ประสิทธิผลของการนำนโยบายไปปฏิบัติ: กรณีศึกษาการปฏิบัติการทางทหารเพื่อบรรเทาภัยพิบัติ
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาประสิทธิผลของการนำนโยบายไปปฏิบัติ : กรณีศึกษาการปฏิบัติการทางทหารเพื่อบรรเทาภัยพิบัติ 2) เพื่อศึกษาปัญหาอุปสรรคประสิทธิผลของการนำนโยบายไปปฏิบัติ : กรณีศึกษาการปฏิบัติการทางทหารเพื่อบรรเทาภัยพิบัติ เป็นการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ โดยสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ผู้บริหารกระทรวงระดับนโยบาย ผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารระดับกลาง เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ นักวิชาการ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล เจ้าหน้าที่นักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จำนวน 18 คน ผลการวิจัยพบว่า 1) นโยบาย ในทุกรัฐบาลที่ผ่านมามีนโยบายเกี่ยวกับการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาสาธารณภัยและฟื้นฟูเยียวยาประชาชนที่ได้ผลกระทบจากภัยพิบัติในทุกสถานการณ์และทุกรูปแบบมาโดยตลอด ซึ่งในนโยบายนั้นก็มีการกำหนดให้กองทัพให้เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการให้การสนับสนุนในด้านทรัพยากรทางทหาร 2) ขีดความสามารถทางทหารด้านบุคลากร องค์ความรู้ ยุทโธปกรณ์ โดยกองทัพถือเป็นหน่วยงานที่มีขีดความสามารถในการเผชิญภัยคุกคามต่างๆ กล่าวคือ มีบุคคลากรที่มีความรู้ ความสามารถหลากหลายเพราะผ่านการฝึกฝนจนมีความชำนาญและเชี่ยวชาญเฉพาะทาง 3) การบรรเทาภัยพิบัติ (Disaster Relief) โดยกองทัพได้ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องปฏิบัติหน้าที่ให้ความช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัยที่เกิดขึ้นในพื้นต่างๆ ในประเทศไทยเสมอมา 4) การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม (Humanitarian Assistance) โดยกองทัพได้ให้ความสำคัญในการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมาโดยตลอด ทั้งการช่วยเหลือภายในประเทศและในต่างประเทศ 5) การเป็นผู้เชื่อมประสาน ในการดำเนินการบรรเทาสาธารณภัยต่างๆ นั้น กองทัพได้เน้นการบูรณาการสนับสนุนและประสานความร่วมมือเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนมาโดยตลอด 6) ประสิทธิผลของการนำนโยบายไปปฏิบัติ กรณีศึกษา การปฏิบัติการทางทหารเพื่อบรรเทาภัยพิบัติ ด้านการเป็นผู้ร่วมปฏิบัติงาน โดยกองทัพได้ร่วมปฏิบัติงานกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อบรรเทาสาธารณภัยและช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยมาอย่างต่อเนื่อง 7) ด้านการเป็นผู้ส่งเสริมเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ โดยกองทัพได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อชนิดต่างๆ เพื่อ (1) เตือนภัย (2) รายงานเหตุการณ์ (3) ให้คำแนะนำการปฏิบัติต่างๆ 4) ให้ความรู้และสร้างความเข้าใจ ส่วนปัญหาและอุปสรรค ได้แก่ (1) การบริหารจัดการ (2) บุคลากร (3) ยุทโธปกรณ์ (4) งบประมาณ
Article Details
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้นเพียงผู้เดียว และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกบทความลงตีพิมพ์และจะแจ้งให้เจ้าของบทความทราบหลังจากผู้ประเมินบทความตรวจอ่านบทความแล้ว
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารอ้างอิง
ศิลปานันต์ ลำกูล. (2558). บทบาทของกองทัพไทยในการจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติในประเทศไทย : บทสำรวจปัญหาและแนวคิดในการแก้ไข. วารสารวิชาการและวิจัยสังคมศาสตร์. 10. 35-39.
สนธยาพลศรี. (2533). ทฤษฎีและหลักการพัฒนาชุมชน. กรุงเทพมหานคร: โอเดียนสโตร์.
สมบัติ ธำรงธัญวงศ์. (2555). นโยบายสาธารณะ: แนวความคิด การวิเคราะห์ และกระบวนการ. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์เสมาธรรม.
สมหวัง พิธิยานุวัฒน์. (2551). วิธีวิทยาการประเมินทางการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สัมฤทธิ์ กางเพิ่ง. (2551). ปัจจัยทางการบริหารที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิผลของโรงเรียน : การพัฒนา และการตรวจสอบความตรงของตัวแบบ. ดุษฎีนิพนธ์ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
สุเชษฐ์ ตันยะเวช. (2559). แนวทางการพัฒนาระบบการบริหารจัดการภารกิจ การบรรเทาสาธารณภัยของกองทัพภาคที่ 3. หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร.
สุรเดช เคารพครู. (2558). การปฏิบัติการสื่อสารร่วมในภารกิจ การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาสาธารณภัยเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน. วารสารสถาบันป้องกันประเทศ. 6(4). 57-65.
หน่วยบัญชาการทหารพัฒนากองบัญชาการกองทัพไทย. (2551). หนังสือครบรอบ 46 ปี หน่วยบัญชาการทหารพัฒนากองบัญชาการกองทัพไทย. กรุงเทพมหานคร: หน่วยบัญชาการทหารพัฒนากองบัญชาการกองทัพไทย.
อนันต์ เกตุวงศ์. (2541). หลักและเทคนิคการวางแผน. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
อนุสรณ์ ปัญญะบูรณ์. (2559). การศึกษาแนวทางการบูรณาการใช้ยุทโธปกรณ์ของทหารช่างในภารกิจการบรรเทาสาธารณภัยให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด. หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร.