การประเมินความต้องการจำเป็นในการพัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของครูโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1
Main Article Content
บทคัดย่อ
ในยุคดิจิทัลของครู และ 4) ศึกษาแนวทางการพัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของครูโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสกลนคร เขต 1 การวิจัยดำเนินการ 4 ระยะ ประกอบด้วย การสังเคราะห์องค์ประกอบจากเอกสารและงานวิจัย การสำรวจสภาพที่เป็นจริงและสภาพที่พึงประสงค์ การประเมินความต้องการจำเป็นด้วยดัชนี PNImodified และการศึกษาแนวทางการพัฒนา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครู จำนวน 278 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสังเคราะห์เอกสาร แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ และแบบประเมินแนวทางการพัฒนา สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และดัชนีลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็น (PNImodified)
ผลการวิจัยพบว่า
1) ทักษะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลของครูประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ได้แก่ การออกแบบการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล การจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล การมีคุณธรรมจริยธรรม การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการเรียนรู้ และการเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล โดยทุกองค์ประกอบมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด
2) สภาพที่เป็นจริงโดยรวมอยู่ในระดับมาก ส่วนสภาพที่พึงประสงค์โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 3) ความต้องการจำเป็นในการพัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัลมีค่า PNImodified เท่ากับ 0.333 โดยด้านที่มีความต้องการจำเป็นสูงสุด ได้แก่ การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการเรียนรู้ รองลงมาคือ การออกแบบการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล และการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล
4) แนวทางการพัฒนาประกอบด้วย 3 ด้าน ได้แก่ การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการเรียนรู้ การออกแบบการเรียนรู้ และการจัดการเรียนรู้ในยุคดิจิทัล ซึ่งมีความเหมาะสมและความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด ผลการวิจัยสามารถใช้เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ในการกำหนดนโยบายและวางแผนพัฒนาศักยภาพครูให้สอดคล้องกับการจัดการศึกษาในยุคดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). สุวีริยาสาส์น.
วรรณวิไล วงษ์ศรี, และคณะ. (2565). การพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลของครูเพื่อการจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. วารสารศึกษาศาสตร์, 33(2), 45–61.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2566). นโยบายและจุดเน้นการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2560). แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560–2579. กระทรวงศึกษาธิการ.
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2564). มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561. กระทรวงศึกษาธิการ.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2558). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น (พิมพ์ครั้งที่ 3). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Darling-Hammond, L., Hyler, M. E., & Gardner, M. (2017). Effective teacher professional development. Learning Policy Institute.
Koehler, M. J., Mishra, P., & Cain, W. (2013). What is technological pedagogical content knowledge (TPACK)? Journal of Education, 193(3), 13–19. https://doi.org/10.1177/002205741319300303
Mishra, P., & Koehler, M. J. (2006). Technological pedagogical content knowledge: A framework for teacher knowledge. Teachers College Record, 108(6), 1017–1054. https://doi.org/10.1111/j.1467-9620.2006.00684.x
OECD. (2020). Teaching as a knowledge profession. OECD Publishing.
OECD. (2023). OECD Digital Education Outlook 2023: Towards an effective digital education ecosystem. OECD Publishing.
Redecker, C. (2017). European framework for the digital competence of educators: DigCompEdu. Publications Office of the European Union.
Trust, T. (2017). Motivation, empowerment, and innovation: Teachers' beliefs about how participating in the Edmodo Math Subject Community shapes teaching and learning. Journal of Research on Technology in Education, 49(1–2), 16–30.
UNESCO. (2018). UNESCO ICT competency framework for teachers (Version 3). UNESCO.