The Development of Ability to Use Chinese Language by Peer-to-Peer Learning for Private University Students
Keywords:
Peer-to-peer learning, Chinese language proficiency, development of learning activitiesAbstract
The purposes of this research were to 1) compare the students’ Chinese language proficiency before and after peer-to-peer learning and 2) examine the satisfaction of peer-to-peer learning of private university students. The sample group was composed of 240 students from two private universities, and the class was randomly divided into two groups. Six Chinese language teachers, who gave important information, including five internal and external teachers of Panyapiwat Institute of Management. Research tools included peer-to-peer learning activity and Chinese Proficiency Test (HSK). Quantitative data was analyzed by percentage, average and standard deviation, as well as qualitative data analysis with content analysis. The results of the research showed that firstly, a peer-to-peer learning management activity was developed with the ADDIE model after data synthesis. Peer-to-peer learning activities consist of three major steps in learning management i.e. 1) planning stage, 2) learning stage, and 3) conclusion stage. Secondly, the Chinese language proficiency of the students (who passed peer-to-peer learning activity) was significantly higher than students (who did not attend peer-to-peer learning activity), statistical significance at 0.05 level.
Downloads
References
กฤตขจร ศรีราช. (2561). การพัฒนาทักษะพื้นฐานกีฬาฟุตบอลและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยการจัดการเรียนรู้แบบกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการเรียนการสอน คณะครุศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.
เกื้อกูล โคตะหา. (2553). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สาระนาฏศิลป์เรื่อง เซิ้งทอเสื่อ โดยกิจกรรมการเรียนรู้แบบกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนหนองแกสระแก้ววิทยา. วิทยานิพนธ์ ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
จุฬาภรณ์ ละอองทอง. (2550). ผลของการใช้กลวิธีการเรียนแบบเพื่อนช่วยเพื่อนเพื่อเพิ่มพูนความเข้าใจในการอ่านภาษาอังกฤษและความคงทนในการเรียนรู้ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่2. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอน(ภาษาอังกฤษ) มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.
ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (2561). 80 นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ. (พิมพ์ครั้งที่ 8). กรุงเทพฯ : พีบาลานซ์ดีไซด์แอนปริ๊นติ้ง.
มหาวิทยาลัยภาษาและวัฒนธรรมปักกิ่ง สำนักงานกรุงเทพ. (2547). การสอบวัดระดับความสามารถภาษาจีน (HSK). ค้นเมื่อ วันที่ 14 กรกฎาคม 2565, จาก http://www.blcubangkok.com/ detailblcubangkok.php?qno=1detailblcubangkok.php?qno=1
ทัศนา ประสานตรี. (2536). การสอนโดยเพื่อนช่วยเพื่อน. สารพัฒนาหลักสูตร. 12(114), 20.
วิทยาธร พันธ์สอาด. (2553). การพัฒนาบุคลากรเกี่ยวกับการใช้อินเทอร์เน็ต โรงเรียนหนองม่วงวิทยาคาร อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ด้วยรูปแบบการฝึกอบรม ADDIE Model. วิทยานิพนธ์ปริญญาครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารการศึกษา คณะครุศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์.
วีรพรรณ จันทร์ขาว. (2561). ประสิทธิผลของการสอนแบบเพื่อนช่วยเพื่อนที่มีต่อความสามารถในการว่ายน้ำ. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การออกกำลังกายและการกีฬา คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยบูรพา.
อัจฉรา ชำนาญวงษ์. (2553). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ดนตรีพื้นบ้านอีสาน (พื้นฐานการตีโปงลาง) แบบกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน สาระการเรียนรู้ศิลปะ (ดนตรี) ชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่ 5. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
Dalsgaard, C. (2557). Students’ use of Facebook for peer-to-peer learning. In Proceedings of the 9 th International Conference on Networked Learning, NCL (pp. 95-102).
Seel, B., and Glasgow, Z. (1998). Making Instructional Design Decisions. (2 nd ed). Columbus, Ohio : Prentice-Hall
Yu Jianping และคณะ. (2562). การศึกษาอิทธิพลของการเรียนรู้แบบ peer-to-peer ต่อความสามารถในการเรียนรู้ทักษะการเคลื่อนไหว. วิทยานิพนธ์ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต สาขาพลศึกษา วิทยาลัยการศึกษาพละเสฉวน.
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรีและบุคลากรท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
