การพัฒนาเครือข่ายกลไกการตลาดอินทผาลัมของเกษตรวิถีพุทธในจังหวัดขอนแก่น
Main Article Content
บทคัดย่อ
ผลการวิจัยพบว่า
1) ข้อมูลพื้นฐานด้านการเกษตรของผู้ปลูกอินทผาลัมในจังหวัดขอนแก่นสะท้อนว่า การปลูกอินทผาลัมยังเผชิญข้อจำกัดหลายประการ ได้แก่ ต้นทุนการผลิตสูง ระยะเวลาการปลูกที่ยาวนานก่อนให้ผลผลิต และปัญหาโรคและแมลงศัตรูพืช อย่างไรก็ตาม การปลูกอินทผาลัมยังมีแนวโน้มส่งเสริมความยั่งยืนทางอาชีพ และสามารถเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรและชุมชนในระยะยาว
2) กระบวนการขับเคลื่อนกลไกการตลาดอินทผาลัมของเกษตรวิถีพุทธในจังหวัดขอนแก่นยังไม่มีความชัดเจนในเชิงระบบ โดยเฉพาะด้านการแปรรูปผลิตภัณฑ์ ซึ่งเกษตรกรยังมองว่าเป็นภาระงานเพิ่มเติม จึงมีความจำเป็นต้องได้รับการส่งเสริมความรู้ การฝึกอบรม การจัดทำคู่มือ และการจัดตั้ง
ศูนย์เรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการผลิตและการตลาด
3) การพัฒนากลไกการขับเคลื่อนการตลาดอินทผาลัมของเกษตรวิถีพุทธในจังหวัดขอนแก่น พบว่า อินทผาลัมเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ที่มีศักยภาพในการขยายโอกาสทางการตลาด ทั้งในรูปแบบการจำหน่ายผลสดและการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย โดยจำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ทางการเกษตรที่ถูกต้อง เหมาะสม และการสนับสนุนอย่างเป็นระบบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กฤษดา จักรเสน. (2562). ยุทธศาสตร์การพัฒนาอินทผลัมอย่างยั่งยืนประเทศไทย. วารสารสหวิทยาการวิจัย: ฉบับบัณฑิตศึกษา, 8(2), 193-202.
ฐานนันท์ เศวตโชติธนากร. (2562). แผนธุรกิจไซรัปอินทผลัมผลสด. (การค้นคว้าอิสระปริญญาการจัดการมหาบัณฑิต สาขาวิชาความเป็นผู้ประกอบการ, มหาวิทยาลัยกรุงเทพ).
พงษ์ศักดิ์ อังกสิทธิ์. (2551). แนวคิดเชิงวิเคราะห์เกี่ยวกับการส่งเสริมการเกษตร. ใน ประมวลสาระชุดวิชาการส่งเสริมการเกษตรเพื่อการพัฒนา หน่วยที่ 1–5 (พิมพ์ครั้งที่ 3, น. 223–232). นนทบุรี: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
พุฒิพงศ์ มีชะนะ และคณะ. (2565). การพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดสมัยใหม่ของเกษตรกรผู้ปลูกอินทผลัมในอำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา: กรณีศึกษาสวนผู้ใหญ่ทอง. วารสารบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์, 1(1), 16-29.
สุมิตร วิลัยพร. (2563). วิจัยและพัฒนาอินทผลัม. รายงานวิจัย. กรุงเทพมหานคร: กรมวิชาการเกษตร.
อานัฐ ตันโช. (2550). ไส้เดือนดิน. (พิมพ์ครั้งที่ 2). เชียงใหม่: บริษัท ทรีโอ แอดเวอร์ไทซิ่ง แอนด์ มีเดีย จำกัด.