การศึกษาประสิทธิภาพของสมุดจดบันทึกการฝึกซ้อมอย่างมีเป้าหมาย ตามแนวคิดดีไลเบอเรท แพรคทิซ (DELIBERATE PRACTICE) ของแอนเดอร์ อิริคสัน (ANDERS ERICSSON) สำหรับนักเรียนชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพปีที่ 1 กลุ่มวิชาชีพเฉพาะดุริยางค์สากล เครื่องมือเอกวิโอลา วิทยาลัยนาฏศิลปะ ปีการศึกษา 2563
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาแนวคิดดีไลเบอเรท แพรคทิซ ตามทฤษฎีของแอนเดอร์ อิริสัน 2) สร้างและหาประสิทธิภาพของ สมุดจดบันทึกการฝึกซ้อมอย่างมีเป้าหมายซึ่งสร้างจากแนวคิด ดีไลเบอเรท แพรคทิซ ตามทฤษฎีของ แอนเดอร์ อิริคสัน สำหรับนักเรียนที่กำลังศึกษาระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1เครื่องมือเอก วิโอลา วิทยาลัยนาฏศิลป (3) ศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษาที่กำลังศึกษาระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 เครื่องมือเอกวิโอลา วิทยาลัยนาฏศิลปต่อสมุดจดบันทึกการฝึกซ้อมอย่างมีเป้าหมาย การวิจัยนี้ใช้งานวิจัยเชิงคุณภาพและปริมาณ โดยขั้นการสร้างเครื่องมือใช้การวิจัยเชิงคุณภาพ และขั้นทดลองใช้การวิจัยเชิงปริมาณ เป็นงานวิจัยเชิงทดลอง แบบการศึกษาหน่วยเดียว (single-case experiment design) ประชากรคือนักเรียนที่กำลังศึกษาระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 1 เครื่องมือเอก วิโอลา ปีการศึกษา 2563 วิทยาลัยนาฏศิลป 6 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ 1) สมุดจดบันทึกการฝึกซ้อมอย่างมีเป้าหมาย 2) แบบประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และ 3) แบบประเมินความคิดเห็นและความพึงพอใจ ผลวิจัยพบว่า 1) แนวคิดดีไลเบอเรท แพรคทิซ ของแอนเดอร์ อิริคสัน ประกอบด้วย การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน, แบ่งสิ่งที่ต้องทำเป็นสัดส่วน, ใส่ใจทุกส่วนของการฝึกซ้อม, รับฟังข้อเสนอแนะจากผู้รู้, เล่นบทเพลงที่ยากกว่าความสามารถปกติของตนเอง, รักษาแรงจูงใจ โดยผู้วิจัยได้เลือกใช้การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนมาสร้างสมุดจดบันทึกการฝึกซ้อม 2) สมุดจดบันทึกการฝึกซ้อมอย่างมีเป้าหมาย ที่สร้างโดยผู้วิจัย มีผลการประเมินด้านความถูกต้องเหมาะสมโดยผู้เชียวชาญ ได้ค่า ค่าดัชนีความสอดคล้องที่ 0.90 เกินกำหนดที่ตั้งไว้ที่ 0.60 และ ผลการใช้สมุดจดบันทึกการฝึกซ้อมอย่างมีเป้าหมาย นักเรียน 5 คน จาก 6 คน มีพัฒนาการมากขึ้นตามสมมุติฐานที่ตั้งไว้ที่ร้อยละ 60 และมีนักเรียน 1 คน ที่น้อยกว่าสมมุติฐาน ค่าเฉลี่ยทั้งหมดอยู่ที่ร้อยละ 83.90 นับได้ว่าสมุดจดบันทึกการฝึกซ้อมอย่างมีเป้าหมายอีกทั้งการใช้สมุดจดบันทึกอย่างมีเป้าหมายยังส่งผลให้ผู้เรียนมีการฝึกซ้อมที่มากขึ้น อีกทั้งการใช้สมุดจดบันทึกอย่างมีเป้าหมายยังส่งผลให้ผู้เรียนมีการฝึกซ้อมมากขึ้น 3) ผลการศึกษาความคิดเห็นต่อของนักเรียนต่อสมุดจดบันทึกการฝึกซ้อมอย่างมีเป้าหมาย นักเรียนทุกคนคิดว่าเป็นประโยชน์ในการฝึกซ้อม ทำให้รู้จักวางแผน มีเป้าหมายในการฝึกซ้อมชัดเจน และมีส่วนช่วยกระตุ้นให้นักเรียนฝึกซ้อมมากขึ้น
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ทัศนะและความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความในวารสารฉบับนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความนั้นเพียงผู้เดียว และไม่ถือเป็นทัศนะและความรับผิดชอบของกองบรรณาธิการ
กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกบทความลงตีพิมพ์และจะแจ้งให้เจ้าของบทความทราบหลังจากผู้ประเมินบทความตรวจอ่านบทความแล้ว
ต้นฉบับที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ถือเป็นกรรมสิทธิ์ของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ห้ามนำข้อความทั้งหมดหรือบางส่วนไปพิมพ์ซ้ำ เว้นเสียแต่ว่าจะได้รับอนุญาตจากมหาวิทยาลัยฯ เป็นลายลักษณ์อักษร
เอกสารอ้างอิง
ชูชาติ พิทักษากร. (2563). ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดงด้านดนตรีสากล. สัมภาษณ์. 30 มิ.ย. 2563.
พบภัค งามเจริญ. (2563). ดุริยางคศิลปินอาวุโส. สัมภาษณ์. 25 มิ.ย. 2563.
วรัญญา ศรีวรบุตร. (2560). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการซ้อมดนตรีของนักศึกษาสาขาวิชาดนตรีสมัยนิยม. การประชุมหาดใหญ่วิชาการระดับชาติและนานาชาติ ครั้งที่ 8 พ.ศ. 2560.
ศักดิ์ชัย หิรัญรักษ์. (2565). Georgia Department of Education, Student learning Objective (SLO). กรุงเทพมหานคร: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สมเกียรติ ศรีคำ. (2563). หัวหน้ากลุ่มดุริยางค์สากล กรมศิลปากร. สัมภาษณ์. 28 มิ.ย. 2563.
Eiamsaard. (2016). ปัจจัยที่ทำให้นักเรียนไม่อยากซ้อมดนตรีในกลุ่มนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 211 คน. การประชุมหาดใหญ่วิชาการระดับชาติและนานาชาติ ครั้งที่ 8 พ.ศ. 2560.