การพัฒนาทักษะการฟังและการพูด ผ่านกิจกรรมการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ โดยการเล่านิทานพื้นบ้านไทยของเด็กอนุบาลปีที่ 3

Main Article Content

สิรวิชญ์ แสงเสน
อธิราชย์ นันขันตี
นิราศ จันทรจิตร

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาทักษะการฟังและการพูดของเด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3 โดยใช้กิจกรรมการจัดประสบการณ์ผ่านนิทานพื้นบ้านไทย และ 2) ศึกษาดัชนีประสิทธิผลของกิจกรรมการจัดประสบการณ์โดยใช้นิทานพื้นบ้านไทย การวิจัยเป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-experimental Research) กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 3 โรงเรียนบ้านชะโงมนาโดน อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม ปีการศึกษา 2568 จำนวน 15 คน จาก 1 ห้องเรียน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้นิทานพื้นบ้านไทย จำนวน 6 เรื่อง เรื่องละ 2 ชั่วโมง รวม 12 ชั่วโมง และ 2) แบบวัดทักษะการฟังและการพูดเพื่อความเข้าใจภาษาไทยของเด็กปฐมวัย เก็บรวบรวมข้อมูลโดยประเมินทักษะการฟังและการพูดก่อนและหลังการจัดกิจกรรม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดัชนีประสิทธิผล และการทดสอบค่าทีสำหรับกลุ่มตัวอย่างที่สัมพันธ์กัน (Dependent Samples t-test) โดยตรวจสอบความเชื่อมั่นของเครื่องมือด้วยค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค
ผลการวิจัยพบว่า 1) หลังการจัดประสบการณ์โดยใช้นิทานพื้นบ้านไทย เด็กชั้นอนุบาลปีที่ 3 มีทักษะการฟังและการพูดสูงกว่าก่อนการจัดประสบการณ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยเด็กมีพัฒนาการด้านการฟังอย่างตั้งใจ การจับประเด็นสำคัญ การตอบคำถาม การลำดับเหตุการณ์และถ่ายทอดเรื่องราว ตลอดจนมีความคล่องแคล่ว ความมั่นใจในการพูด การออกเสียง และการกล้าแสดงออกเพิ่มขึ้นและ 2) ดัชนีประสิทธิผลของกิจกรรมการจัดประสบการณ์โดยใช้นิทานพื้นบ้านไทยมีค่าเท่ากับ 0.67 แสดงว่าเด็กมีพัฒนาการด้านทักษะการฟังและการพูดเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 67.00 ของพัฒนาการสูงสุดที่สามารถเพิ่มขึ้นได้ สะท้อนให้เห็นว่ากิจกรรมการจัดประสบการณ์โดยใช้นิทานพื้นบ้านไทยสามารถนำมาใช้ส่งเสริมทักษะการฟังและการพูดของเด็กปฐมวัยได้อย่างมีประสิทธิผล

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
แสงเสน ส., นันขันตี อ., & จันทรจิตร น. (2026). การพัฒนาทักษะการฟังและการพูด ผ่านกิจกรรมการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ โดยการเล่านิทานพื้นบ้านไทยของเด็กอนุบาลปีที่ 3. วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬาขอนแก่น, 13(3), 93–105. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jg-mcukk/article/view/283386
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.

บุญชม ศรีสะอาด. (2545). การวิจัยสำหรับครู. (พิมพ์ครั้งที่ 7). สุวีริยาสาส์น.

วิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2557). แนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้. (พิมพ์ครั้งที่ 4). โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2562). รายงานการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระดับประถมศึกษา ปี 2562. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.

Isbell, R., Sobol, J., Lindauer, L., & Lowrence, A. (2004). The effects of storytelling and story reading on the oral language complexity and story comprehension of young children. Early Childhood Education Journal, 32(3), 157–163.

Nessel, D., & Dixon, C. (2008). Using the Language Experience Approach With English Language Learners: Strategies for Engaging Students and Developing Literacy. Corwin Press.

Piaget, J. (1962). Play, dreams and imitation in childhood. W. W. Norton & Company.

Vygotsky, L.S. (1978). Mind in society: The development of higher psychological processes. Harvard University Press.