การพัฒนารูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้เรียนตามหลักเศรษฐกิจคุณธรรมของโรงเรียนในจังหวัดขอนแก่น

Main Article Content

สมควร นามสีฐาน
นิิรััช เรืืองแสน

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันของชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ 2) พัฒนารูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ และ 3) ประเมินรูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนตามหลักเศรษฐกิจคุณธรรมในโรงเรียนจังหวัดขอนแก่นการวิจัยเป็นแบบวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D) ประกอบด้วย 4 ระยะ คือ การศึกษาสภาพปัจจุบัน การพัฒนารูปแบบ การตรวจสอบความเหมาะสม และการประเมินผลรูปแบบประชากร ได้แก่ ผู้บริหารและครูผู้สอนในโรงเรียนจังหวัดขอนแก่น จำนวน 3,253 คน กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 346 คน ได้จากการสุ่มแบบง่าย ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ผู้บริหารและครูผู้สอน จำนวน 10 คน และผู้ให้ข้อมูลในการสนทนากลุ่ม ได้แก่ ผู้บริหาร ครูผู้สอน ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จำนวน 8 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่น .95 แบบตรวจสอบความเหมาะสมของรูปแบบและคู่มือการใช้แบบตรวจสอบรายการ และแบบประเมินรูปแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่น .90 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน รวมทั้งการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ (Exploratory Factor Analysis: EFA) โดยตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างตัวบ่งชี้และความเหมาะสมขององค์ประกอบด้วยค่า KMO และ Bartlett’s Test of Sphericity
ผลการวิจัยพบว่า
1. การวิเคราะห์องค์ประกอบของชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต
ผู้เรียนตามหลักเศรษฐกิจคุณธรรม มีตัวบ่งชี้ทั้งหมด 69 ตัว จำแนกเป็น 8 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) การเป็นผู้นำร่วม (2) การมีส่วนร่วม (3) การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน (4) การมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน (5) ความเป็นชุมชนกัลยาณมิตร (6) รูปแบบการบริหารชุมชน (7) การติดตามผลการดำเนินงาน และ (8) ผลลัพธ์ที่เกิดจากการบริหาร
2. รูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 8 องค์ประกอบดังกล่าว และผลการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิพบว่ามีความเหมาะสมในระดับมาก
3. ผลการประเมินรูปแบบโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยเรียงลำดับจากค่าเฉลี่ยสูงสุดถึงต่ำสุด ได้แก่ ด้านความเป็นประโยชน์ ด้านความเหมาะสม ด้านความถูกต้อง และด้านความเป็นไปได้ตามลำดับ
ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่า รูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ที่พัฒนาขึ้นสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมการจัดการเรียนรู้และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เรียนตามแนวทางเศรษฐกิจคุณธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
นามสีฐาน ส., & เรืืองแสน น. . (2025). การพัฒนารูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้เรียนตามหลักเศรษฐกิจคุณธรรมของโรงเรียนในจังหวัดขอนแก่น. วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬาขอนแก่น, 12(3), 335–349. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jg-mcukk/article/view/278248
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). คู่มือการบริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.).

กระทรวงศึกษาธิการ. (2553). ระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการบริหารสถานศึกษาที่ได้กระจายอำนาจการบริหารจัดการ. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.).

จรุญ จับบัง และคณะ. (2555). รูปแบบการพัฒนาคุณภาพการศึกษาตามยุทธศาสตร์การพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็กด้วยกระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา, 6(2), 59–72.

ชูชาติ พ่วงสมจิตร์. (2560). ชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ. กรุงเทพฯ: ม.ป.ท.

นันทนัช นันทพงษ์. (2560). ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: PLC). เอกสารประกอบการประชุมนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู.

บำรุง ป้องนาทราย. (2563). การพัฒนารูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อส่งเสริมความสามารถจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญตามแนวปฏิบัติสู่ผลสัมฤทธิ์ขั้นสูง (High Impact Practices) โรงเรียนหนองโนประชาสรรค์. วารสารชุมชนแห่งการเรียนรู้วิชาชีพครู, 1(1), 45–60.

วิราวรรณ์ เพ็ชรนาวา. (2563). แนวทางการพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพของโรงเรียนมัธยมศึกษาในสหวิทยาเขตวิภาวดี กรุงเทพมหานคร. (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร).

สฤษดิ์ วิวาสุขุ. (2562). รูปแบบชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โรงเรียนจอมพระประชาสรรค์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 33. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, กระทรวงศึกษาธิการ.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2553). ปฏิรูปการเรียนรู้ ผู้เรียนสำคัญที่สุด. กรุงเทพฯ: วัฒนาพานิช.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2552). รายงานความก้าวหน้าการจัดการเรียนรู้ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี 2551–2552. กรุงเทพมหานคร: เพลิน สตูดิโอ.

Darling-Hammond, L. (1999). How teacher education matters. Journal of Teacher Education, 51(3), 166–173.

Suwanwong, A. (2016). Professional Learning Communities: Thai Educational Context. In Proceedings of the 21st IASTEM International Conference, Doha, Qatar, May 19, 2016 (pp. 10–13).

Vescio, V., Ross, D., & Adams, A. (2008). A review of research on the impact of professional learning communities on teaching practice and student learning. Teaching and Teacher Education, 24(1), 80–91.