"เพราะกล้าม...คือตัวตน": กระบวนคิดต่อผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ใช้ในการสร้างกล้ามเนื้อ ของชายไทย กรณีศึกษาอำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม
คำสำคัญ:
การสร้างกล้ามเนื้อ ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ร่างกายที่พึงประสงค์บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนความคิดต่อผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ใช้ในการสร้างกล้ามเนื้อของชายไทย โดยผลการศึกษาจะสามารถนำมาใช้ในการพัฒนาแนวการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพต่อไป การเก็บรวบรวมข้อมูลใช้วิธีการสัมภาษณ์ข้อมูลเชิงลึกชายสร้างกล้ามจำนวนทั้งหมด 15 คน โดยคัดเลือกให้ความหลากหลายทั้งบริบทชีวิต อายุ อาชีพ และการใช้บริการศูนย์ฟิตเนส ข้อมูลที่ได้นำมาวิเคราะห์เชิงเนื้อหา โดยการจัดกลุ่มแบ่งประเภทและจัดหมวดหมู่ข้อมูลเพื่อนำไปสู่การสร้างข้อสรุปของการวิจัย
ผลการวิจัยพบว่ารูปแบบร่างกายที่มีมัดกล้ามเนื้อชัดเจนยังเป็นกระแสหลักของรูปร่างที่พึงประสงค์ของชายไทย โดยการสร้างกล้ามเนื้อสามารถแยกได้เฉพาะส่วนของร่างกายตามต้นทุนและการให้ความสำคัญของเจ้าของร่างกาย และเมื่อให้พิจารณาร่างกายของตนเองผู้ให้ข้อมูลเห็นว่ารูปร่างของตนเองยังคงมีระยะห่างกับรูปร่างที่พึงประสงค์จึงจำเป็นต้องพัฒนาร่างกายอยู่อย่างต่อเนื่อง จนร่างกายมีลักษณะเป็นโครงการที่ต้องสร้างอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ในการสร้างร่ายกายผลิตภัณฑ์เสริมสร้างกล้ามเนื้อจะถูกนำมาใช้ในฐานะสิ่งจำเป็นของนักสร้างกล้าม และหากต้องการขยายร่างกายให้ใหญ่เกินขีดจำกัดธรรมชาติ (super body) กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมสร้างกล้ามเนื้อจะเป็นยากลุ่มสเตียรอยด์ เช่น ยาฉีด Testosterone Propionate เป็นต้น ช่องทางการตลาดของผลิตภัณฑ์เสริมสร้างกล้ามเนื้อมีได้หลายช่องทาง เช่น กลุ่มคนสร้างกล้าม เทรนเนอร์ในศูนย์ฟิตเนส ร้านยา รวมถึงพื้นที่ไซเบอร์ เป็นต้น ทำให้ง่ายต่อการเข้าถึงและมีใช้อย่างแพร่หลายโดยไม่ได้เป็นไปตามองค์ความรู้และความเข้าใจทางการแพทย์ ประโยชน์ของการสร้างกล้ามมีในหลายมิติ เช่น การดึงดูดความสนใจของบุคคลรอบข้างและคู่ความสัมพันธ์ก่อให้เกิดการมีตัวตน (Sense of Self) เป็นต้น ดังนั้นการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพในการสร้างกล้ามเนื้อในฐานะปัจจัยที่ 5 ของชายสร้างกล้าม จึงเป็นการใช้ภายใต้การตีความใหม่ตามชุดประสบการณ์ของตนเองและกลุ่มจึงนำมาซึ่งความเสี่ยงด้านสุขภาพ
เอกสารอ้างอิง
ญดาณัฎ โชติวิจิตร และ กันยาวีร์ เมฆีวราพันธุ์. (2560). กลยุทธ์ทางการตลาดสำหรับธุรกิจเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ประเภทโปรตีนหางนมในเขตภาคกลางของไทย. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น. 11(2): 49-61.
ธนกร ศิริสมุทร. (2557). สเตอรอยด์ที่มีฤทธิ์เสริมสร้างและมีฤทธิ์ฮอร์โมนเพศชาย การนำ ไปใช้และความเป็นพิษ. วารสารวิทยาศาสตร์การกีฬาและสุขภาพ. 15(1): 1-11.
ประชาชาติธุรกิจ. (สืบคืนเมื่อ 9 ตุลาคม 2560). "ฟิตเนส" แรงไม่หยุด ใหญ่-เล็กแห่ชิงหมื่นล้าน. [อินเตอร์เน็ต]. สืบค้นจาก http://m.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1451579549
ปริตตา เฉลิมเผ่า กออนันตกูล. (2541). เผยร่าง พรางกาย ทดลองมองร่างกายในศาสนา ปรัชญาการเมือง ประวัติศาสตร์ ศิลปะ และมานุษยวิทยา. หน้า 33-35. กรุงเทพมหานคร: โครงการจัดพิมพ์คบไฟ
วรกมล วิเศษศรี. (2560). ผู้ชายพันธุ์ใหม่: ความภาคภูมิใจกับการใช้ร่างกายเสมือนวัตถุทางเพศ. วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา. 9(2): 24-33.
ศูนย์ตรวจสอบสารต้องห้ามในนักกีฬา. (สืบค้นเมื่อ 7 กรกฎาคม 2560). สารโด๊ป “กับมะเร็ง”. [อินเตอร์เน็ต]. สืบค้นจาก http://www.dc.mahidol.ac.th/th/index.php/2013-04-01-04-20-50/2013-04-02-04-10-50/41-20
สำนักงานงานสถิติแห่งชาติ. (2554). การสำรวจพฤติกรรมเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายของประชากรและสุขภาพจิตปี 2554. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานงานสถิติแห่งชาติ.
Consumer report. (cited 9 Oct 2017). Health risks of protein drinks. [internet]. Available from https://www.consumerreports.org/cro/2012/04/protein-drinks/index.html
Hakim, C. (2010). Erotic capital. European Sociological Review, 26(5): 499–518.
Simonart T. (2012). Acne and whey protein supplementation among bodybuilders. Dermatology. 225(3): 256-8.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
สหศาสตร์: วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองลิขสิทธิ์และสิทธิของผู้นิพนธ์ในการเผยแพร่ผลงานวิชาการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความโปร่งใส ความถูกต้องตามหลักวิชาการ และสอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล ทั้งนี้ วารสารกำหนดนโยบายดังต่อไปนี้
|
1. การยอมรับเงื่อนไขการเผยแพร่ - ผู้นิพนธ์ที่ส่งบทความเพื่อตีพิมพ์ ต้องปฏิบัติตามนโยบายและเงื่อนไขการเผยแพร่ของวารสารโดยเคร่งครัด - การส่งบทความถือเป็นการยอมรับให้นำบทความเข้าสู่กระบวนการพิจารณาและการเผยแพร่ตามมาตรฐานของวารสาร |
|
2. การโอนลิขสิทธิ์ - เมื่อบทความได้รับการตอบรับเพื่อตีพิมพ์ ผู้เขียนโอนลิขสิทธิ์ของบทความให้แก่วารสาร - วารสารมีสิทธิ์เผยแพร่ ทำซ้ำ และเผยแพร่บทความในทุกรูปแบบ ทั้งสิ่งพิมพ์ เว็บไซต์ และสื่อออนไลน์อื่น ๆ |
|
3. สิทธิ์ของผู้นิพนธ์หลังการโอนลิขสิทธิ์ - ผู้นิพนธ์ยังคงมีสิทธิ์ใช้บทความเพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการ เช่น การสอน การวิจัยส่วนบุคคล การใช้ประกอบวิทยานิพนธ์ หรือการเผยแพร่ในแพลตฟอร์มที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ - การนำบทความไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์เชิงพาณิชย์ ต้องได้รับอนุญาตจากวารสารก่อนเป็นลายลักษณ์อักษร |
|
4. การเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาตสาธารณะ (Creative Commons License) - บทความทั้งหมดในวารสารจะเผยแพร่ภายใต้สัญญาอนุญาต Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International (CC BY-NC-ND 4.0) - บุคคลอื่นสามารถเผยแพร่หรือแบ่งปันบทความได้โดยต้องให้เครดิตแก่ผู้นิพนธ์ต้นฉบับ แต่ห้ามแก้ไข ดัดแปลง หรือใช้ในเชิงพาณิชย์ |
|
5. ความถูกต้องของเนื้อหาและการใช้สื่อจากบุคคลที่สาม - ผู้เขียนต้องรับรองว่าบทความที่ส่งเพื่อตีพิมพ์เป็นผลงานต้นฉบับของตนเอง ไม่ได้ส่งซ้ำซ้อน (duplicate submission) และไม่ละเมิดลิขสิทธิ์หรือคัดลอกผลงานของผู้อื่น รวมถึงไม่มีการปลอมแปลงข้อมูล การตีพิมพ์ซ้ำ หรือการกระทำใด ๆ ที่ขัดต่อหลักจริยธรรมทางวิชาการ - ผู้เขียนต้องรับผิดชอบในการขออนุญาตใช้สื่อจากบุคคลที่สาม เช่น ภาพ ตาราง หรือกราฟิก และต้องอ้างอิงหรือให้เครดิตอย่างถูกต้องน |
|
6. ข้อจำกัดความรับผิดชอบ (Disclaimer) - บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารสหศาสตร์: วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร - ข้อความ ข้อมูล และข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่ละท่านโดยตรง มิได้สะท้อนถึงทัศนะหรือจุดยืนของกองบรรณาธิการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง - หากบทความมีข้อผิดพลาดหรือการละเมิดสิทธิ์ใด ๆ ความรับผิดชอบทั้งหมดเป็นของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว - การนำบทความไปใช้ในเชิงพาณิชย์ ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากบรรณาธิการวารสารก่อน ทั้งนี้ ผู้ขออนุญาตต้องจัดทำคำชี้แจงเกี่ยวกับวัตถุประสงค์และลักษณะการใช้งานอย่างชัดเจน การใช้บทความในเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นความรับผิดชอบของผู้ใช้แต่เพียงผู้เดียว |

