แนวทางการบริหารงานวิชาการในยุคดิจิทัลของโรงเรียนรัษฎา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตรัง กระบี่

Main Article Content

ณัฏฐธิดา จงมี
พระครูพิจิตรศุภการ
บุญเลิศ วีระพรกานต์

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนรัษฎา 2) เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารงานวิชาการในยุคดิจิทัลของโรงเรียนรัษฎา และ 3) เพื่อนำเสนอแนวทางการบริหารงานวิชาการในยุคดิจิทัลของโรงเรียนรัษฎา เป็นการวิจัยเป็นเชิงคุณภาพโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง จำนวน 15 คน การสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 คน การสนทนากลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 7 คน มีเครื่องมือการวิจัยคือแบบสัมภาษณ์เชิงลึก แบบการสนทนากลุ่ม และทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาตามแบบสัมภาษณ์และแบบการสนทนากลุ่ม


ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพการบริหารงานวิชาการของโรงเรียนรัษฎา พบว่า (1) การพัฒนาหลักสูตร ผู้บริหารมีการส่งเสริมการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาอย่างเป็นระบบ ทุกฝ่ายลงมือปฏิบัติอย่างมุ่งมั่นตั้งใจทุกคนมีส่วนร่วมตามกระบวนการ ทำให้สถานศึกษามีหลักสูตรที่สอดคล้องกับบริบทและพัฒนาผู้เรียนได้อย่างเต็มศักยภาพ (2) การจัดการเรียนการสอน ครูมีวิธีการจัดการเรียนการสอนที่หลากหลายส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ที่สูงกว่าค่าเป้าหมายของโรงเรียน (3) การวัดและประเมินผลมีการบริหารจัดการสร้างและปรับปรุงเครื่องมือการวัดผลการเรียนและนำผลจากการวัดและประเมินผลมาใช้ประโยชน์ทั้งในเชิงบริหาร (4) ด้านการนิเทศติดตาม มีการส่งเสริมการปฏิบัติงานและความร่วมมือในการทำงานของครูปรับปรุงคุณภาพของงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ 2) แนวการบริหารงานวิชาการในยุคดิจิทัลของโรงเรียนรัษฎา ประกอบด้วย (1) การพัฒนาหลักสูตร ต้องปรับปรุงเพื่อให้สอดคล้องกับการเรียนรู้ที่เปลี่ยนแปลงไป โดยต้องเริ่มจากการวิเคราะห์ความต้องการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาหลักสูตร (2) ด้านการจัดการเรียนการสอน การจัดการเรียนการสอนต้องเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางเพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมและพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ของผู้เรียน (3) การวัดและประเมินผล มีการประเมินทุกช่วงชั้น พัฒนาเครื่องมือวัดผลผ่านระบบดิจิทัล (4) การนิเทศติดตาม ใช้เทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการงานด้านการติดตามนิเทศมีความสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา และ 3) การนำเสนอแนวทางการบริหารงานวิชาการในยุคดิจิทัลของโรงเรียนรัษฎา พบว่ามีความเป็นไปได้ มีความเหมาะสม และเป็นประโยชน์นำไปใช้ในการบริหารงานวิชาการในยุคดิจิทัลของโรงเรียนรัษฎา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตรัง กระบี่

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
จงมี ณ. ., พระครูพิจิตรศุภการ, & วีระพรกานต์ บ. . (2025). แนวทางการบริหารงานวิชาการในยุคดิจิทัลของโรงเรียนรัษฎา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตรัง กระบี่. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 12(2), 14–27. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDMCU/article/view/277159
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.

พัชรนารี คำเป็ง. (2563). เทคโนโลยีกับการศึกษา. แหล่งที่มา https://sites.google.com/site/nangmanrai11/khwam-ru-dan-thekhnoloyi/thekhnoloyi-kab-kar-suksa สืบค้นเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2566.

พิชัย ตุ้งประโคน. (2562). ขอบข่ายงานบริหารงานวิชาการ. แหล่งที่มา ttps://kroobannok.com/blog/3128 สืบค้นเมื่อ 18 พฤศจิกายน 2566.

โรงเรียนรัษฎา. (2561). ประวัติโรงเรียนและเป้าประสงค์. แหล่งที่มา https://ratsada.thai.ac/home/info/1 สืบค้นเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2566.

พระราชวุธ ปญฺญาวชิโร (เพชรไพร). (2561). การบริหารสถานศึกษาในยุคดิจิทัลตามหลักสัปปุริสธรรม 7 โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา จังหวัดขอนแก่น. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

เพ็ญจันทร์ สินธุเขต. (2560). การศึกษายุคนี้ (ยุคดิจิทัล): Thailand 4.0. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง.

สารินทร์ เอี่ยมครอง. (2561). แนวทางการบริหารงานวิชาการของสถานศึกษาในจังหวัดชัยนาท สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 5. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.

สุธรรม ธรรมทัศนานนท์. (2561). การพัฒนาโปรแกรมเสริมสร้างภาวะผู้นำแห่งการเรียนรู้ของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารการวิจัยทางการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. 13(2), 169-182.

Friedman, T. L. (2005). The World is Flat: A Brief History of the Twenty-First Century. Farrar: Straus and Giroux.

Misty, M. Kirby. (2019). Academic Optimism and Community Engagement in Urban Schools. Journal of Educational Administration. 49(5), 542-562.