ความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมองค์การกับการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ของนักเรียน ระดับมัธยมศึกษา ในโรงเรียนทางเลือก ในกรุงเทพมหานคร
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ๑) เพื่อศึกษาระดับวัฒนธรรมองค์การในโรงเรียนทางเลือก
ในกรุงเทพมหานคร ๒) เพื่อศึกษาระดับการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา
ในโรงเรียนทางเลือก ในกรุงเทพมหานคร ๓) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมองค์การกับการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาในโรงเรียนทางเลือก ในกรุงเทพมหานคร ประชากร ได้แก่ ครูผู้สอนระดับมัธยมศึกษา ในโรงเรียนทางเลือก ในกรุงเทพมหานคร ปีการศึกษา ๒๕๖๐ จำนวน ๔ โรงเรียน รวมจำนวนทั้งสิ้น ๑๑๔ คน กลุ่มตัวอย่าง จำนวน ๘๘ คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป
ผลการวิจัยพบว่า
๑) วัฒนธรรมองค์การในโรงเรียนทางเลือก ในกรุงเทพมหานคร โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อจำแนกเป็นรายด้าน พบว่า วัฒนธรรมองค์การด้านความเชื่อมีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมาคือวัฒนธรรมองค์การด้านค่านิยม
๒) การเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาในโรงเรียนทางเลือก ในกรุงเทพมหานคร โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อจำแนกเป็นรายด้าน พบว่า การเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ด้านการเรียนรู้ที่มีผู้เรียนเป็นสำคัญ มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ การเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ด้านการเรียนรู้ด้านการลงมือทำ
๓) ความสัมพันธ์ระหว่างวัฒนธรรมองค์การกับการเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ในโรงเรียนทางเลือก ในกรุงเทพมหานคร พบว่า มีความสัมพันธ์กันในทางบวก ระดับสูงมาก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๑
Article Details
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้นเพียงผู้เดียว และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกบทความลงตีพิมพ์และจะแจ้งให้เจ้าของบทความทราบหลังจากผู้ประเมินบทความตรวจอ่านบทความแล้ว
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารอ้างอิง
จรีพร นาคสัมฤทธิ์. (๒๕๕๕). กระบวนการบริหารโรงเรียนทางเลือกตามแนวคิดการบริหารที่เน้นความเป็นมนุษย์และแนวคิดการศึกษามนุษยนิยม. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชูศรี วงศ์รัตนะ. (๒๕๕๓). เทคนิคการใช้สถิติเพื่อการวิจัย. กรุงเทพมหานคร: บริษัทฐานบัณฑิตจำกัด.
เชษฐ์ ศิริสวัสดิ์. (๒๕๕๕). การสอนให้คิดและสร้างสรรค์โครงงานวิทยาศาสตร์ด้วยการเรียนรู้เพื่อสร้างสรรค์ด้วยปัญญา. วารสารศึกษาศาสตร์, (๑ ตุลาคม ๒๕๕๕-มกราคม ๒๕๕๖),
๑-๑๔.
วัชรพล ศุภจักรวัฒนา. (๒๕๔๙). วัฒนธรรมองค์การ: ข้อสังเกตในการบริหารงานโครงการ. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
วิรัช สงวนวงศ์วาน. (๒๕๕๑). การจัดการและพฤติกรรมองค์การ. กรุงเทพมหานคร: เพียร์สันเอ็ดดูเคชั่น อินโดไชน่า. แปลจาก Stephen P. Robbins and Mary Coulter. (2002). Management. New Jersey: Prentice Hall.
ศศิมา สุขสว่าง. (๒๕๖๑ เมษายน ๑๙). ขั้นตอนเพื่อพัฒนาการคิดเชิงนวัตกรรม. ๓.https://www.sasimasuk.com.
สุนทร วงศ์ไวศยวรรณ. (๒๕๔๐). วัฒนธรรมองค์การ: แนวคิด งานวิจัย และประสบการณ์. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์โฟร์เฟซ.
Arroba, T. and J, Kim. (1992). Pressure at Work: A Survival Guide for Manager.
(2nd ed.). London: McGraw-Hill Book Company.
Dunn, D.S. (2001). Statistics and Data Analysis for the Behavioral Sciences.
New York: McGraw-Hill. Cited in เพียงใจ ศุขโรจน์. (๒๕๕๐). ระเบียบวิธีสถิติทางการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์ตำราและเอกสารทางวิชาการคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Hellriegel, D., J. W. Slocum, Jr. and R. W.Woodman. (1995). Organizational Behavior. (7th ed.). Minneapolis: Wes Publishing Company.
Krejcie R. and D.W. Morgan. (1970). Educational and Psychological Measurement. New York: University of Minnesota.
Pheysey, D. C. (1993). Organizational Culture: Types and Transformations. London: Routedge.
Robbins, S.P. (1995). Organizational Behavior: Concept, Controversies and Application. (7th ed.) New Jersey: Prentice Hall, Inc.