รูปแบบการบริหารเชิงกลยุทธ์ของวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนในสังคมแห่งการเรียนรู้ จังหวัดนครนายก
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาสภาพการบริหารเชิงกลยุทธ์ของวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนในสังคมแห่งการเรียนรู้ จังหวัดนครนายก 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารเชิงกลยุทธ์ของวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนในสังคมแห่งการเรียนรู้ จังหวัดนครนายก และ 3) เพื่อประเมินรูปแบบการบริหารเชิงกลยุทธ์ของวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนในสังคมแห่งการเรียนรู้ จังหวัดนครนายก ซึ่งมีขั้นตอนการดำเนินการวิจัยเป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาสภาพการบริหารเชิงกลยุทธ์ของวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนในสังคมแห่งการเรียนรู้ โดยใช้แบบสอบถาม ได้แก่ ผู้บริหารสูงสุด 3 คน และรองผู้อำนวยการทั้ง 4 ฝ่าย 4 คน ผู้รับผิดชอบการประกันคุณภาพภายใน 1 คน คณะกรรมการวิทยาลัย 7 คน รวม 15 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง ขั้นตอนที่ 2 พัฒนารูปแบบการบริหารเชิงกลยุทธ์ของวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนในสังคมแห่งการเรียนรู้ โดยใช้แบบสอบถาม ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญในการบริหารเชิงกลยุทธ์ 20 คน และขั้นตอนที่ 3 ประเมินรูปแบบการบริหารเชิงกลยุทธ์ของวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนในสังคมแห่งการเรียนรู้ โดยใช้แบบประเมิน ได้แก่ ผู้บริหารวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชน 5 คน 2) ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารวิทยาลัย 5 คน 3) ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการศึกษาระดับอาชีวศึกษา 5 คน รวม 15 คน มีสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการศึกษาสภาพการบริหารเชิงกลยุทธ์ของวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนในสังคมแห่งการเรียนรู้ โดยภาพรวมมีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก 2) การพัฒนารูปแบบการบริหารเชิงกลยุทธ์ของวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนในสังคมแห่งการเรียนรู้ ประกอบด้วยองค์ประกอบหลัก 5 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกองค์การ (2) การกำหนดพันธกิจและเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ (3) การสร้างกลยุทธ์ (4) การนํากลยุทธ์ไปปฏิบัติ (5) การควบคุมและประเมินผล 3) การทดลองใช้และประเมินรูปแบบการบริหารเชิงกลยุทธ์ของวิทยาลัยอาชีวศึกษาเอกชนในสังคมแห่งการเรียนรู้ จังหวัดนครนายก ในภาพรวม มีความถูกต้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์อยู่ในระดับมากที่สุด
Article Details
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้นเพียงผู้เดียว และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกบทความลงตีพิมพ์และจะแจ้งให้เจ้าของบทความทราบหลังจากผู้ประเมินบทความตรวจอ่านบทความแล้ว
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2561). นโยบายด้านการศึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ. แหล่งที่มา http://www.bic.moe.go.th/th/index.php. สืบค้นเมื่อ 1 ก.พ. 2562.
จอมพงศ์ มงคลวนิช. (2556). การบริหารองค์การและบุคลากรทางการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: วี.พริ้นท์.
ธานินทร์ ศรีชมพู. (2557). การพัฒนารูปแบบการบริหารงานอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา. ดุษฎีนิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยนเรศวร.
ประภาส เกตุไทย. (2556). การพัฒนากลยุทธ์การพัฒนาการบริหารการจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีในวิทยาลัยเทคนิคกลุ่มภาคเหนือตอนล่าง. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏกําแพงเพชร.
ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มาตรฐานการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2561. (2561) ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 135. ตอนพิเศษ 228ง. (18 ก.ย. 2561).
เวปไซต์จังหวัดนครนายก. (2561). ส่วนราชการ. แหล่งที่มา https://ww2.nakhonnayok.go.th/frontpage สืบค้นเมื่อ 1 ก.พ. 2562.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2560). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2564). กรุงเทพมหานคร: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.
สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา. (2547). การประเมินคุณภาพภายนอกสถาบันอาชีวศึกษา. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานรับรองมาตรฐานแบะประเมินคุณภาพการศึกษา องค์การมหาชน.
Glueck, F. W.; & Jauch, L. R. (1988). Business Policy and Strategic Management. New York: McGraw-Hill.
Kaplan, R.; & Norton, D. (1997). The Balanced Scorecard-Measures that Drive Performance. Harvard Business Review.
Keeves P.J. (1988). Educational research, methodology and measurement: An international handbook. Oxford: Pergamon Press.