การศึกษาพฤติกรรมการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์และผลกระทบต่อนักเรียน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในจังหวัดชลบุรี

Main Article Content

Duangrat Luangon
Pitark Thongsook
Pasakorn Watanapruk
Sukanya Poiynok
Suwapha Boonurai
Prawit Thongchai
Parinya Ruangtip

Abstract

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมและผลกระทบจากการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ และเปรียบเทียบผลกระทบที่เกิดจากใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ในด้านอารมณ์ ด้านสังคม และด้านการเรียน ของนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่กำลังศึกษาอยู่ในภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2560 ในจังหวัดชลบุรี จำนวน 457 คน จากวิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามมีลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ คะแนนเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ความแปรปรวนพหุคูณ (MANOVA)


          ผลการศึกษา พบว่า


  1. กลุ่มตัวอย่างใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ยต่อวันมากที่สุด คือ มากกว่า 3 ชั่วโมง ร้อยละ 75.30 ซึ่งเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่นิยมใช้มากที่สุดคือ Facebook ร้อยละ 24.38 ส่วนใหญ่ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์เพื่อคุยกับเพื่อนปัจจุบันและเพื่อนเก่า ร้อยละ 45.51 มีความถี่ในการใช้งานมากกว่า 5 ครั้งต่อสัปดาห์ ร้อยละ 89.50 ใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ในวันจันทร์ถึงวันศุกร์ คือ เล่นที่บ้านก่อนเข้านอน ร้อยละ 23.27 ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ คือ ช่วงเวลากลางคืน (19.00 น.- 24.00 น.) ร้อยละ 25.54

  2. ผลกระทบจากการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ด้านอารมณ์ ด้านสังคม และด้านการเรียน ภาพรวมอยู่ในระดับน้อย (gif.latex?\bar{x}=2.30) โดยผลกระทบด้านอารมณ์อยู่ในระดับน้อย (gif.latex?\bar{x}=2.33) ผลกระทบด้านสังคมอยู่ในระดับน้อย (gif.latex?\bar{x}=2.23) และผลกระทบด้านการเรียนอยู่ในระดับน้อย (gif.latex?\bar{x}=2.32)

  3. การเปรียบเทียบผลกระทบที่เกิดจากใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ จำแนกตามเพศ ระดับชั้น และแผนการเรียน ภาพรวมพบว่าได้รับผลกระทบด้านอารมณ์ ด้านสังคม และด้านการเรียน แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ และจำแนกตามเกรดเฉลี่ยสะสม ประสบการณ์ในการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์ และรายได้ที่ผู้ปกครองมอบให้เฉลี่ยต่อเดือน ภาพรวมพบว่า ได้รับผลกระทบด้านอารมณ์ ด้านสังคม และด้านการเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

Article Details

Section
บทความวิจัย (Research Article)