ความต้องการจำเป็นของการพัฒนาการบริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา ตามแนวคิดผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก

Main Article Content

ธนภูวดล เวชชวณิชย์
นันทรัตน์ เจริญกุล
พฤทธิ์ ศิริบรรณพิทักษ์

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการบริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก และ 2) เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นของการพัฒนาการบริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก เป็นการวิจัยแบบวิจัยเชิงสำรวจ โดยประชากร คือ โรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 2,085 โรงเรียน กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 324 โรงเรียน ได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน กลุ่มผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้อำนวยการสถานศึกษาหรือรองผู้อำนวยการสถานศึกษา 1 คน หัวหน้าฝ่ายวิชาการหรือครูผู้รับผิดชอบงานวิชาการ 1 คน และหัวหน้าฝ่ายกิจการนักเรียนหรือครูผู้รับผิดชอบงานกิจการนักเรียน 1 คน รวมโรงเรียนละ 3 คน รวมกลุ่มผู้ให้ข้อมูลทั้งสิ้น 972 คน เครื่องมือวิจัย คือ แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการบริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา คือ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนีความต้องการจำเป็น


ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันของการบริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก เมื่อจำแนกตามการบริหารวิชาการ พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ การประเมินผลการใช้หลักสูตรสถานศึกษา รองลงมาคือ การจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา การพัฒนากระบวนการเรียนการสอน เมื่อจำแนกตามแนวคิดผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก สำหรับสภาพปัจจุบันด้านกิจการนักเรียน พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อจำแนกตามแนวคิดผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ พลังในการค้นหาตัวตน รองลงมาคือ ความปรารถนาที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสังคม และการยืนหยัดและไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคเพื่อบรรลุเป้าหมาย สำหรับสภาพที่พึงประสงค์ของการบริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก เมื่อจำแนกตามการบริหารวิชาการ พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมาคือ ความปรารถนาที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสังคม และการยืนหยัดและไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคเพื่อบรรลุเป้าหมาย สำหรับสภาพที่พึงประสงค์ด้านกิจการนักเรียน พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ การกำหนดขอบข่ายการจัดกิจกรรมประจำวัน รองลงมาคือ การจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรและนอกหลักสูตร และการจัดกิจกรรมโดยบูรณาการผ่านการลงมือปฏิบัติ ตามลำดับ 2) ความต้องการจำเป็นของการพัฒนาการบริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาตามแนวคิดผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก เมื่อจำแนกตามการบริหารวิชาการ พบว่า ความต้องการจำเป็นสูงสุดคือ การนำหลักสูตรไปใช้จัดการเรียนการสอนในชั้นเรียน รองลงมาคือ การพัฒนากระบวนการเรียนการสอน เช่น การอบรมพัฒนาครู การประเมินผลการใช้หลักสูตรสถานศึกษา และการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา ตามลำดับ สำหรับด้านกิจการนักเรียน พบว่า ความต้องการจำเป็นสูงสุดคือ การจัดกิจกรรมโดยบูรณาการผ่านการลงมือปฏิบัติ รองลงมาคือ การจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรและนอกหลักสูตร และการกำหนดขอบข่ายการจัดกิจกรรมประจำวัน ตามลำดับ และเมื่อจำแนกตามแนวคิดผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก พบว่า ความต้องการจำเป็นสูงสุดคือ พลังในการค้นหาตัวตน รองลงมาคือ ความปรารถนาที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสังคม และการยืนหยัดและไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคเพื่อบรรลุเป้าหมาย

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เวชชวณิชย์ ธ. ., เจริญกุล น. ., & ศิริบรรณพิทักษ์ พ. . (2025). ความต้องการจำเป็นของการพัฒนาการบริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา ตามแนวคิดผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 12(2), 28–39. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDMCU/article/view/278661
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมสุขภาพจิต. (2562). รายงานประจำปีกรมสุขภาพจิต ปีงบประมาณ 2562. กรุงเทพมหานคร: กองยุทธศาสตร์และแผนงาน.

กรมสุขภาพจิต. (2564). รายงานสถานการณ์สุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงสาธารณสุข.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560-2579. กรุงเทพมหานคร: พริกหวานกราฟฟิค.

ไกรวิชญ์ รัตนพันธ์. (2567). ภาวะซึมเศร้าในวัยรุ่น: ปัจจัยและแนวทางการป้องกันในโรงเรียนมัธยมศึกษา. วารสารสุขภาพจิตศึกษา, 18(1), 75–88.

คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2562). รายงานการพัฒนานโยบายสุขภาพจิตในโรงเรียน. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.

ฐิตวี แก้วพรสวรรค์ และเบญจพร ตันตสูติ. (2555). การศึกษาความชุกของภาวะซึมเศร้าและปัจจัย ที่เกี่ยวข้องในเด็กนกัเรียนช้นั มธัยมศึกษาปีที่5 ในกรุงเทพมหานคร. วารสารสมาคม จิตแพทย์แห่งประเทศไทย, 57(4), 395-446.

ทวีศักดิ์ สิริรัตน์เรขา. (2560). การวิเคราะห์ภาวะซึมเศร้าในกลุ่มเยาวชนไทย. วารสารจิตวิทยาและสุขภาพ, 12(2), 115–130.

ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2563). รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจไทย ปี 2563. กรุงเทพมหานคร: ธนาคารแห่งประเทศไทย.

ปัทมา สุขแก้ว. (2567). จรณทักษะของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการบริหารโรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในกรุงเทพมหานคร. วารสารราชภัฏร้อยเอ็ด, 18(61), 476–489.

เพ็ญวรา ชูประวัติ. (2563). การบริหารงานวิชาการ. ใน พงษ์ลิขิต เพชรผล (บรรณาธิการ), ภาวะผู้นำในการบริหารและการประกันคุณภาพการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ยูนิเซฟ ประเทศไทย. (2564). รายงานประจำปี 2564 องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย. แหล่งที่มา https://www.unicef.org/thailand/th/reports/รายงานประจำปี-2564-องค์การยูนิเซฟประเทศไทย สืบค้นเมื่อ 15 กรกฎาคม 2567.

วิชัย วงษ์ใหญ่. (2554). ความเป็นพลเมือง: คุณลักษณะและการเรียนรู้เพื่อสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพ. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สันติ บุญภิรมย์. (2552). การบริหารงานวิชาการ. กรุงเทพมหานคร: บุ๊ค พอยท์.

อารีย์ พันธ์มณี. (2562). การพัฒนาทักษะชีวิตสำหรับเยาวชนในยุคดิจิทัล. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 34(2), 45–60.

Taeho Yu. (2562). Education Is Hope in the Era of the Fourth Industrial Revolution (ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 เมื่อหุ่นยนต์ครองโลก การศึกษาคือทางรอดเดียวของมนุษย์). กรุงเทพมหานคร: พิมพ์ดี.

Cascio, J. (2018). Facing the Age of Chaos: Understanding BANI as an Extension of VUCA. Future Insight Review, 5(2), 45–59.

Kazuo Yoshida. (2017). Kokorozashi Education: Identity Support for the Japanese. Tokyo: Nihon Hyoronsha.

Ministry of Education, Culture, Sports, Science and Technology (MEXT). (2017). Research Report on Next-Generation Leadership Development.Tokyo: MEXT.

Naoki Yoshioka. (2018). Educational Reform Opening the Future: Developing Leaders Who Bring Change. Tokyo: Akashi Shoten.

Pasmore, W. A. and O’Shea, T. (2010). Leadership for change: Developing leaders to meet the challenge of change. Center for Creative Leadership.

Saito, T. (2000). Hikikomori: Adolescence Without End. Tokyo: PHP Shinsho.

Wagner, T. and Dintersmith, T. (2015). Most likely to succeed: Preparing our kids for the innovation era. 1st Scribner hardcover ed. Scribner.

Yoshihiko Takubo. (2011). Kokorozashi: Building the Next Generation of Global Leaders. Tokyo: Globis University Press.