การนำเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ ขององค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง

Main Article Content

คณณัฏฐ์ คริสส์ เกษทอง
ชื่นชนก โควินท์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยและเงื่อนไขของสถานภาพการเป็นองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพทั้งในและต่างประเทศ 2) วิเคราะห์กระบวนการเรียนรู้ด้าน Health Literacy เพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ และ 3) นำเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้
ด้าน Health Literacy เพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ ด้วยระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยวิจัยเอกสารออนไลน์เกี่ยวกับองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพในประเทศไทยและต่างประเทศ ที่คนวัยทำงานมีปัญหาเรื่องพฤติกรรมการดำเนินชีวิตอันก่อให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และมีนโยบายส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นการคัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ และศึกษาภาคสนามกระบวนการเรียนรู้ด้าน Health Literacy เพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ ในองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนที่มีการดำเนินงานด้าน Health Literacy เพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ 1) สถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง ภายใต้กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 2) บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) 3) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ 4) บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) แล้วยกร่างและนำเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ด้าน Health Literacy เพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพโดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ
ที่มีความเชี่ยวชาญด้าน Health Literacy จำนวน 7 ท่านให้ความเห็นและข้อเสนอแนะในการสนทนากลุ่ม(focus group discussion)
ผลการวิจัยพบว่า
1. ปัจจัยที่เอื้อต่อสถานภาพการเป็นองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ ได้แก่ กฎหมายและนโยบายผู้นำ ทุน และภาคีเครือข่าย ส่วนเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรคต่อสถานภาพการเป็นองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ ได้แก่ การชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ค่านิยมในการดำเนินชีวิต และความเหลื่อมล้ำทางสังคม
2. กระบวนการการเรียนรู้ด้าน Health Literacy เพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในองค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ ได้แก่ 1) การเข้าถึง 2) การเข้าใจ 3) การตอบโต้ซักถามแลกเปลี่ยน 4) การตัดสินใจ
5) การเปลี่ยนพฤติกรรม 6) การบอกต่อ
3. แนวทางการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ ได้แก่ 1) การสร้างแรงจูงใจ 2) การให้โอกาสการเข้าถึงข้อมูล 3) การสร้างความเข้าใจ 4) การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 5) การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และ 6) การคงพฤติกรรม

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
คริสส์ เกษทอง ค., & โควินท์ ช. (2024). การนำเสนอแนวทางการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ ขององค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง. วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬาขอนแก่น, 11(4), 114–130. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jg-mcukk/article/view/271343
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงสาธารณสุข. (2561). การประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพของ คนไทย อายุ 15 ปีขึ้นไป ในการปฏิบัติตามหลัก 3 อ. 2 ส. กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข.

ชะนวนทอง ธนสุกาญจน์ และ นรีมาลย์ นีละไพจิตร. (2558). การพัฒนาเครื่องมือวัดความรู้แจ้งแตกฉานทางสุขภาพ (Health Literacy) สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง. นนทบุรี: กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ.

รัชนี จันทร์ทับทอง. (2562). แนวทางการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมอาชีพคนพิการ. (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาพัฒนศึกษา). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). (2563). Thai health? Watch 2020 จับตาทิศทางสุขภาพคนไทย ปี 2563. สืบค้นเมื่อ 1 มิถุนายน 2567, จาก https://www.thaihealth.or.th

สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ. (2560). รายงานภาระโรคและการบาดเจ็บของประชากรไทย พ.ศ. 2557. นนทบุรี: บริษัท เดอะ กราฟิโก ซิสเต็มส์ จำกัด.

Nutbeam, D. (2008). The evolving concept of health literacy. Social science & medicine, 67(12), 2072 - 2078.

World Health Organization. (2020). Laboratory testing for coronavirus disease 2019 (COVID-19) in suspected human cases: interim guidance, 2 March 2020 (No. WHO/COVID-19/laboratory/2020.4). World Health Organization