ความต้องการจำเป็นของการพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนมัธยมศึกษาเอกชนในจังหวัดพัทลุงตามแนวคิดความฉลาดรู้การอ่าน
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลำดับความต้องการจำเป็นของการพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนเอกชนในจังหวัดพัทลุงตามแนวคิดความฉลาดรู้การอ่าน ใช้วิธีการวิจัยเชิงบรรยาย เครืองมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยเลขคณิต ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ความต้องการจำเป็น (PNIModified) โดยมีผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูโรงเรียนเอกชนระดับมัธยมศึกษาในจังหวัดพัทลุง จำนวนรวม 95 คน ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันของการบริหารวิชาการโรงเรียนเอกชนในจังหวัดพัทลุงตามแนวคิดความฉลาดรู้การอ่านอยู่ในระดับปานกลาง โดยด้านการพัฒนาหลักสูตรมีสภาพในการปฏิบัติในปัจจุบันมีค่าเฉลี่ยสูงสุด และด้านการวัดผลและประเมินผลมีสภาพในการปฏิบัติในปัจจุบันมีค่าเฉลี่ยต่ำสุด สภาพที่พึงประสงค์ของการบริหารวิชาการโรงเรียนเอกชนในจังหวัดพัทลุงตามแนวคิดความฉลาดรู้การอ่านอยู่ในระดับมาก โดยด้านการจัดการเรียนการสอนมีค่าเฉลี่ยสูงสุด และด้านการพัฒนาหลักสูตรค่าเฉลี่ยต่ำสุด 2) ค่าดัชนีความต้องการจำเป็นของการพัฒนาการบริหารวิชาการโรงเรียนเอกชนในจังหวัดพัทลุงตามแนวคิดความฉลาดรู้การอ่าน โดยภาพรวมคือ 0.332 (PNImodified = 0.332) เมื่อพิจารณาตามขอบข่ายการบริหารวิชาการ พบว่า ด้านการวัดผลและประเมินผลมีค่าความต้องการจำเป็นสูงสุด รองลงมาคือ ด้านการจัดการเรียนการสอน และด้านการพัฒนาหลักสูตรมีค่าความต้องการจำเป็นต่ำที่สุด
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้นเพียงผู้เดียว และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกบทความลงตีพิมพ์และจะแจ้งให้เจ้าของบทความทราบหลังจากผู้ประเมินบทความตรวจอ่านบทความแล้ว
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2552). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: คุรุสภาลาดพร้าว.
ดวงจันทร์ เดี่ยววิไล, จักรกฤษณ์ สำราญใจ, บุปผา สมมะโน, วิไลลักษณ์ จั่นวงษ์ และธนพร หมูคำ. (2555). โครงการการพัฒนาสมรรถนะการอ่านของนักเรียนประถมศึกษาชั้นปีที่ 4 - 6 ด้วยเครือข่ายหนุนเสริมการเรียนรู้จังหวัดลำปาง. รายงานวิจัย. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม.
ปัญญาวิทย์ แจ่มกระจ่าง. (2564). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้การอ่านเชิงรุกเพื่อส่งเสริมความฉลาดรู้การอ่านและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์.
สง่า วงค์ไชย. (2563). กลยุทธ์การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมความฉลาดรู้การอ่าน. วารสารบัณฑิตศึกษา. 17(79). 1-10.
สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. (2562). พจนานุกรมศัพท์ศึกษาศาสตร์ร่วมสมัย ชุดความฉลาดรู้ (Literacy) ฉบับราชบัณฑิตยสภา. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานราชบัณฑิตยสภา.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา.
สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพัทลุง. (2562). แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดพัทลุง พ.ศ. 2562 – 2565 (ฉบับทบทวน พ.ศ. 2564). แหล่งที่มา https://www.ptlpeo.go.th/wpcontent/uploads/2021/11/Plan_64.pdf สืบค้นเมื่อ 10 ม.ค. 2566.
สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดพัทลุง. (2564). แผนพัฒนาการศึกษาเอกชนจังหวัดพัทลุง พ.ศ. 2564-2567. แหล่งที่มา https://www.ptlpeo.go.th/wp-content/uploads/2021/11/PA_Plan_64.pdf สืบค้นเมื่อ 10 ม.ค. 2566.
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2552). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
Best, J. W. (1981). Research in education. New Jersey: Prentice Hall.
Thomson, S., Hillman, K., Schmid, M., Rodrigues, S., & Fullarton, J. (2016). Reporting Australia's Results Progress in International Reading Literacy Study. Australia: PIRLS.