แนวทางการจัดการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ตามหลักพหูสูต ๕ ของโรงเรียนในเครือข่ายที่ ๔๙ สำนักงานเขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร

Main Article Content

ศิริญาภา ทองมะหา
อินถา ศิริวรรณ
เกษม แสงนนท์
วิชชุดา หุ่นวิไล

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ ๑) เพื่อศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ของโรงเรียน ในเครือข่ายที่ ๔๙ สำนักงานเขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ๒) เพื่อศึกษาการจัดการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์และปฏิบัติตามหลักพหูสูต ๕ และ ๓) เพื่อเสนอแนวทางการจัดการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ตามหลักพหูสูต ๕ ซึ่งเป็นงานวิจัยแบบเชิงคุณภาพ คือ ประกอบด้วยการวิเคราะห์เอกสารและการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ๖ คน จากครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ระดับประถมศึกษา ทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา โดยการสัมภาษณ์แบบเจาะลึก การสังเกตแบบมีส่วนร่วม และการสนทนากลุ่มจากผู้ทรงคุณวุฒิ ๖ รูป/คน โดยการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าสถิติ คือ ความถี่เชิงปริมาณ


ผลการวิจัยพบว่า


๑. สภาพการจัดการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ของโรงเรียน ในเครือข่ายที่ ๔๙ สำนักงานเขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร พบว่า ๑) เนื้อหาสาระ วิชาวิทยาศาสตร์มีมากเกินไปทำให้ความอยากรู้อยากเห็น และกระตือรือร้นในการใฝ่เรียนรู้น้อยลง มีเจตคติที่ไม่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ ส่งผลต่อการสืบค้นข้อมูลด้วยตนเอง ๒) ด้านกระบวนการเรียนการสอน จัดให้เหมาะสมกับความสามารถของแต่ละบุคคล โดยเน้นเฉพาะเรื่องที่สำคัญ จึงจะทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดีขึ้น ๓) ด้านสื่อการเรียนการสอน ขาดสื่อที่จะทำให้กิจกรรมการทดลอง ขาดทักษะการใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ สื่อและอุปกรณ์ที่ได้จากงบประมาณมีจำนวนไม่เพียงพอ ๔) ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน เน้นให้นักเรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง แต่บางครั้งการสอนก็ไม่เป็นตามที่วางแผน ครูต้องคอยกระตุ้นและชี้แนะแนวต่างๆ เนื่องจากขาดความรู้ความเข้าใจในลำดับขั้นตอนการทำกิจกรรม ศึกษาค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเอง จากการบันทึกความรู้หลังปฏิบัติกิจกรรม ๕) ด้านการวัดผล ประเมินผล มีเครื่องมือการวัดที่หลากหลายแบบทดสอบกิจกรรม มีใบงานที่หลากหลายตามตัวชี้วัด เน้นทักษะกระบวนการ เพื่อที่จะให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น


๒. การจัดการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ตามหลักพหูสูต ๕ ในภาพรวมทั้ง ๕ ด้าน พบว่า ด้านเนื้อหาสาระ ด้านกระบวนการเรียนการสอน ด้านสื่อ อุปกรณ์การเรียนการสอน และด้านการวัดผลประเมินผล มีความสอดคล้องมากที่สุด ในข้อที่ ๓ วจสา ปริจิตา (การเข้าใจและการปฏิบัติได้จริง) ตามลำดับ และด้านกิจกรรมการเรียนการสอน เรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ สอดคล้องข้อที่ ๔ มนสานุเปกขิตา (การวิเคราะห์) มากที่สุด ตามลำดับ


๓. แนวทางการจัดการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ตามหลักพหูสูต ๕ ประกอบด้วย ๑) การฟังและการเรียนรู้ (พหุสสุตา) พบว่า จัดการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง เน้นการสื่อสาร ทักษะการฟังได้อย่างถูกต้องชัดเจน เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ซักถาม แสดงความคิดเห็น ให้คำแนะนำ และรับฟังข้อคิดเห็นที่แตกต่างกันได้อย่างเหมาะสม ๒) ด้านการทรงจำ (ธตา) พบว่า มีกระบวนการจัดกระทำกับข้อมูลที่ได้รับรู้ โดยใช้เทคนิคต่างๆ ส่วนร่วมในการสอนสอดคล้องกับเนื้อหาสาระ จดจำได้ง่ายและสามารถระลึกได้ ผู้เรียนเกิดประสบการณ์ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตได้ ๓) การเข้าใจและการปฏิบัติได้จริง (วจสา ปริจิตา) พบว่า มีการจัดกระบวนการเรียนรู้ จัดบรรยากาศสิ่งแวดล้อมและแหล่งการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอน มองเห็นความสัมพันธ์ของส่วนที่เกี่ยวข้องกันให้เหมาะสมกับเวลาเรียน ระดับชั้นเรียน สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ตามสาระ โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ๔) การวิเคราะห์ (มนสานุเปกขิตา) พบว่า เปิดโอกาสให้ได้ซักถาม แสดงความคิดเห็น ให้คำแนะนำ และรับฟังข้อคิดเห็นที่แตกต่างกัน จัดหาสื่อการเรียนการสอนและเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับกระบวนการเรียนรู้ มีการร่วมมือและการแลกเปลี่ยนความรู้ จัดระบบความคิดและวิธีการเสาะแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ๕) สังเคราะห์ ประยุกต์ (ทิฏฐิยา สุปฏิวิทธา) พบว่า โรงเรียนนำหลักสูตรไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนและบริหารจัดการหลักสูตรอย่างเหมาะสมจัดบรรยากาศสิ่งแวดล้อมและแหล่งการเรียนรู้ วัดผลและประเมินผลสอดคล้องกับความรู้ ทักษะและเจตคติของผู้เรียน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ทองมะหา ศ., ศิริวรรณ อ., แสงนนท์ เ., & หุ่นวิไล ว. (2019). แนวทางการจัดการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ตามหลักพหูสูต ๕ ของโรงเรียนในเครือข่ายที่ ๔๙ สำนักงานเขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 6(1), 28–38. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDMCU/article/view/178430
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม. (๒๕๕๖). คู่มือการปฏิบัติศาสนพิธีเบื้องต้น. กรุงเทพมหานคร : ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, สำนักงาน. (๒๕๕๓). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ . กรุงเทพมหานคร : พริกหวานกราฟฟิค.
จำเนียร กิ่งแก้ว. ผลของการสอนแบบอริยสัจสี่ที่มีต่อความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาณและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนบ้านป่าข่า จังหวัดอุบลราชธานี. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ โรงเรียนวัดกู่คำ อำเภอสันปาตอง จังหวัดเชียงใหม่. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
พระครูโสภณธรรมประดิษฐ์ (วีระพัฒน์ จันทร์ศรีนาค). (๒๕๕๕). การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและเจตคติต่อการเรียนสาระพระพุทธศาสนา กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมที่จัดการเรียนรู้ตามแนวอริยสัจสี่ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช.
พระปัญญาวรวัฒน์ สิริภทฺโท. (๒๕๕๕). ความขัดแย้งของสังคมไทยกับการแก้ปัญหาตามแนวทางอริยสัจ ๔. วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์. ปีที่ ๘ ฉบับพิเศษ เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองพุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า (๑ มิถุนายน ๒๕๕๕) : ๒๑๕ – ๒๑๖.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (๒๕๕๖). ความสำคัญของพระพุทธศาสนา ในฐานะศาสนาประจำชาติ. พิมพ์ครั้งที่ ๑๙. กรุงเทพมหานคร : ธรรมสภาและสถาบันบันลือธรรม.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (๒๕๔๙). พุทธธรรม ฉบับปรับปรุงและขยายความ. พิมพ์ครั้งที่ ๑๑. กรุงเทพมหานคร : สหธรรมิก.
เพ็ญศิริ ภูมิสายดร กัญญารัตน์ โคจร และ กานต์สิริ ปักเคธาติ. (๒๕๕๘). การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน การคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ และเจตคติต่อวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบอริยสัจ ๔ และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ CIPPA. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. ปีที่ ๙ ฉบับพิเศษ (เมษายน ๒๕๕๘) : ๕๐๒.
ราตรี รัตโนภาส สิน งามประโคน และระวิง เรืองสังข์. “การศึกษาการดำเนินงานโรงเรียนวิถีพุทธในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา”. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์. ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๒ (พฤษภาคม – สิงหาคม ๒๕๖๐) : ๑๑๖.