การศึกษาความต้องการในการพัฒนาตนเองของนักศึกษาครู มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี
คำสำคัญ:
การพัฒนาตนเอง, นักศึกษาครู, นักศึกษาชั้นปี 1บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความต้องการในการพัฒนาตนเองของนักศึกษาครูชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ใน 4 ด้าน คือ ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ ด้านสังคม ด้านสติปัญญา เพื่อนำข้อมูลมาสร้างสรรค์รูปแบบการเรียนรู้ในการพัฒนานักศึกษาให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้น ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามความต้องการในการพัฒนาตนเอง จำนวน 30 ข้อ มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับอยู่ที่ 0.986 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ นักศึกษาครูชั้นปีที่ 1 จำนวน 217 คน ที่ได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ การหาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการศึกษา พบว่า ระดับความต้องการในการพัฒนาตนเองของนักศึกษาครูชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 3.73
เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า นักศึกษาครูมีความต้องการพัฒนาตนเองด้านสติปัญญา อยู่ในระดับมาก (
= 3.88, S.D. = 0.99) รองลงมา คือ ต้องการพัฒนาตนเองด้านอารมณ์ (
= 3.84, S.D. = 1.01) ต้องการพัฒนาตนเองด้านสังคม (
= 3.69, S.D. = 0.97) และ ต้องการพัฒนาตนเองด้านร่างกาย (
= 3.50, S.D. = 1.00) ตามลำดับ
เอกสารอ้างอิง
กันยารัตน์ เมืองแก้ว. (2561). ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการพัฒนาตนเองของนักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์. Veridian E-Journal, Silpakorn University ฉบับภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปะ. 11(2), น. 197 – 215.
จุติพร อัศวโสวรรณ. (2565). การพัฒนารูปแบบการพัฒนาตนเองโดยใช้กระบวนการสร้างนิสัยของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช. วารสารนาคบุตรปริทรรศน์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช. 14(1), น. 170-183.
จีรัษติธร มุกดาเพชร. (2567). การพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีมของนักศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี โดยจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือเทคนิค (STAD). Suan Sunandha Asian Social Science Journal. 18(1), น. 13 – 22.
ธเนศ แม้นอินทร์. (2564). การปรับตัวของนักศึกษาระดับปริญญาตรี ชั้นปีที่ 1 สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต. 16(2), น. 75-91.
ธงชัย สมบูรณ์. (2560). โลกหลังยุคใหม่: การศึกษาไทยที่ควรเป็น! (Post-Modernization: Thai Education It Should Be!). มติชน. ค้นเมื่อ 20 ธันวาคม 2567, จาก https://www.matichon.co.th/columnists/news_783896.
พัณณ์ชิตา ปิติชัยวิจิตร์. (2561).การศึกษาความต้องการในการพัฒนาตนเองของนิสิตระดับปริญญาตรีคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารและการจัดการการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
.
พระพัฒนพล สิริสุวณฺโณ (เพ็ชรไชย) และ วิทยา ทองดี. (2566). การพัฒนาครูสู่ความเป็นครูมืออาชีพในศตวรรษที่ 21. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์. 8(1), น. 757 – 766.
ยุซรอ เล๊าะแม, มยุรี ยีปาโล๊ะ, เขมพัทธ์ ขจรกิตติยา, และ ภาซีน่า บุญลาภ. (2564). ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการปรับตัวของนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดชายแดนใต้. วารสารวิจัยการพยาบาลและสุขภาพ. 22(3), น. 135-146.
สมจิตต์ เวียงเพิ่ม, แสงนภา บารมี, และ กชกร ฉายากุล. (2567). ผลของการจดการเรียนรู้โดยใช้กิจกรรมเป็นฐานต่อความฉลาดทางอารมณ์ของนักศึกษาพยาบาล. วารสารสุขภาพและการศึกษาพยาบาล. 30(3), น. 56-71.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติสำนักนายกรัฐมนตรี. (2565). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่สิบสาม (พ.ศ.๒๕๖๕ - ๒๕๗๐). ค้นเมื่อ 15 พฤศจิกายน 2567, จาก https://www.bic.moe.go.th/images/stories/pdf/แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ_
ฉบับที่13_4-11-2565.pdf
ภาณุวัฒน์ ปากชำนิ, ทนงศักดิ์ ทองศรีสุข, อัจฉราภรณ์ เชื้อช้าง และปาริชาติ สัตย์ญารักษ์. (2564). ปัจจัยที่ส่งผลต่อการออกกำลังกายของนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ. วารสารวิชาการธรรมทรรศน์ 21(2), น. 13-26.
ภูวสิทธิ์ ภูลวรรณ, เอกตระการ แข็งแรง, ชนานันท์ บุตรศรี, พิชญา ดุพงษ์ และ กิตติมา ลาภอนันต์บังเกิด. (2563). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อความเครียดของนักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร. วารสารวิจัยและพัฒนา วไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์. 15(3), น. 105-118.
ศรีประภา ชัยสินธพ. (2568). สภาพจิตใจของวัยรุ่น. ค้นเมื่อ 5 มกราคม 2568, จาก https://www.rama.mahidol.ac.th/ramamental/generaldoctor/06062014-0847
อมราลักษณ์ คล้ายเรือง, วาสนา ขัตติยวงษ์ และ สุวัฒน์ วิวัฒนานนท์. (2565). การพัฒนาตนเองของครูในโรงเรียนกลุ่มเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพการจัดการศึกษากลุ่มที่ 3 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต 1. Journal of Roi Kaensarn Academi. 7(2),
น. 254-269.
Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement. 30(3), pp. 607-610.
Imran, R., Fatima, A., Salem, I. E., & Allil, K. (2023). Teaching and learning delivery modes in higher education: Looking back to move forward post-COVID-19 era. The International Journal of Management Education. 21(2), 100805. Retrieved from https://doi.org/10.1016/j.ijme.2023.100805
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรีและบุคลากรท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
