การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมการวิจัย ในการจัดการเรียนรู้ สำหรับครูโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ ๑) ศึกษาองค์ประกอบและตัวชี้วัดของวัฒนธรรมการวิจัยในการจัดการเรียนรู้สำหรับครูโรงเรียนประถมศึกษา ๒) ศึกษาสภาพ ความคาดหวังและความต้องการจำเป็น ในการเสริมสร้างวัฒนธรรมการวิจัยในการจัดการเรียนรู้สำหรับครูโรงเรียนประถมศึกษา ๓) พัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมการวิจัยในการจัดการเรียนรู้สำหรับครูโรง๓เรียนประถมศึกษา และ ๔) ศึกษาผลการทดลองใช้หลักสูตรที่พัฒนาขึ้น กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาสภาพ และความคาดหวังเกี่ยวกับวัฒนธรรมการวิจัยในการจัดการเรียนรู้ คือ ครูผู้สอนระดับประถมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ ปีการศึกษา ๒๕๖๐ จำนวน ๓๒๗ คน ได้มาจากการสุ่ม แบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Random Samplings) กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างด้วยตารางเครจซี่และมอร์แกน และกลุ่มตัวอย่างในการทดลองใช้หลักสูตร คือ ครูผู้สอนระดับประถมศึกษาในกลุ่มโรงเรียนโนนสว่างโป่งเปือยไคสี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบึงกาฬ ปีการศึกษา ๒๕๖๐ จำนวน ๑๔ คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถามสภาพและความคาดหวังเกี่ยวกับการเสริมสร้างวัฒนธรรมการวิจัยในการจัดการเรียนรู้ หลักสูตร คู่มือการใช้หลักสูตร แบบทดสอบความรู้เกี่ยวกับการวิจัยในการจัดการเรียนรู้ แบบประเมินตนเองเกี่ยวกับความเชื่อที่มีต่อการวิจัย แบบประเมินตนเองเกี่ยวกับการใช้การวิจัยในการจัดการเรียนรู้ และแบบสอบถามความพึงพอใจของครูต่อหลักสูตร สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบ Wilcoxon signed-ranks test
ผลการวิจัยพบว่า
๑. วัฒนธรรมการวิจัยในการจัดการเรียนรู้มี ๓ องค์ประกอบ ๔๕ ตัวชี้วัด ดังนี้ องค์ประกอบที่ ๑ ความรู้เกี่ยวกับการวิจัยในการจัดการเรียนรู้ มี ๑๓ ตัวชี้วัด องค์ประกอบที่ ๒ ความเชื่อที่มีต่อการวิจัย มี ๑๘ ตัวชี้วัด องค์ประกอบที่ ๓ การใช้การวิจัยในการจัดการเรียนรู้ อย่างสม่ำเสมอ มี ๑๔ ตัวชี้วัด
๒. ผลการศึกษาสภาพ ความคาดหวัง และความต้องการจำเป็น พบว่า สภาพโดยรวมอยู่ในระดับน้อย (= ๑.๘๑, S.D.=๐.๑๗) ความคาดหวังโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (= ๔.๕๕, S.D.=๐.๐๙) และความต้องการจำเป็นทุกองค์ประกอบมีค่า PNImodified เกิน ๐.๓๐
๓. หลักสูตรฝึกอบรมที่พัฒนาขึ้น มี ๘ องค์ประกอบ คือ ๑) ความเป็นมา ๒) หลักการ ๓) จุดมุ่งหมาย ๔) องค์ประกอบวัฒนธรรมการวิจัย ๕) โครงสร้างเนื้อหา ๖) กิจกรรม ๗) สื่อและ แหล่งเรียนรู้ และ ๘) การวัดและประเมินผล ส่วนโครงสร้างเนื้อหา มี ๗ หน่วย ได้แก่ หน่วยที่ ๑ ปฐมนิเทศ “ครูผู้มีวัฒนธรรมการวิจัยเป็นอย่างไร” หน่วยที่ ๒ การวิจัยกับการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ ๓ เริ่มต้นอย่างไรกับการวิจัยในการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ ๔ ดำเนินการอย่างไรให้การวิจัยประสบความสำเร็จ หน่วยที่ ๕ ร้อยเรียงและนำเสนอความสำเร็จของการวิจัยในการจัดการเรียนรู้ หน่วยที่ ๖ นำความรู้สู่ปฏิบัติการวิจัยในสถานการณ์จริง และหน่วยที่ ๗ การสัมมนาประเมินผลและสรุปผลการฝึกอบรม โดยมีการอบรมที่ห้องอบรม ๓ วัน (๑๘ ชั่วโมง) และปฏิบัติงานวิจัยที่โรงเรียน ๔ สัปดาห์ ใช้กิจกรรมการฝึกอบรมตามแนวทางโรงเรียนเป็นฐาน การคิดสะท้อน และการเรียนรู้ในวัยผู้ใหญ่
๔. ผลการทดลองใช้หลักสูตร พบว่า
๔.๑ วัฒนธรรมการวิจัยด้านความรู้ของครู หลังการอบรมสูงกว่าก่อนการอบรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๕
๔.๒ วัฒนธรรมการวิจัยด้านความเชื่อที่มีต่อการวิจัยของครู หลังการอบรมสูงกว่าก่อนการอบรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๕
๔.๓ วัฒนธรรมการวิจัยด้านการใช้การวิจัยในการจัดการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอของครู หลังการอบรมอยู่ในระดับมากที่สุด (= ๔.๕๔, S.D.=๐.๑๘) และสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ที่ ๓.๕๑
๔.๔ ความพึงพอใจของครูต่อการใช้หลักสูตรฝึกอบรมอยู่ในระดับมากที่สุด (= ๔.๕๕, S.D.=๐.๐๘)
Article Details
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้นเพียงผู้เดียว และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกบทความลงตีพิมพ์และจะแจ้งให้เจ้าของบทความทราบหลังจากผู้ประเมินบทความตรวจอ่านบทความแล้ว
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารอ้างอิง
ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (๒๕๕๖). การพัฒนาหลักสูตร ทฤษฎีสู่การปฏิบัติ. กรุงเทพมหานคร: วีพรินท์.
ชุติมา โชคมาเสริมกุล. (๒๕๕๒). การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเรื่องการสร้างสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน สำหรับครูวิทยาลัยอาชีวศึกษาสระบุรี. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. ลพบุรี: มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี.
ธีระ รุญเจริญ. (๒๕๕๕). ความเป็นมืออาชีพในการจัดและบริหารการศึกษา ยุคปฏิรูปการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ ๗. กรุงเทพมหานคร: ข้าวฟ่าง.
บุญธรรม กิจปรีดาบริสุทธิ์. (๒๕๕๑). ระเบียบวิธีการวิจัยทางสังคมศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ ๑๐. กรุงเทพมหานคร: จามจุรีโปรดักท์.
ปวีกรณ์ คลังข้อง. (๒๕๕๖). วัฒนธรรมวิจัยของครูในจังหวัดปัตตานี. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต. สงขลา: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.
พงษ์พัชรินทร์ พุธวัฒนะ. (๒๕๕๐). นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาวัฒนธรรมวิจัยของอาจารย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี. ปัตตานี: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี.
พลสัณฑ์ โพธิ์ศรีทอง. (๒๕๕๑). การพัฒนาครูประจาการที่ใช้โรงเรียนเป็นฐานและมุ่งผลให้เกิดต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนโดยตรง. วารสารข้าราชการ. ๑๘(๕), ๑๑-๑๔.
เรืองยศ เพชรสุก. (๒๕๕๔). การวิจัยและพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านการวิจัยของครู ในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต ๕. วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. อุบลราชธานี: มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี.
วิชัย วงษ์ใหญ่. (๒๕๕๔). การพัฒนาหลักสูตรระดับอุดมศึกษา. กรุงเทพมหานคร: อาร์ แอนด์ ปริ้นท์.
วิษณุ ทรัพย์สมบัติ. (๒๕๔๙). การพัฒนาวัฒนธรรมการประเมินการเรียนการสอนของครู: การฝึกอบรมโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานด้วยการสร้างเครือข่ายและการคิดสะท้อนอภิมาน. กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สมใจ กงเติม. (๒๕๕๓). การศึกษาความต้องการในการพัฒนาสมรรถนะครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต ๒. เพชรบูรณ์: มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (๒๕๕๓). แนวดำเนินการสร้างวัฒนธรรมการวิจัย. กรุงเทพมหานคร: สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
สุวิมล ว่องวาณิช. (๒๕๔๘). การวิจัยและประเมินความต้องการจำเป็น. กรุงเทพมหานคร : สานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Leitch, R. and Day, C. (2001). Reflective process in action: mapping personal and professional contexts for learning and change. Journal of In-Service Education. 27(2). 237-259.
Unesco. (1986). Evaluation the Quality of life in Belgium. Social Indicators Research. 21(2), 8.