การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการเพื่อพัฒนาคุณภาพนักเรียน โรงเรียนอนุบาลนานาชาติตากสินระยอง

Main Article Content

สนิท โคตะระ

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน ความต้องการ และแนวทางในการบริหารงานวิชาการ เพื่อพัฒนาคุณภาพนักเรียน โรงเรียนอนุบาลนานาชาติตากสินระยอง สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยอง 2) สร้างรูปแบบการบริหารงานวิชาการเพื่อพัฒนาคุณภาพนักเรียน 3) ทดลองใช้รูปแบบที่สร้างขึ้น และ 4) ประเมินรูปแบบการบริหารงานวิชาการดังกล่าว การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา(Research and Development) โดยใช้ระเบียบวิธีแบบผสมผสาน (Mixed Methods Research) ดำเนินการ 4 ขั้นตอน ได้แก่ (1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน ความต้องการ และแนวทางการบริหารงานวิชาการ(2) สร้างรูปแบบการบริหารงานวิชาการ (3) ทดลองใช้รูปแบบ และ (4) ประเมินรูปแบบ กลุ่มประชากร ได้แก่ ครูโรงเรียนอนุบาลนานาชาติตากสินระยอง จำนวน 114 คน กลุ่มตัวอย่างจำนวน 89 คน 
ได้จากการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบประเมินความเหมาะสมของรูปแบบ และแบบประเมินผลการใช้รูปแบบ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้สถิติค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)
ผลการวิจัยพบว่า 
1) สภาพปัจจุบันและความต้องการในการบริหารงานวิชาการโดยรวมอยู่ในระดับมาก และมีแนวทางการบริหารงานวิชาการที่ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ (1) หลักการและแนวคิด (2) ขอบข่ายการบริหารงานวิชาการ (3) กระบวนการบริหารงานวิชาการ และ (4) เงื่อนไขความสำเร็จ 
2) รูปแบบการบริหารงานวิชาการเพื่อพัฒนาคุณภาพนักเรียน ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ คือ(1) หลักการและแนวคิด (2) ขอบข่ายการบริหารงานวิชาการ 8 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาหลักสูตร การพัฒนากระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล การวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา การพัฒนาสื่อและเทคโนโลยี การพัฒนาแหล่งเรียนรู้ การนิเทศการศึกษา และการประกันคุณภาพภายใน (3) กระบวนการบริหาร 4 ขั้นตอน ได้แก่ การวางแผน ปฏิบัติ นิเทศติดตาม และประเมินสะท้อนผล (4) เงื่อนไขความสำเร็จ และ (5) บทบาทของผู้บริหารและครู 3) ผลการทดลองใช้รูปแบบ พบว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น โดยเฉพาะคะแนน O-NET ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สูงกว่าระดับประเทศทุกวิชา และนักเรียนได้รับรางวัลระดับชาติหลายรายการ 
4) ผลการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบและคู่มือการใช้รูปแบบ อยู่ในระดับมากที่สุด แสดงว่ารูปแบบที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมและใช้ได้จริงในการยกระดับคุณภาพนักเรียน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
โคตะระ ส. . (2025). การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการเพื่อพัฒนาคุณภาพนักเรียน โรงเรียนอนุบาลนานาชาติตากสินระยอง. วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬาขอนแก่น, 12(3), 532–545. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jg-mcukk/article/view/282542
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. กรุงเทพฯ: องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.

กระทรวงศึกษาธิการ. (2563). นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ปีการศึกษา 2563. กรุงเทพฯ: ผู้แต่ง.

คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ. (2561). ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561–2580 (ฉบับประกาศราชกิจจานุเบกษา). กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.

จิรารัตน์ กระจ่างดี. (2562). การศึกษากลยุทธ์การบริหารงานวิชาการของโรงเรียนขยายโอกาสในอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน. (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่).

จิติมา วรรณศรี. (2563). นวัตกรรมสู่การพัฒนาสถานศึกษา. พิษณุโลก: รัตนสุวรรณการพิมพ์ 3.

จิติมา วรรณศรี. (2566). การบริหารจัดการสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการในยุคดิจิทัล. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา.

ขวัญชนก แสงท่านั่ง. (2563). รูปแบบการพัฒนาสถานศึกษาสู่องค์กรแห่งนวัตกรรมสำหรับสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร).

เดชา ขาลรัมย์. (2564). การบริหารทรัพยากรมนุษย์ขององค์การบริหารส่วนตำบลคูเมือง อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ. (การค้นคว้าอิสระรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์).

บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 10). กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น.

Deming, W. E. (1994). The new economics for industry, government, education. MIT Press.

Fullan, M. (2001). Leading in a culture of change. Jossey-Bass.

Sergiovanni, T. J. (2005). Strengthening the heartbeat: Leading and learning together in schools. Jossey-Bass.