การส่งบทความ

เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน เพื่อส่งบทความ

ข้อกำหนดการส่งบทความ

ในขั้นตอนการส่งบทความ ผู้แต่งต้องตรวจสอบและยืนยันว่าปฏิบัติตามข้อกำหนดการส่งบทความทุกข้อ บทความที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดอาจถูกส่งคืนให้ผู้แต่งดำเนินการแก้ไข
  • ความเป็นต้นฉบับ
    • บทความที่ส่งเข้ามาต้องเป็นงานวิชาการที่จัดทำขึ้นใหม่ ไม่เคยเผยแพร่หรือตีพิมพ์ในวารสารหรือสิ่งพิมพ์ใดมาก่อน และไม่อยู่ระหว่างการพิจารณาในวารสารหรือสิ่งพิมพ์อื่น หากตรวจพบการละเมิด วารสารขอสงวนสิทธิ์ในการปฏิเสธการพิจารณาทันที
  • เอกสารที่ต้องส่ง
    • ต้นฉบับบทความ (Manuscript)
    • ในกรณีเป็นบทความวิจัยที่เกี่ยวข้องกับคนหรือสัตว์ ต้องแนบสำเนาเอกสารรับรองจริยธรรมการวิจัย (Certificate of approval) หรือ ใบรับรองการยกเว้นการขอรับรองจริยธรรมการวิจัย (Certificate of exemption) จากคณะกรรมการจริยธรรมที่เกี่ยวข้อง
  • รูปแบบและไฟล์บทความ
    • บทความต้องจัดทำตามรูปแบบมาตรฐานของวารสาร โดยใช้แบบอักษร TH Sarabun New สีดำ ขนาดและรูปแบบการจัดหน้าตามที่วารสารกำหนด
    • ความยาวบทความไม่เกิน 15 หน้า A4 รวมบทคัดย่อ ตาราง และรูปภาพ แต่ไม่รวมบรรณานุกรม
    • ไฟล์ต้องส่งในรูปแบบ Microsoft Word (DOCX) เท่านั้น
  • ข้อมูลผู้นิพนธ์
    • ระบุชื่อ–นามสกุลของผู้นิพนธ์ทุกท่านทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
    • ระบุหน่วยงานต้นสังกัดและชื่อสถาบัน/มหาวิทยาลัยของผู้นิพนธ์แต่ละรายอย่างครบถ้วน โดยใช้หมายเลขกำกับหน่วยงานต้นสังกัดให้ชัดเจนทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
    • ผู้ประพันธ์บรรณกิจ (Corresponding author) ต้องระบุชื่อ–นามสกุล และอีเมลที่สามารถติดต่อได้อย่างชัดเจนทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  • บทคัดย่อและคำสำคัญ
    • จัดทำบทคัดย่อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ความยาว 250–350 คำ โดยมีเนื้อหาสอดคล้องกันทุกประการ
    • หากบทความเขียนเป็นภาษาอังกฤษ สามารถงดบทคัดย่อภาษาไทยได้ แต่หากบทความเขียนเป็นภาษาไทย ต้องมีบทคัดย่อทั้งสองภาษา
    • ระบุคำสำคัญ (Keywords) ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  • การอ้างอิง
    • จัดทำการอ้างอิงตามรูปแบบ APA, 7th Edition อย่างเคร่งครัด
    • กรณีมี DOI หรือ URL ของเอกสารอ้างอิง ต้องระบุให้ครบถ้วน
    • ควรเลือกใช้เอกสารอ้างอิงที่ทันสมัย (ไม่เกิน 10 ปี) ยกเว้นกรณีทฤษฎีหรือแนวคิดคลาสสิกที่ยังคงเป็นที่ยอมรับ
    • ตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วน และความสอดคล้องกันระหว่างการอ้างอิงในเนื้อหา (In-text citation) และรายการบรรณานุกรมท้ายบทความ (Reference list)
    • ก่อนส่งบทความ ต้องลบ Field codes ที่เกิดจากโปรแกรมจัดการบรรณานุกรม (เช่น EndNote, Mendeley, Zotero)
  • การตรวจสอบภาษาอังกฤษ
    • กรณีต้นฉบับบทความที่จัดทำเป็นภาษาอังกฤษ เมื่อบทความได้รับการตอบรับเพื่อตีพิมพ์ (Accepted for publication) ผู้นิพนธ์ต้องดำเนินการตรวจสอบและปรับปรุงความถูกต้องของภาษาอังกฤษให้เป็นไปตามมาตรฐานทางวิชาการ และจัดส่งไฟล์บทความฉบับที่ผ่านการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งแนบเอกสารรับรองการตรวจสอบภาษาอังกฤษจากหน่วยงานหรือสถาบันด้านภาษา หรือจากเจ้าของภาษา หรือผู้เชี่ยวชาญที่มีความเชี่ยวชาญในการใช้ภาษาอังกฤษเชิงวิชาการ (เช่น อาจารย์ นักวิจัย นักวิชาการ บรรณาธิการภาษา ผู้ให้บริการตรวจภาษา หรือผู้ประกอบวิชาชีพอื่นที่เกี่ยวข้อง ตามดุลยพินิจของบรรณาธิการ) มายังวารสารผ่านระบบ ThaiJO
  • จริยธรรมการวิจัย
    • สำหรับบทความวิจัยที่เกี่ยวข้องกับคนหรือสัตว์ ผู้นิพนธ์ต้องแนบสำเนาเอกสารรับรองจริยธรรมการวิจัยหรือเอกสารรับรองการยกเว้นการขอรับรองจริยธรรมการวิจัยจากคณะกรรมการจริยธรรมที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งระบุข้อมูลการรับรองดังกล่าวไว้อย่างชัดเจนภายในบทความ
  • ระบบการส่งบทความ
    • วารสารพิจารณาเฉพาะบทความที่ส่งผ่านระบบ ThaiJO เท่านั้น
    • บทความต้องผ่านการตรวจสอบความคล้าย (CopyCatch) จากระบบ ThaiJO โดยมีค่าความคล้ายไม่เกิน 20%
  • ลิขสิทธิ์และความรับผิดชอบ
    • เมื่อบทความได้รับการตอบรับเพื่อตีพิมพ์ ผู้นิพนธ์ต้องโอนลิขสิทธิ์ให้แก่วารสาร อย่างไรก็ตาม ผู้นิพนธ์ยังคงมีสิทธิ์นำบทความไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางวิชาการที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ เช่น การเรียนการสอน วิทยานิพนธ์ หรือการเผยแพร่ในฐานข้อมูลของสถาบัน
    • ข้อความ ข้อมูล และความคิดเห็นที่ปรากฏในบทความเป็นความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์โดยตรง ไม่สะท้อนถึงทัศนะหรือจุดยืนของบรรณาธิการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
    • หากเกิดข้อผิดพลาดหรือการละเมิดสิทธิ์ ความรับผิดชอบเป็นของผู้นิพนธ์โดยตรง
  • การถอนบทความ
    • ผู้นิพนธ์ต้องยื่นคำร้องเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุเหตุผล และแนบหลักฐานประกอบ (ถ้ามี) เพื่อขอถอนบทความ
    • การถอนจะมีผลเมื่อได้รับอนุมัติจากบรรณาธิการแล้วเท่านั้น
    • วารสารขอสงวนสิทธิ์ไม่รับบทความจากผู้นิพนธ์ในอนาคต หากการถอนบทความเกิดขึ้นโดยปราศจากเหตุผลอันสมควรหรือขัดต่อหลักจริยธรรมทางวิชาการ
  • การติดตามสถานะและการสื่อสาร
    • ผู้นิพนธ์สามารถติดตามสถานะการพิจารณาบทความได้ผ่านระบบ ThaiJO
    • การสื่อสารระหว่างวารสารและผู้นิพนธ์จะดำเนินการผ่านระบบ ThaiJO และอีเมลที่ลงทะเบียนไว้เป็นหลัก

คำแนะนำผู้แต่ง

แนวทางการเตรียมและส่งต้นฉบับ

วารสารสหศาสตร์: วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ กำหนดแนวทางการเตรียมและส่งต้นฉบับเพื่อให้การนำเสนอบทความเป็นไปตามมาตรฐานทางวิชาการ มีรูปแบบที่เป็นระบบ และเอื้อต่อกระบวนการพิจารณาบทความ โดยผู้นิพนธ์ควรศึกษารายละเอียดและดำเนินการตามหลักเกณฑ์ของวารสารก่อนส่งต้นฉบับ ดังนี้

1.  การจัดรูปแบบต้นฉบับ

 

1.1

รูปแบบและการจัดหน้า

 

 

- ต้นฉบับต้องจัดทำด้วยโปรแกรม Microsoft Word บนกระดาษขนาด A4 โดยมีความยาวไม่เกิน 15 หน้า รวมบทคัดย่อ ตาราง และภาพประกอบ แต่ไม่รวมเอกสารอ้างอิง
- ใช้แบบอักษร TH Sarabun New สีดำ และขนาดตัวอักษรตามที่กำหนดในแบบฟอร์มของวารสาร โดยกำหนดระยะห่างระหว่างบรรทัดเป็นแบบ Single Spacing
- กำหนดระยะขอบของเอกสาร ดังนี้
     ด้านบนและด้านซ้าย เว้นระยะจากขอบกระดาษ 1.25 นิ้ว (3.175 เซนติเมตร)
     ด้านล่างและด้านขวา เว้นระยะจากขอบกระดาษ 1 นิ้ว (2.54 เซนติเมตร)
- การย่อหน้าให้กำหนดระยะโดยใช้ Tab หนึ่งครั้ง
- จัดวางข้อความด้วยรูปแบบจัดหน้ากระจายแบบไทย (Thai Distributed Alignment)
- ใช้เลขอารบิกสำหรับการลำดับหัวข้อและหมายเลขหน้า
- สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มต้นฉบับบทความตามที่วารสารกำหนดได้ที่: แบบฟอร์มเตรียมต้นฉบับบทความ

 

1.2

ข้อมูลผู้นิพนธ์

 

 

- ต้นฉบับต้องระบุข้อมูลผู้นิพนธ์ทุกท่านอย่างครบถ้วนและถูกต้อง ประกอบด้วยชื่อ–นามสกุลทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ หน่วยงานต้นสังกัด และชื่อสถาบันหรือมหาวิทยาลัย โดยกำหนดหมายเลขกำกับหน่วยงานต้นสังกัดของผู้นิพนธ์แต่ละท่านอย่างชัดเจน
- ผู้ประพันธ์บรรณกิจ (Corresponding Author) ต้องระบุชื่อ–นามสกุลและอีเมลสำหรับการติดต่ออย่างชัดเจน ทั้งนี้ ข้อมูลผู้นิพนธ์ในต้นฉบับต้องสอดคล้องกับข้อมูลที่บันทึกในระบบ ThaiJO

 

1.3

บทคัดย่อและคำสำคัญ

 

 

- บทคัดย่อเขียนเป็น 1 ย่อหน้า ควรมีความยาวระหว่าง 250–350 คำ และมีเนื้อหาสอดคล้องกันระหว่างภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สำหรับบทความที่เขียนเป็นภาษาไทย ต้องจัดทำบทคัดย่อทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ส่วนบทความที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษ ไม่จำเป็นต้องจัดทำบทคัดย่อภาษาไทย
- บทคัดย่อแต่ละภาษาต้องระบุคำสำคัญ (Keywords) จำนวน 3–5 คำ โดยใช้เครื่องหมายจุลภาค (,) คั่นระหว่างคำ

2   ตารางและภาพประกอบ

 

2.1

ตาราง

 

 

- ตารางควรมีจำนวนเหมาะสมและจำเป็นต่อการนำเสนอข้อมูล โดยกำหนดให้มีไม่เกิน 8 ตารางต่อบทความ และไม่ควรนำเสนอข้อมูลซ้ำซ้อนกับเนื้อหาหรือภาพประกอบ
- ตารางต้องมีรูปแบบเป็นระเบียบ มีความคมชัด เหมาะสมต่อการเผยแพร่ และสามารถอ่านรายละเอียดได้อย่างชัดเจน โดยผู้นิพนธ์ควรจัดทำตารางจากข้อมูลของการศึกษา หรือจากข้อมูลและแหล่งอ้างอิงที่สามารถนำมาใช้ได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการและกฎหมายลิขสิทธิ์
- กรณีผู้นิพนธ์จัดทำตารางขึ้นเองจากข้อมูลของการศึกษา ให้ระบุที่มาของตารางตามความเหมาะสม เช่น “ที่มา: ผู้วิจัย (ปีที่จัดทำ)” หรือ “ที่มา: ผู้วิจัยและคณะ (ปีที่จัดทำ)”
- กรณีผู้นิพนธ์สังเคราะห์หรือดัดแปลงข้อมูลจากแหล่งอื่น ให้ระบุแหล่งที่มาของข้อมูลใต้ตารางอย่างชัดเจนตามรูปแบบ APA 7th Edition และระบุลักษณะการดัดแปลงหรือสังเคราะห์ให้สอดคล้องกับการนำข้อมูลมาใช้ เช่น “พัฒนาขึ้นโดย ผู้วิจัย (ปีที่สังเคราะห์หรือดัดแปลง) จาก...” พร้อมระบุรายการอ้างอิงที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผู้นิพนธ์ควรตรวจสอบเงื่อนไขการใช้ข้อมูลและสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของแหล่งข้อมูลดังกล่าวก่อนนำมาใช้
- กรณีนำตารางจากแหล่งอื่นมาใช้โดยตรง ผู้นิพนธ์ต้องระบุแหล่งที่มาอย่างครบถ้วนตามรูปแบบ APA 7th Edition และตรวจสอบเงื่อนไขด้านลิขสิทธิ์และการอนุญาตให้ใช้ผลงานก่อนนำมาเผยแพร่ หากแหล่งข้อมูลกำหนดให้ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ต้องดำเนินการขออนุญาตให้เรียบร้อย และจัดส่งหลักฐานการได้รับอนุญาตมายังกองบรรณาธิการเพื่อประกอบการพิจารณาก่อนการเผยแพร่บทความ

 

2.2

ภาพประกอบ

 

 

- ภาพประกอบต้องมีความคมชัด มีคุณภาพเหมาะสมต่อการเผยแพร่ และสามารถอ่านรายละเอียดหรือองค์ประกอบของภาพได้อย่างชัดเจน โดยภาพควรมีความสอดคล้องและจำเป็นต่อการนำเสนอเนื้อหาของบทความ
- กองบรรณาธิการ ไม่อนุญาตให้ใช้ Generative AI ในการสร้างภาพประกอบบทความ ทั้งนี้ ภาพประกอบควรจัดทำหรือพัฒนาขึ้นโดยผู้นิพนธ์ด้วยวิธีการที่เหมาะสมและไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ เช่น การถ่ายภาพด้วยตนเอง การจัดทำภาพหรือแผนภาพด้วยโปรแกรมที่ได้รับอนุญาตให้ใช้งานอย่างถูกต้อง หรือการพัฒนาภาพจากข้อมูลของการศึกษาและแหล่งอ้างอิงที่เหมาะสม
- กรณีผู้นิพนธ์จัดทำภาพขึ้นเองจากข้อมูลหรือการศึกษาของตน ให้ระบุที่มาของภาพตามความเหมาะสม เช่น “ที่มา: ผู้วิจัย (ปีที่จัดทำ)” หรือ “ที่มา: ผู้วิจัยและคณะ (ปีที่จัดทำ)”
- กรณีผู้นิพนธ์สังเคราะห์หรือดัดแปลงภาพจากแหล่งอื่น ให้ระบุแหล่งที่มาของภาพอย่างชัดเจนตามรูปแบบ APA 7th Edition และระบุลักษณะการดัดแปลงหรือสังเคราะห์ให้สอดคล้องกับการนำภาพมาใช้ เช่น “พัฒนาขึ้นโดย ผู้วิจัย (ปีที่สังเคราะห์หรือดัดแปลง) จาก...” พร้อมระบุรายการอ้างอิงที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ผู้นิพนธ์ควรตรวจสอบเงื่อนไขการใช้ภาพและสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของแหล่งต้นฉบับก่อนนำมาใช้
- กรณีนำภาพจากแหล่งอื่นมาใช้โดยตรง ผู้นิพนธ์ต้องระบุแหล่งที่มาอย่างครบถ้วนตามรูปแบบ APA 7th Edition และตรวจสอบเงื่อนไขด้านลิขสิทธิ์และการอนุญาตให้ใช้ภาพก่อนนำมาเผยแพร่ หากแหล่งต้นฉบับกำหนดให้ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้นิพนธ์ต้องดำเนินการขออนุญาตให้เรียบร้อย และจัดส่งหลักฐานการได้รับอนุญาตมายังกองบรรณาธิการเพื่อประกอบการพิจารณาก่อนการเผยแพร่บทความ

3   จริยธรรมการวิจัย

 

- กรณีบทความวิจัยที่มีการดำเนินการวิจัยในคนหรือสัตว์ ต้องผ่านการพิจารณาด้านจริยธรรมการวิจัยจากคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับการรับรองการยกเว้นการขอรับรองจริยธรรมการวิจัยตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- ผู้นิพนธ์ต้องแนบเอกสารรับรองดังกล่าวในระบบ ThaiJO ในขั้นตอนการส่งบทความ และระบุข้อมูลเกี่ยวกับการรับรองหรือการยกเว้นจริยธรรมการวิจัยไว้ในต้นฉบับอย่างชัดเจน

4.  การอ้างอิงและการใช้ภาษา

 

- การอ้างอิงและการจัดทำรายการเอกสารอ้างอิงต้องเป็นไปตามรูปแบบ APA 7th Edition อย่างสม่ำเสมอ แหล่งข้อมูลที่นำมาใช้ควรให้ความสำคัญกับแหล่งข้อมูลที่มีความทันสมัยและเกี่ยวข้องกับประเด็นการศึกษา โดยเฉพาะงานวิจัยร่วมสมัย ทั้งนี้ สามารถใช้อ้างอิงทฤษฎี แนวคิด หรือผลงานพื้นฐานที่มีความสำคัญและยังคงได้รับการยอมรับทางวิชาการได้ตามความเหมาะสม (สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการอ้างอิงได้ที่: APA 7th Edition Referencing Guidelines
- ภาษาที่ใช้ในบทความต้องมีความถูกต้อง ชัดเจน และเหมาะสมตามหลักการเขียนเชิงวิชาการ ทั้งด้านไวยากรณ์ การใช้คำศัพท์ และการเรียบเรียงเนื้อหา

5.  การรับรองความเป็นต้นฉบับของบทความ

 

- ในขั้นตอนส่งบทความผ่านระบบ ThaiJO ผู้นิพนธ์ต้องรับรองว่าบทความเป็นผลงานต้นฉบับ ไม่เคยได้รับการตีพิมพ์หรือเผยแพร่ในวารสารหรือสิ่งพิมพ์อื่น และไม่ได้อยู่ระหว่างการพิจารณาตีพิมพ์ในแหล่งเผยแพร่อื่น
- ผู้นิพนธ์ต้องระบุข้อความรับรองที่วารสารกำหนดไว้ในช่อง “ข้อความถึงบรรณาธิการ” (Comments for the Editor) ของระบบ ThaiJO
- คำแนะนำการรับรองความเป็นต้นฉบับของบทความ

“ข้าพเจ้าและผู้นิพนธ์ร่วม (ถ้ามี) ขอรับรองว่า บทความที่เสนอเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ใน สหศาสตร์: วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ เป็นผลงานต้นฉบับที่จัดทำขึ้นโดยข้าพเจ้าและผู้นิพนธ์ร่วม ไม่เคยได้รับการตีพิมพ์หรือเผยแพร่ในวารสารหรือสิ่งพิมพ์อื่นใด และไม่ได้อยู่ระหว่างการพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารหรือแหล่งเผยแพร่อื่นในขณะส่งบทความมายังกองบรรณาธิการ

ข้าพเจ้าและผู้นิพนธ์ร่วมขอรับรองว่า เนื้อหา ข้อมูล และผลการศึกษาที่ปรากฏในบทความเป็นไปตามหลักวิชาการ และไม่มีการนำผลงานของผู้อื่นมาใช้โดยปราศจากการอ้างอิงหรือการได้รับอนุญาตตามที่กฎหมายและหลักวิชาการกำหนด ทั้งนี้ หากตรวจพบภายหลังว่าบทความมีการตีพิมพ์ซ้ำ เนื้อหาซ้ำซ้อน หรือมีการละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา

ข้าพเจ้าและผู้นิพนธ์ร่วมยินดีรับผิดชอบต่อกรณีดังกล่าวตามความเหมาะสม
ข้าพเจ้าและผู้นิพนธ์ร่วมยืนยันว่าได้อ่านและยินยอมปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ นโยบาย และแนวทางการพิจารณาบทความของ สหศาสตร์: วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ และยินยอมให้กองบรรณาธิการดำเนินการตรวจสอบ แก้ไข และปรับรูปแบบต้นฉบับให้เป็นไปตามมาตรฐานของวารสารตามความเหมาะสม”

6.  การส่งบทความและการติดต่อ

 

6.1

การส่งบทความผ่านระบบ ThaiJO

 

 

- วารสารรับบทความและดำเนินการพิจารณาบทความผ่านระบบ ThaiJO โดยผู้นิพนธ์ต้องดำเนินการส่งต้นฉบับและเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้องผ่านระบบตามขั้นตอนและหลักเกณฑ์ที่วารสารกำหนด
- ก่อนส่งบทความ ผู้นิพนธ์ควรตรวจสอบความครบถ้วนและความถูกต้องของต้นฉบับ เอกสารประกอบ และข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการส่งบทความให้เรียบร้อย
- ผู้นิพนธ์สามารถติดตามสถานะการพิจารณาบทความผ่านระบบ ThaiJO และควรตรวจสอบการแจ้งเตือนหรือข้อความจากวารสารอย่างสม่ำเสมอ เพื่อดำเนินการในขั้นตอนที่เกี่ยวข้องภายในระยะเวลาที่กำหนด

 

6.2

การกรอกและตรวจสอบข้อมูลในระบบ ThaiJO

 

 

- ผู้ส่งบทความต้องกรอกข้อมูลผู้นิพนธ์ทุกท่านในระบบ ThaiJO ให้ครบถ้วนและถูกต้อง ได้แก่ ชื่อ–นามสกุล สังกัดหน่วยงาน (Affiliation) ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และอีเมลของผู้นิพนธ์แต่ละท่าน รวมถึงข้อมูลผู้ประพันธ์บรรณกิจ (Corresponding Author) ตามที่ระบบกำหนด
- ผู้ส่งบทความต้องกรอกข้อมูลบทความในระบบ ThaiJO ให้ครบถ้วน ได้แก่ ชื่อบทความ (Title) บทคัดย่อ (Abstract) คำสำคัญ (Keywords) แหล่งทุนวิจัย (Funding) และข้อมูลอื่น ๆ ตามที่ระบบกำหนด
- ข้อมูลที่กรอกในระบบ ThaiJO ต้องสอดคล้องกับรายละเอียดที่ปรากฏในต้นฉบับบทความ โดยเฉพาะชื่อและลำดับผู้นิพนธ์ สังกัดหน่วยงาน ชื่อบทความ บทคัดย่อ คำสำคัญ และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้อง
- ผู้ส่งบทความต้องตรวจสอบความถูกต้องและความครบถ้วนของข้อมูลในระบบ ThaiJO ก่อนยืนยันการส่งต้นฉบับบทความเข้าสู่กระบวนการพิจารณา
- กรณีข้อมูลในระบบ ThaiJO ไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง หรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับ กองบรรณาธิการอาจส่งคืนต้นฉบับบทความให้ผู้ส่งบทความดำเนินการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้องก่อนเข้าสู่กระบวนการพิจารณา
- การแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลผู้นิพนธ์ภายหลังการส่งบทความ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของวารสาร และอาจต้องมีหลักฐานหรือการยืนยันจากผู้นิพนธ์ที่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสม โดยให้การพิจารณาขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบรรณาธิการเป็นรายกรณี

 

6.3

การติดต่อกับกองบรรณาธิการ

 

 

- การติดต่อระหว่างวารสารกับผู้นิพนธ์จะดำเนินการผ่านระบบ ThaiJO และอีเมลที่ลงทะเบียนไว้เป็นหลัก ผู้นิพนธ์จึงควรตรวจสอบระบบ ThaiJO รวมถึงกล่องจดหมายและกล่องจดหมายขยะ (Junk/Spam) อย่างสม่ำเสมอ
- กรณีไม่ได้รับการแจ้งเตือนหรืออีเมลจากวารสาร หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการส่งและการพิจารณาบทความ สามารถติดต่อกองบรรณาธิการได้ที่อีเมล shmujournal@gmail.com
- สำหรับกรณีที่จำเป็นต้องติดต่ออย่างเร่งด่วนเกี่ยวกับบทความ ผู้นิพนธ์สามารถระบุหมายเลขโทรศัพท์มือถือไว้ในช่อง “ข้อความถึงบรรณาธิการ” (Comments for the Editor) โดยข้อมูลดังกล่าวจะใช้สำหรับการติดต่อเกี่ยวกับบทความและได้รับการเก็บรักษาเป็นความลับตามความเหมาะสม

7.  ความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์

 

- เนื้อหา ข้อมูล ผลการศึกษา และข้อคิดเห็นที่ปรากฏในบทความเป็นความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์แต่ละท่าน กรณีเกิดข้อผิดพลาดหรือข้อบกพร่องใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบทความ ให้ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้นิพนธ์ที่เกี่ยวข้อง
- ผู้นิพนธ์มีหน้าที่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนที่วารสารกำหนด รวมถึงดำเนินการแก้ไขและส่งเอกสารภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการยุติการพิจารณาหรือปฏิเสธการตีพิมพ์บทความตามความเหมาะสมโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
- ผู้นิพนธ์ต้องเปิดเผยผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) ที่อาจมีผลต่อเนื้อหา ผลการศึกษา หรือการตีความผลการศึกษาให้กองบรรณาธิการทราบอย่างชัดเจน

8.  การใช้บทความภายหลังการตีพิมพ์

 

- ลิขสิทธิ์ในบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารสหศาสตร์: วารสารสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ เป็นของวารสาร ทั้งนี้ วารสารอนุญาตให้นำบทความหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาได้ โดยต้องระบุชื่อผู้นิพนธ์ ชื่อบทความ และแหล่งที่มาอย่างถูกต้องและครบถ้วน
- การนำบทความหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของบทความไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์เชิงพาณิชย์ การแสวงหาประโยชน์ทางการค้า หรือการใช้ในลักษณะที่ก่อให้เกิดรายได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ทั้งหมดหรือบางส่วน ต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากกองบรรณาธิการก่อนดำเนินการ โดยการพิจารณาอนุญาตเป็นไปตามดุลยพินิจของบรรณาธิการ และอาจมีเงื่อนไขหรือข้อกำหนดเพิ่มเติมตามความเหมาะสม

 

นโยบายความเป็นส่วนตัว

ชื่อ - นามสกุล อีเมล และข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ ที่ผู้นิพนธ์กรอกผ่านระบบ ThaiJO จะถูกใช้เฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของวารสารเท่านั้น และจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นโดยมิได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล