ปัญหาการถูกรอนสิทธิทางการเมืองของพระสงฆ์ไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
พระสงฆ์ไทยกับสิทธิทางกฎหมายในการเลือกตั้งในสังคมไทยนั้น ศาสนากับการเมืองสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ออกมาโดยตลอด ในอดีตรัฐเข้าไปจัดการปัญหาของคณะสงฆ์ เช่น รัฐเป็นผู้แต่งตั้งคณะสงฆ์ ตรวจสอบพระธรรมวินัยของพระสงฆ์ และจับผู้ปลอมปนมาบวชให้สึกออกไป เป็นต้น ปัจจุบันนักการเมืองเป็นฝ่ายเข้าไปควบคุมกิจการของคณะสงฆ์ เช่น นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติโดยตรง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเป็นผู้ดูแลกรมการศาสนา เมื่อนักการเมืองเป็นผู้ควบคุมดูแลกิจการของคณะสงฆ์แล้วคณะสงฆ์ก็ควรจะมีสิทธิเลือกนักการเมืองเหล่านั้นด้วย โดยผ่านกระบวนการเลือกตั้ง การใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งเป็นคนละสิ่งกับการเล่นการเมือง การที่พระสงฆ์มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง (ดังเช่นในประเทศพม่า) มิได้หมายความว่าพระสงฆ์จะสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ถ้าหากพระสงฆ์จะลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็อาจกระทำได้โดยการลาสิกขาก่อนแล้วจึงลงสมัครเลือกตั้ง ดังเช่นที่ข้าราชการมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน แต่ไม่มีสิทธิสมัครผู้แทนราษฎรถ้าข้าราชการจะสมัครเป็นผู้แทนราษฎรได้ก็ต่อเมื่อลาออกจากราชการแล้วเท่านั้น อีกประการหนึ่งนักบวชหรือเจ้าหน้าที่ในศาสนาอื่น แม้จะทำหน้าที่นักบวช เช่น บาทหลวงในศาสนาคริสต์ หรือโต๊ะอิหม่าม
ในศาสนาอิสลาม เป็นต้น ก็ล้วนแล้วมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งทั้งสิ้น ทำให้นักการเมืองมีความเกรงใจนักบวชหรือเจ้าหน้าที่ทางศาสนาเหล่านั้น ตรงกันข้ามพระสงฆ์ไทยซึ่งเป็นนักบวชในพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาของคนไทยส่วนใหญ่ กลับถูกละเลยสิทธิอันชอบธรรมนี้ไป ทำให้นักการเมืองไม่เกรงใจหรือไม่ฟังเสียงของทางฝ่ายพระสงฆ์ เพราะพระสงฆ์ไม่มีอำนาจในการควบคุมตรวจสอบนักการเมืองโดยผ่านการเลือกตั้ง นักบวชศาสนาอื่น ๆ ที่เป็นพลเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นบาทหลวงในศาสนาคริสต์หรือเจ้าหน้าที่ในศาสนาอิสลาม เช่น อิหม่ามโต๊ะครู หรือผู้ประกาศศาสนาฮินดูหรือศาสนาสิกข์ อันเป็นศาสนาที่เป็นทางการของไทย ล้วนแล้วแต่ได้รับสิทธิในฐานะพลเมืองไทยทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการมีสิทธิในการเลือกตั้ง หรือสมัครรับเลือกตั้ง สิทธิในการถือบัตรประชาชน และสิทธิอื่น ๆ ที่ตามมาจากการถือบัตรประชาชน แต่ทำไมพระสงฆ์ไทยซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพลเมืองไทยจึงมิได้รับสิทธิเทียบเท่ากับนักบวชในศาสนาอื่นของไทยทั้งที่เป็นศาสนาที่เป็นทางการเช่นเดียวกัน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรมการศาสนา. (2560). พระพุทธศาสนาในประเทศไทย. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
ธงทอง จันทรางศุ. (2553). ธรรมาภิบาลกับการเมืองไทย. สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร.
ประมวลกฎหมายคณะสงฆ์ พุทธศักราช 2505. บทนำ. อ้างอิงพระราชปรารภของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต). (2544). รัฐกับพระศาสนา. (พิมพ์ครั้งที่ 3). โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย.
พุทธทาสภิกขุ. (2540). จริยธรรมพื้นฐานของมนุษย์. ธรรมสภา.
มหาเถรสมาคม. (2550). คำสอนสำคัญในพระไตรปิฎก. ธรรมสภา.
ส. ศิวรักษ์. (2555). พุทธศาสนากับสังคม. (พิมพ์ครั้งที่ 5). สำนักพิมพ์สุขภาพใจ.
สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต). (2559). พุทธธรรม. (พิมพ์ครั้งที่ 18). มหามกุฏราชวิทยาลัย.
สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา. (2562). แนววินิจฉัยเกี่ยวกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง. คณะกรรมการกฤษฎีกา.
Habermas, J. (1996). Between Facts and Norms. Cambridge: MIT Press.
Rawls, J. (1999). A Theory of Justice. Cambridge: Harvard University Press.
UNESCO, Destruction of the Bamiyan Buddhas, https://whc.unesco.org/en/news/177/