การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสมุทรสงคราม โดยใช้บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์
Main Article Content
บทคัดย่อ
ผลการวิจัยพบว่า
1. บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ทั้ง 6 บท มีความเหมาะสมต่อการนำไปใช้พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร โดยมีค่า IOC อยู่ระหว่าง 0.80–1.00 และมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80.00/81.33
2. ผู้บริหารสถานศึกษามีทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05 ภายหลังการใช้บทเรียนอิเล็กทรอนิกส์
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
ต่อตระกูล บุญปลูก. (2556). การเตรียมพร้อมด้านการจัดการเรียนรู้ของครูและผู้บริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นประชาคมอาเซียนในปี 2558: กรณีศึกษาโรงเรียนบ้านเวียงพานในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงราย เขต 3. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิตที่ไม่ได้ตีพิมพ์). มหาวิทยาลัย แม่ฟ้าหลวง.
ถนอมพร เลาหจรัสแสง. (2545). Designing e-Learning: หลักการออกแบบและการสร้างเว็บเพื่อการเรียนการสอน. อรุณการพิมพ์.
บุญเกิด กลมทุกสิ่ง, สมุทร ชำนาญ และสมศักดิ์ ลิลา. (2557). การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมภาษาอังกฤษ สำหรับผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 1. วารสารการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา, 8(2), 58–68. https://so02.
tci-thaijo.org/index.php/EduAdm_buu/article/view/30938
เพ็ญพรรณ เกตุเหลือ. (2551). พัฒนาชุดการเรียนโดยใช้ e-Learning เรื่อง การถนอมอาหารสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิตที่ไม่ได้ตีพิมพ์). มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา.
เอกพจน์ สิงห์คำ. (2560). การศึกษาความต้องการจำเป็นและแนวทางในการพัฒนาภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 1. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิตที่ไม่ได้ตีพิมพ์). มหาวิทยาลัยนเรศวร.
Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308