กระบวนการสร้างภาวะผู้นาด้วยหลักไตรสิกขา

Main Article Content

อำนาจ บัวศิริ

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์ของการวิจัยครั้งนี้ เพื่อต้องการสังเคราะห์กระบวนการสร้างภาวะผู้นาด้วยหลักไตรสิกขา เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการศึกษาเอกสาร (Documentary) เป็นหลัก แบ่งการดาเนินการเป็น ๓ ขั้นตอน คือ ๑) การศึกษาวิเคราะห์แนวคิด ทฤษฎีภาวะผู้นา และการสร้างภาวะผู้นา ๒) ศึกษาหลักการ วิธีการพัฒนามนุษย์ตามหลักไตรสิกขาและหลักธรรมที่สนับสนุนการพัฒนาตนเองของผู้นา จากพระไตรปิฎกในพระพุทธศาสนาเถรวาท ๓) สังเคราะห์กระบวนการสร้างภาวะผู้นาด้วยหลักไตรสิกขา โดยการตรวจพินิจของผู้วิจัย การวิเคราะห์ข้อมูล ใช้วิธีวิเคราะห์เนื้อหา (content analysis) สรุปผลโดยการพรรณนาความ (descriptive) ประกอบแผนภาพที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
ผลการวิจัยพบว่า
๑. แนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับผู้นาในยุคอุตสาหกรรม เน้นที่คุณลักษณะและพฤติกรรมที่โดดเด่นของผู้นา ซึ่งมีรูปแบบหลากหลาย และเป็นภาพลักษณ์ ที่จะนาองค์กรไปสู่ความสาเร็จได้เป็นอย่างดี ต่อมาหลังยุคอุตสาหกรรม โลกเข้าสู่ภาวการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การทางานเน้นภาวการณ์มีส่วนร่วมระหว่างผู้นากับผู้ตามเป็นจุดเริ่มของภาวะผู้นาการเปลี่ยนแปลง เป็นผู้นาที่รับฟังความคิดเห็นของผู้ร่วมงาน การทางานเป็นทีม การสร้างจุดมุ่งหมายร่วมกัน การมีสัมพันธภาพระหว่างกัน เกิดทฤษฎีเกี่ยวกับภาวะผู้นามากขึ้น และในปัจจุบันเน้นการบูรณาการภาวะผู้นาที่มีความหลากหลายทักษะ และให้ความสาคัญแก่ผู้นาที่มีวิสัยทัศน์ ค่านิยมเชิงสร้างสรรค์ และมีคุณธรรม ซึ่งตรงกับหลักพระพุทธศาสนาที่เน้นผู้นาที่มีคุณธรรมเป็นสาคัญ เป็นหลักการบริหารที่ดี มีธรรมาธิปไตย ยึดหลักการ (Principle) คุณธรรม(Moral) เป็นบรรทัดฐานในการบริหาร การครองตน ครองคนและครองงาน ผู้นาจึงมีบทบาทอย่างยิ่งต่อการพัฒนามนุษย์และสังคม ภาวะผู้นาการเปลี่ยนแปลง (Transformer Leadership) ควบคู่ไปกับผู้นาคุณธรรม (Ethical Leadership) เป็นคุณลักษณะสาคัญของผู้นาที่สังคมต้องการ
๒. หลักพระพุทธศาสนา กล่าวถึงการพัฒนามนุษย์ที่สมบูรณ์ ต้องอาศัยการศึกษา ตามหลักไตรสิกขา คือการศึกษาเรื่อง “ศีล” เพื่อการฝึกอบรมข้อปฏิบัติความประพฤติทางกาย ศึกษาเรื่อง “สมาธิ” การฝึกอบรมทางจิตใจ ให้เกิดคุณธรรม และศึกษา “ปัญญา” ให้เกิดความรู้แจ้ง เข้าใจความเป็นธรรมของสรรพสิ่ง สามารถแก้ไขปัญหา พัฒนาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ โดยปฏิบัติตามแนวทางของ หลักอริยมรรค ๘ ประการ อันมุ่งหมายไปสู่ ประโยชน์ที่เกิดต่อตนเอง ประโยชน์ที่เกิดแก่ผู้อื่น และประโยชน์ที่เกิดแก่สังคม ทั้งในภาวะปัจจุบัน ในอนาคต และการเกิดประโยชน์อันสูงสุด สรุปได้ว่า การมี ศีลที่บริสุทธิ์ เป็นพื้นฐาน จะทาให้เกิดสมาธิได้ง่าย มีสติที่มั่นคงแน่วแน่ไม่หวั่นไหว ปัญญาย่อมเกิดขึ้นตามมาได้รวดเร็ว เป็นเครื่องเสริมประสิทธิภาพของผู้นา ในการบริหารงาน และหลักธรรมที่มา
ช่วยส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้นามีคุณธรรมที่เด่นล้าขึ้นไป คือ อิทธิบาท ๔ และพรหมวิหาร ๔
๓. กระบวนการสร้างภาวะผู้นาด้วยหลักไตรสิกขา ขั้นตอนแรกของการศึกษา คือการเรียนรู้ทา
ความเข้าใจในคุณลักษณะภาวะผู้นาที่ดีเป็นภาคทฤษฎี (ปริยัติ หรือ Theory) จากปัจจัยภายนอก
ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิ หนังสือ ตารา เป็นการแสวงหาความรู้ จากนั้นก็นาความรู้ที่ได้เหล่านั้น ไปทดลอง
ปฏิบัติ สร้างทักษะประสบการณ์ หล่อหลอมเป็นแนวทางของตนเอง จนเกิดความรู้จากการผุดเกิดของ
ปัญญา ความคิด สร้างความเชื่อมั่น สามารถนาไปบอกต่อได้ เกิดองค์ความรู้ใหม่ ที่มาจากการฝึกฝน
ปฏิบัติ เป็นวิธีการบริหารจัดการที่ผู้นาต้องพัฒนาให้เกิดขึ้นกับตนเองขั้นตอนการฝึกศีล ต่อมาต้องฝึก
คุณสมบัติพื้นฐานของมนุษย์ คือ ศีล ๕ เพื่อกากับควบคุมความประพฤติทาง กาย วาจา เป็น
พฤติกรรมที่ดีงาม น่ารัก สร้างความพอใจให้ผู้พบเห็นหรือร่วมงานด้วย เพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมให้
เกิดความสันติสุข อันมีประโยชน์ทั้งในปัจจุบัน และ ประโยชน์ในภายภาคหน้า และเป็นฐานให้เกิด
การฝึกสมาธิ หรือการพัฒนาจิตของตน โดยการฝึกลมหายใจ หรืออานาปานสติ เป็นฐานการฝึก
ภาวนาที่เป็นทั้งสมถกรรมฐาน และวิปัสสนากรรมฐาน และเป็นวิธีฝึกที่สามารถทาได้ในทุกสถานที่
ทุกโอกาส ทุกขณะ ฝึกกาหนดอิริยาบถยืน เดิน นั่ง นอน อันเป็นอิริยาบถใหญ่ในชีวิตประจาวัน จิตที่มี
สมาธิจะเกิดสภาวะจิตที่สงบ ซึ่งเป็นภาวะที่จิตมีพลัง มีสติและสัมปชัญญะ ระลึกได้รู้ตัวอยู่เสมอไม่
หลงทาชั่ว มุ่งทาแต่ความดี มีความจาแม่น คิดสร้างสรรค์ วางแผนงานจัดองค์กรได้ดี กากับ ควบคุม มี
ศักยภาพทางด้าน การวิเคราะห์ สังเคราะห์ การกาหนดงาน สื่อกระแสแห่งความเมตตา กรุณา มี
ความอ่อนโยน ปรารถนาดีต่อผู้อื่น สามารถทาให้ผู้ร่วมงาน เกิดความเคารพ ศรัทธา เชื่อถือ และ
พร้อมที่จะทาตามสภาวะของผู้นาบังเกิดขึ้น โดยอัตโนมัติ กล่าวโดยสรุป ผู้ที่ฝึกฝนตนเองทั้งด้านของ
ความรู้ การฝึกควบคุมการกระทา และฝึกควบคุมจิต จะเกิดความมั่นใจในตนเอง อันเป็นเหตุมาจาก
๑) มีความรู้ในเรื่องเนื้อหาวิชาการ หลักการของเรื่องนั้น ๆเป็นอย่างดี อีกทั้งมีความเชี่ยวชาญชานาญ
การ มีทักษะในการดาเนินการเกี่ยวกับเรื่องนั้นๆ ๒) มีสติสัมปชัญญะ รู้ตัว ระลึกได้อยู่เสมอ ไม่
ประมาท จึงไม่มีความกลัว ความขาดเขลาปรากฏขึ้นในจิตใจ ๓) มีปัญญา ที่พร้อมจะแก้ไข ปัญหา
สามารถคิดประยุกต์ ปรับปรุง สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆได้ บุคคลใดมีคุณสมบัติทั้งสามประการนี้ครบถ้วน
บุคคลนั้นได้ชื่อว่า เป็นผู้มีความมั่นใจในตนเองและมีธรรมาธิปไตยในการปกครองคน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
บัวศิริ อ. (2018). กระบวนการสร้างภาวะผู้นาด้วยหลักไตรสิกขา. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 5(3). สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDMCU/article/view/163582
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

ประชาไทย. (๑๒ ก.ย. ๒๕๕๗). แถลงนโยบายรัฐบาล 'นายกฯ ประยุทธ์' ยืนยันพัฒนาประเทศ
ครอบคลุมทุกมิติ. แหล่งที่มา: https://fb.me/prachatai.
สุรศักดิ์ หลาบมาลา และรสสุคนธ์ มกรมณี. (๒๕๔๙). รูปแบบนวัตกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้
คุณธรรมจริยธรรมของต่างประเทศ. รายงานการวิจัย. (กรุงเทพมหานคร : ศูนย์
คุณธรรมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม สานักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้
(องค์กรมหาชน).
อุทัย โล้วมั่นคง. (๒๕๕๒). การนาเสนอแนวทางการพัฒนาคุณลักษณะภาวะผู้นาทางจริยธรรมตาม
แนวพุทธศาสนาของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสานักงานคณะกรรมการศึกษาขั้น
พื้นฐาน. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต. คณะครุศาสตร์ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
North P.H. (2000). Leadership Theory and Practice. Thousand Oaks: CA.