กระบวนการสร้างภูมิคุ้มกันมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชนตลาดน้ำในจังหวัดราชบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนากระบวนการสร้างภูมิคุ้มกันมรดกทางวัฒนธรรมในเชิงสร้างสรรค์ของชุมชนตลาดน้ำในจังหวัดราชบุรี การวิจัยครั้งนี้เป็นวิจัยเชิงปฏิบัติการ โดยวิเคราะห์เนื้อหาจากกรณีศึกษาของโครงการย่อย และใช้การสนทนากลุ่มเฉพาะเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อใช้เป็นฐานคิดสำคัญในออกแบบแนวทางพัฒนากระบวนการสร้างภูมิคุ้มกันมรดกทางวัฒนธรรมในเชิงสร้างสรรค์ของชุมชนตลาดน้ำในจังหวัดราชบุรี พร้อมทั้งนำไปทดสอบระดับภาคสนาม และวิเคราะห์กระบวนการปฏิบัติงานรายตัวชี้วัด ร่วมกับสถิติอ้างอิงเพื่อค้นหาความจริงจากการปฏิบัติงานตามรูปแบบของการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ผลการวิจัยพบว่า การพัฒนากระบวนการสร้างภูมิคุ้มกันมรดกทางวัฒนธรรมในเชิงสร้างสรรค์ของชุมชนตลาดน้ำในจังหวัดราชบุรี มีลักษณะเป็นการพัฒนาปัจจัยนำเข้าของกระบวนการสร้างภูมิคุ้มกันมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชนตลาดน้ำดำเนินสะดวก โดยยกระดับความร่วมมือในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมให้เป็นรูปแบบของเครือข่ายที่เป็นทางการ ระหว่าง (1) อำเภอดำเนินสะดวก (2) เทศบาลดำเนินสะดวก (3) คณะสงฆ์อำเภอดำเนินสะดวก (4) โรงเรียนอนุบาลวัดโชติทายการามสงเคราะห์ (5) ชมรมศิษย์เก่าวิทยาลัยสงฆ์ราชบุรี (6) ชมรมคนรักษ์ตลาดน้ำดำเนิน และ (7) ชมรมวิถีคลองวิถีไทย ซึ่งได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) “เครือข่ายจิตอาสาอนุรักษ์วัฒนวิถีชุมชนตลาดน้ำดำเนินสะดวก” การนี้ ภาคีเครือข่ายทั้ง 7 ได้ร่วมกันออกแบบและผลิตวัตถุที่เป็นตัวแทนเชิงสัญลักษณ์ (Mascot) ที่แสดงความร่วมมือในการดำเนินงานสร้างภูมิคุ้มกันมรดกทางวัฒนธรรมในเชิงสร้างสรรค์ พร้อมกันนี้ ยังได้สรรค์สร้างผลงานศิลปะ 3 มิติ เพื่อสื่อเรื่องราววิถีชีวิตของชุมชนตลาดน้ำ ณ พื้นที่ต้นแบบวัฒนวิถีชุมชนตลาดน้ำดำเนินสะดวก ซึ่งอยู่บนเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนตลาดน้ำดำเนินสะดวก จำนวน 1 ชิ้นงาน อีกด้วย ทั้งนี้ ผลการทดสอบระดับภาคสนาม พบว่า อยู่ในระดับมาก
Article Details
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้นเพียงผู้เดียว และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกบทความลงตีพิมพ์และจะแจ้งให้เจ้าของบทความทราบหลังจากผู้ประเมินบทความตรวจอ่านบทความแล้ว
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารอ้างอิง
คทาเทพ พงศ์ทอง. (2560). ตัวแบบการจัดการวัฒนธรรมของชุมชนบ้านหมากขามและบ้านหมากม่วงในเขตเทศบาลตำบลไตรรัฐ ยุคประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
ชัยชาญ จารุกลัส. (2562). การบริหารจัดการวัฒนธรรมในชุมชนชาวไทยยวนรอบวัดหนองโนเหนือ ตำบลหนองโน อำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยบูรพา.
ชาคริต สิทธิฤทธิ์. (2559). จับต้องได้-จับต้องไม่ได้: ความไม่หลากหลายในความหลากหลายของมรดกทางวัฒนธรรม. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี. 8(2). 141.
ธีรพงษ์ บุญรักษา และชูศักดิ์ สุวิมลเสถียร. (2559). การจัดการวัฒนธรรมชุมชน: ภูมิปัญญาในการเสริมสร้างความมั่นคงผู้สูงอายุ กรณีศึกษา ชุมชนลาหู่ อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่. วารสารศิลปกรรมบูรพา. 19(1). 109-110.
บูรพา โชติช่วง. (2563). มรดกวัฒนธรรมเพื่อท่องเที่ยว“รายได้”หรือ“ภัยคุกคามมรดก”. แหล่งที่มา https://siamrath.co.th/n/15282 สืบค้นเมื่อ 15 ธ.ค. 2563.
ปิยะนุช ศิริราชธรรม. (2561). มาตรการทางกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อการส่งเสริมและสืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม: ศึกษากรณีต้มยำกุ้ง. วิทยานิพนธ์นิติศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยสยาม.
พระสุธีรัตนบัณฑิต. (2561). ผลงานวิจัยเด่น สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ ประจำปี 2560. นนทบุรี: นิติธรรมการพิมพ์.
พลอยภัทรา ตระกูลทองเจริญ. (2557). การศึกษาความตระหนักในการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมผ่านกระบวนการการมีส่วนร่วม: กรณีศึกษา หมู่บ้านศาลาแดงเหนือ เชียงรากน้อย. วิทยานิพนธ์สถาปัตยกรรมศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.
ราตรี โตเพ่งพัฒน์. (2543). ตลาดน้ำ: วิถีชีวิตของเกษตรกรภาคกลาง. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (2561). ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวในประเทศไทย ไตรมาสที่ 4 ปี 2561. กรุงเทพมหานคร: สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.).
สุนทร ศรีหนองบัว. (2560). การเรียนรู้ร่วมกันเพื่อการจัดการวัฒนธรรมท้องถิ่น บ้านสาวะถี ตำบลสาวะถี อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น. มหาสารคาม. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
สุนทรชัย ชอบยศ. (2562). แนวทางในการจัดการมรดกทางวัฒนธรรมโดยความร่วมมือของภาคส่วนต่างๆ ในท้องถิ่น: กรณีศึกษาการจัดการสิมและฮูปแต้ม ตำบลดงบัง อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม. วารสารการเมืองการปกครอง. 9(3). 55.
Feilden B.M. & J. Jokilehto. (1998). Management Guidelines for World Heritage Sites. Rome: N.P.