ทัศนคติของพระภิกษุสามเณรต่อการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาของคณะสงฆ์ไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษาวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ ๑) เพื่อศึกษาทัศนคติของพระภิกษุสามเณรต่อการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา ของคณะสงฆ์ไทย ๒) เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะแนวทางการจัดการศึกษา ระดับอุดมศึกษาของคณะสงฆ์ไทย ผลการวิจัยพบว่า
๑. การจัดการศึกษา ระดับอุดมศึกษา ของคณะสงฆ์ไทย โดยภาพรวม ๖ ด้าน อยู่ในระดับปานกลาง และรายด้านทุกด้านอยู่ในระดับปานกลาง เรียงจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ๑) ด้านอาจารย์ผู้สอนและบุคลากร คืออาจารย์ผู้มีประสบการณ์การสอนในรายวิชา มีเทคนิคการสอนที่หลากหลาย ชำนาญการสอนและถ่ายทอดความรู้แก่นักเรียน ๒) ด้านการจัดการเรียนการสอน คือโครงสร้างหลักสูตรสอดคล้องกับเนื้อหารายวิชามีความทันสมัยสอดคล้องกับสถานการณ์สังคมปัจจุบัน ๓) ด้านกิจกรรมนิสิต มีห้องคอมพิวเตอร์ซึ่งมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก ให้คำแนะนำและช่วยเหลือในการสืบค้นข้อมูล ๔) ด้านหลักสูตร คือเนื้อหาสอดคล้องตรงกับจุดมุ่งหมายของหลักสูตร เพื่อพัฒนาด้านวิชาชีพและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี สอนเรียงตามลำดับความยากง่าย ๕) ด้านอาคารสถานที่ คือบริเวณโดยรอบร่มรื่น มีห้องคอมพิวเตอร์ให้บริการ ๖) ด้านสื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศ คือการผลิตและใช้สื่อวัสดุอุปกรณ์การเรียนรู้ ผู้สอนมีความรู้และทักษะในการพัฒนา บำรุงรักษาและซ่อมแซมอุปกรณ์
๒. ข้อเสนอแนะแนวทางการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา ๑) ด้านอาจารย์ผู้สอนและบุคลากร อาจารย์ผู้สอนควรส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้เรียนมีพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา ๒) ด้านจัดการเรียนการสอน อาจารย์ผู้สอนควรจัดโครงสร้างเนื้อหาแต่ละวิชาให้ทันสมัยสอดคล้องกับสภาพการณ์ปัจจุบัน ๓) ด้านกิจกรรมนิสิต อาจารย์ผู้สอนควรเน้นให้ผู้เรียนปฏิบัติด้วยตนเองตั้งแต่ศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติตามแผน ประเมินและปรับปรุงการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม ๔) ด้านหลักสูตร อาจารย์ผู้สอนควรดัดแปลงหลักสูตรก่อนนำไปสอนเพื่อความเหมาะสมของแต่ละวิชา ๕) ด้านอาคารสถานที่ อาจารย์ผู้สอนควรมีห้องคอมพิวเตอร์พร้อมให้บริการ อาคารสถานที่มีความพร้อมใช้งาน ๖) ด้านสื่อและเทคโนโลยีสารสนเทศ อาจารย์ผู้สอนควรผลิตสื่อการสอนที่เป็นประโยชน์ ประหยัด กับจัดสรรงบประมาณการพัฒนา การบำรุงรักษา และการซ่อมแซม
Article Details
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้นเพียงผู้เดียว และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกบทความลงตีพิมพ์และจะแจ้งให้เจ้าของบทความทราบหลังจากผู้ประเมินบทความตรวจอ่านบทความแล้ว
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร