Caring School Leadership. University of Illinois.