การพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น

Main Article Content

ธีร์ดนัย กัปโก
พระมหาณัฐพันธ์ สุทสฺสนวิภาณี
พระมหากิตติ กิตฺติเมธี
แพรทอง กัปโก
แพรวพรรณ ประจักษ์โก

บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. ศึกษาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น 2. วิเคราะห์กระบวนการภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น 3. พัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ซึ่งคณะผู้วิจัยได้ใช้ระเบียบวิธีการเก็บข้อมูลโดยการวิจัยปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมที่ใช้เทคนิควิเคราะห์เอกสาร เทคนิคการสัมภาษณ์เชิงลึกและเทคนิคการสนทนากลุ่มเฉพาะ ใช้แนวคิดเกี่ยวกับภาวะผู้นำ แนวคิดเกี่ยวกับภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงแนวคิดเกี่ยวกับการปกครองส่วนท้องถิ่น ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่นเป็นกรอบการวิจัย พื้นที่วิจัย คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โดยมีผู้ให้ข้อมูลสำคัญ คือ นายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล จำนวน 15 คน ใช้วิธีคัดเลือกแบบเจาะจง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้วิเคราะห์เนื้อหาแล้วเขียนบรรยายเชิงพรรณนา 
ผลการวิจัย พบว่า
1. ผลการศึกษาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง พบว่า เป็นแบบอย่างที่ดี คำนึงถึงผลประโยชนส่วนร่วม ปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด มีวุฒิภาวะ มีความเสียสละ พัฒนาบุคคล ส่งเสริมความก้าวหน้า ด้านการสร้างแรงบันดาลใจ มอบอำนาจตามความเหมาะสม ยึดหลักนิติธรรมในการบริหาร ประเมิน
ความเห็นของผู้ใต้บังคับบัญชา แลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง สร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดี มีความกล้า เสียสละ ความซื่อสัตย์ ทำงานด้วยความโปร่งใส เอาใจใส่บุคลากร ยกย่องชมแชยตามความเหมาะสม
2. ผลการวิเคราะห์กระบวนการภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง พบว่า ผู้บริหารต้องยอมรับความสามารถผู้ใต้บังคับบัญชา สร้างแรงจูงใจภายใน สร้างความกระตือรือร้น สร้างทัศนคติในแง่บวก 
เห็นประโยชน์ส่วนร่วมเป็นสำคัญ สร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน สร้างวิธีการแสวงหาการบริหารงานแบบใหม่ที่สร้างสรรค์ มีวิธีคิดอย่างเป็นระบบ วางแผนพัฒนาบุคลากรอย่างเป็นระบบ มีเป้าหมายสร้างแรงจูงใจในการดำเนินชีวิต 
3. ผลการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง พบว่า ผู้บริหารต้องประพฤติตนเป็นแบบอย่าง สร้างทีมงานและการบริหารแบบมีส่วนร่วม มีจรรยาบรรณและจริยธรรมในการบริหาร มีจิตสาธารณะ ยึดหลักระเบียบในการบริหาร มอบหมายงานอย่างเหมาะสมตามความรู้ความสามารถ การกล่าวยกย่องชมเชย การสร้างทัศนคติที่ดี สร้างความสามัคคี ลดขั้นตอนการทำงาน สร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดี รับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย ทำงานด้วยความโปร่งใส เป็นผู้ให้คำปรึกษาที่ดี สร้างจุดเด่นของบุคลากรในงานให้เกิดประสิทธิภาพ มีความเสมอภาค ความเท่าเทียม และความเป็นธรรม ฝึกอบรมพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
กัปโก ธ. ., สุทสฺสนวิภาณี พ., กิตฺติเมธี พ. ., กัปโก แ. ., & ประจักษ์โก แ. . (2025). การพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดขอนแก่น. วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬาขอนแก่น, 12(2), 160–173. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jg-mcukk/article/view/280065
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

โกวิทย์ พวงงาม.(2552). การปกครองท้องถิ่นไทย. (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพมหานคร: วิญญูชน.

จุฑาทิพย์ สุจริตกุล. (2562). ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในยุคประเทศไทย 4.0กรณีศึกษา:องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดภูเก็ต. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 6(10), 4930-4944.

ปริณดา วโรภาสรุ่งเรือ ธีระพงษ์ ภูริปาณิก และ อนุรัตน์ อนันทนาธร 2565 การศึกษาแนวทางในการพัฒนาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของหัวหน้าส่วนราชการในองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี, วารสารการเมือง การบริหาร และกฎหมาย, 14 (2), 76-98.

พระนิทัศน์ วงศ์วังเพิ่ม.(2563). ภาวะผู้นำชองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลในจังหวัดขอนแก่น. (รายงานการวิจัย). เลย: มหาวิทยาลัยมกุฎราชวิทยาลัย.

สมหวัง พิธิยานุวัฒน์.(2554). การบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเลขาธิการข้าราชการพลเรือน.

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. (2562). การปกครองส่วนท้องถิ่นและอำนาจหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน. กรุงเทพมหานคร: สำนักการพิมพ์สำนักเลขาผู้แทนราษฎร.

อรุณรุ่ง เอื้ออารีสุขสกุล และ ธีรวัฒน์ จันทึก. (2559). ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง : เปลี่ยนความท้าทายมุ่งสู่ความสำเร็จขององค์กรอย่างยั่งยืน. วารสารฉบับภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์, 9(10), 845-860.

อับดุลรอมาน อับซี และ สรัญณี อุเส็น. 2565. ภาวะผู้นําการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น.วารสารสหวิทยาการวิจัยและวิชาการ, 2 (1),1-16.