แนวทางการบริหารแหล่งเรียนรู้ของโรงเรียนในยุคดิจิทัล สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
ผลการวิจัยพบว่า
1) การบริหารแหล่งเรียนรู้ของโรงเรียนในยุคดิจิทัล ในภาพรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านการดำเนินงานตามแผน รองลงมาด้านการวางแผน ด้านการสรุปและพัฒนา และด้านการตรวจสอบประเมินผล ตามลำดับ
2) การเปรียบเทียบความคิดเห็นเกี่ยวกับการบริหารแหล่งเรียนรู้ของโรงเรียนในยุคดิจิทัล พบว่า เพศ อายุ และระดับการศึกษาไม่มีความแตกต่างกัน ในขณะที่ประสบการณ์การทำงานและขนาดโรงเรียนมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3) แนวทางการบริหารแหล่งเรียนรู้ของโรงเรียนในยุคดิจิทัล คือ ผู้บริหารสถานศึกษาควรมีมาตรการสนับสนุนในด้านทรัพยากร เทคโนโลยี และการส่งเสริมทัศนคติเชิงบวกเพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจทั้งของครูและนักเรียนในการใช้แหล่งเรียนรู้ดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กระทรวงศึกษาธิการ. (2562). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562. กรุงเทพฯ: กระทรวงศึกษาธิการ.
กริชติศักดิ์ เซียมตะคุ. (2566). แนวทางการบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้โรงเรียนมัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากำแพงเพชร. (การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยนเรศวร.
ธนัญญา จันทร์สุภา, และ รัตนา กาญจนพันธุ์. (2566). การบริหารจัดการแหล่งเรียนรู้ภายในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 2. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มมร วิทยาเขตอีสาน, 4(2), 49–61.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี. (2567). ข้อมูลพื้นฐานและนโยบายด้านการศึกษา. นนทบุรี: สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี.
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษานนทบุรี. (2567). รายงานผลการดำเนินงานประจำปีงบประมาณ 2567. นนทบุรี: กลุ่มนโยบายและแผน.
สุกัญญา แช่มช้อย. (2563). โลกดิจิทัลและการจัดการเรียนรู้. กรุงเทพฯ: ศูนย์นวัตกรรมการศึกษา.
Sitheeque, A. I. L., & Sivananthan, P. (2024). The role of learning resource centres in enhancing self-learning of senior secondary students. International Journal of Research and Innovation in Social Science, 8(7), 1194–1202.