รูปแบบการบริหารการจัดการความรู้ด้านสะเต็มศึกษาระดับประถมศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพและแนวทางการดำเนินการการบริหารการจัดการความรู้ด้านสะเต็มศึกษา 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารการจัดการความรู้ด้านสะเต็มศึกษา และ 3) เพื่อทดลองและประเมินรูปแบบการบริหารการจัดการความรู้ด้านสะเต็มศึกษาระดับประถมศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด มีวิธีดำเนินการวิจัย 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาสภาพการบริหารการจัดการความรู้ด้านสะเต็มศึกษา โดยใช้แบบสอบถามกลุ่มตัวอย่าง 226 คน และศึกษาแนวทางการบริหารการจัดการความรู้ด้านสะเต็มศึกษา โดยสัมภาษณ์กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 7 คน ขั้นตอนที่ 2 พัฒนารูปแบบ โดยสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญ 5 คน ขั้นตอนที่ 3 ทดลองและประเมินรูปแบบ โดยการใช้แบบประเมินแบบกับกลุ่มตัวอย่าง 226 คน และมีสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สรุปผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพและแนวทางการบริหารการจัดการความรู้ด้านสะเต็มศึกษาระดับประถมศึกษา โดยรวมมีระดับการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมากทุกด้าน ได้แก่ การกำกับติดตามการดำเนินงานระดับเขตพื้นที่การศึกษา การพัฒนาครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง การวางระบบสนับสนุนและการสร้างความเข้มแข็งในการดำเนินงาน และด้านการสร้างความตระหนัก 2) รูปแบบการบริหารการจัดการความรู้ด้านสะเต็มศึกษาระดับประถมศึกษา 3 องค์ประกอบ ได้แก่ องค์ประกอบที่ 1 การจัดการความรู้สะเต็มศึกษา 28 ตัวชี้วัด องค์ประกอบที่ 2 กระบวนการบริหารการจัดการความรู้ด้านสะเต็มศึกษา 6 ตัวชี้วัด องค์ประกอบที่ 3 การจัดการเรียนรู้สะเต็มศึกษา 6 ตัวชี้วัด และ 3) ผลการทดลองและประเมินรูปแบบการบริหารการจัดการความรู้ด้านสะเต็มศึกษาระดับประถมศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด พบว่า ผลการประเมินความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ ในการนำรูปแบบ ไปใช้ในภาพรวม มีความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ อยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ทุกด้านมีความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด
Article Details
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้นเพียงผู้เดียว และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกบทความลงตีพิมพ์และจะแจ้งให้เจ้าของบทความทราบหลังจากผู้ประเมินบทความตรวจอ่านบทความแล้ว
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารอ้างอิง
โครงการ PISA ประเทศไทย สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2553). รายงานผลการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น: โครงการ PASA 2009. กรุงเทพมหานคร: อรุณการพิมพ์.
จำรัส อินทลาภาพร. (2558). การศึกษาแนวทางการจัดการเรียนรู้ตามแนวสะเต็มศึกษาสำหรับผู้เรียนระดับประถมศึกษา. Veridian E-Journal, Silpakorn University. 8(1). 62-67.
พรพรรณ ไทยางกูร. (2556). สะเต็มศึกษา: ก้าวสำคัญของการนำสะเต็มศึกษาไปใช้กับความหวังยกระดับคุณภาพศึกษาไทย. แหล่งที่มา http//www.daliynews.co.th/education. สืบค้นเมื่อ 20 พ.ย. 2556.
รุ่งนภา พรหมภักดี. (2563). การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการเรียนรู้ตามแนวสะเต็มศึกษา (STEM) ที่มีประสิทธิผลของโรงเรียนมัธยมศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. ดุษฎีนิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร.
วิจารณ์ พานิช. (2555). วิถีสร้างการเรียนรู้เพื่อศิษย์ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์.
วิชัย วงษ์ใหญ่. (2554). นวัตกรรมหลักสูตรและการเรียนรู้สู่ความเป็นพลเมือง. กรุงเทพมหานคร: อาร์แอนด์ปริ้นท์.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2551). ความรู้และสมรรถนะทางวิทยาศาสตร์สำหรับโลกวันพรุ่งนี้. กรุงเทพมหานคร: เซเวนกรุ๊ป.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2557). คู่มือเครือข่ายสะเต็มศึกษา สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. กรุงเทพมหานคร: องค์การค้าของ สกสค.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. (2558). คู่มือจัดกิจกรรมสะเต็มศึกษา ระดับชั้นประถมศึกษา ปีที่ 1-3. กรุงเทพมหานคร: องค์การค้าของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด. (2562). ข้อมูลสารสนเทศสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตราด ปีการศึกษา 2561-2562. แหล่งที่มา https://web.trat-edu.go.th/ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศเพื สืบค้นเมื่อ 1 มี.ค. 2564.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2553). แนวทางการดำเนินงานโรงเรียนมาตรฐานสากล. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ชุมชนสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
สิริพัชร์ เจษฎาวิโรจน์. (2548). การจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ. กรุงเทพมหานคร: บุ๊คพอยท์.
Hobson, D. (2008). A Teachers’ Guide to the History, Philosophy and Sociology of Science. Rutteerdam; Sense Publisher.
Keeves, P. J. (1988). Educational research methodology, and measurement: An international handbook. Oxford, England: Pergamon Press.
Krejcie and D. Morgan. (1970). Determining Sample Size Research Activities. Educational and Psychological Measurement. 30. 607-610.
Rockland, R. et al. (2010). Advancing the “E” in K-12 STEM Education. Journal of Technology Studies. 36(1). 53-64.
Wang, Hui-Hui; Moore, Tamara J.; Roehrig, Gillian H.; & Park, Mi Sun. (2011). STEM Integration: Teacher Perceptions and Practice. Journal of Pre-College Engineering Education Research (J-PEER). 1(2).