รูปแบบการบริหารจัดการการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๖
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๖ โดยดำเนินการวิจัยเป็น ๓ ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ ๑ ศึกษาสภาพการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศในสถานศึกษา จากกลุ่มตัวอย่างผู้บริหาร และครูผู้สอน ในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๖ จำนวน ๓๐๐ คน จาก ๓๐ โรงเรียน โดยใช้แบบสอบถามและศึกษาองค์ประกอบและแนวทางการบริหารจัดการการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในสถานศึกษาโดยการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ด้านการบริหารการศึกษาและการบริหารจัดการการใช้สารสนเทศ จำนวน ๙ คน ขั้นตอนที่ ๒ เป็นการสร้างและตรวจสอบรูปแบบการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศในสถานศึกษาตรวจสอบคุณภาพเบื้องต้น โดยผู้เชี่ยวชาญ ๕ คน ขั้นตอนที่ ๓ เป็นการประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของการนำรูปแบบไปใช้ในการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๖ โดยผู้บริหารและครูผู้สอนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๖ จำนวน ๓๐ โรงเรียน โรงเรียนละ ๑๐ คน
ผลการวิจัยพบว่า
๑. สภาพการบริหารจัดการการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๖ โดยรวมมีการปฏิบัติตามหลักการบริหารอยู่ในระดับมาก
๒. รูปแบบการบริหารจัดการการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในสถานศึกษา ประกอบด้วย องค์ประกอบหลัก ๓ องค์ประกอบ ได้แก่ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการสถานศึกษา และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนการสอน ซึ่งในแต่ละองค์ประกอบมีสารสนเทศในการบริหารจัดการ ๔ ด้าน คือ ๑) การวางแผน ได้แก่ การกำหนดเป้าหมายและการจัดทำแผน ๒) การจัดองค์การ ได้แก่ การแต่งตั้งคณะทำงานและการดำเนินงาน ๓) การนำ ได้แก่ การจูงใจ และการสื่อสาร และ ๔) การควบคุม ได้แก่ การกำหนดมาตรฐาน และการปรับปรุง/แก้ไข
๓. ผลการประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ในการนำรูปแบบไปใช้ พบว่า ผู้บริหารและครู มีความเห็นว่า รูปแบบมีความเหมาะสมและเป็นไปได้ในการนำไปใช้อยู่ในระดับมาก
Article Details
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้นเพียงผู้เดียว และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกบทความลงตีพิมพ์และจะแจ้งให้เจ้าของบทความทราบหลังจากผู้ประเมินบทความตรวจอ่านบทความแล้ว
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร