สภาวการณ์การเรียนรู้ทางจริยธรรมตามรูปแบบมนุษยนิยมแบบฆราวาส ของกลุ่มเยาวชนไทยในยุคหลังสมัยใหม่นิยม

Main Article Content

ณิชกานต์ เพียรล้ำเลิศ
อุบลวรรณ หงษ์วิทยากร

บทคัดย่อ

บทความวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาวการณ์ทางจริยธรรมตามรูปแบบมนุษยนิยมแบบฆราวาสของกลุ่มเยาวชนไทยในโลกยุคหลังสมัยใหม่นิยม 2) ศึกษาสภาวการณ์ทางจริยธรรมตามรูปแบบมนุษยนิยมแบบฆราวาสของกลุ่มเยาวชนไทยในโลกยุคหลังสมัยใหม่นิยม โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสม (Mixed Method Research) โดยมีการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) กับกลุ่มตัวอย่างที่เก็บข้อมูลเป็นกลุ่มเยาวชนอายุระหว่าง 15-18 ปี จำนวน 575 คน ที่ใช้วิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบง่าย เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม และ การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research)


ผลการวิจัยพบว่า


1) คุณค่าทางจริยธรรมที่ได้เรียนรู้ในยุคหลังสมัยใหม่นิยม ได้แก่ เรื่องคุณค่าในเรื่องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ (Human Dignity) ระดับมากที่สุด ในขณะที่ให้คุณค่าเรื่องการตระหนักรู้ในประเด็นของโลกเรียนรู้น้อยที่สุด


2) กระบวนการเรียนรู้ทางจริยธรรมในโลกยุคสมัยใหม่นิยม พบว่า เยาวชนเรียนรู้เรื่องจริยธรรมจากการอบรมสั่งสอนของพ่อแม่ ผู้ปกครองมากที่สุด ในขณะที่เรียนรู้เรื่องจริยธรรมจากวัดหรือพระสงฆ์น้อยที่สุด และ


3) เป็นปัจจัยเงื่อนไขการเรียนรู้จริยธรรมตามรูปแบบมนุษยนิยม
แบบฆราวาส ที่สำคัญมากที่สุด คือการเรียนรู้ด้วยสำนึกของตนเอง ขณะที่ปัจจัยเงื่อนไขที่มีผลต่อการเรียนรู้น้อยที่สุดคือข่าวสารและเอกสารจากภาครัฐ ทั้งนี้ปัจจัยด้านเพศ อายุ สถานภาพการศึกษา สถานภาพครอบครัว และอาชีพของผู้ปกครอง มีผลต่อการเรียนรู้จริยธรรมไม่แตกต่างกัน ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ.05 แต่ผลการสัมภาษณ์เยาวชนที่คัดเลือกแบบเจาะจง จำนวน 12 คน พบว่าปัจจัยด้านประชากร เช่น เพศ สถานภาพการศึกษา สภาพครอบครัว และอาชีพผู้ปกครอง มีผลต่อสภาวการณ์เรียนรู้ทางจริยธรรมสำหรับสภาวการณ์จริยธรรมตามรูปแบบมนุษยนิยมแบบฆราวาสมี 5 มิติ ประกอบด้วย 1) มิติความเป็นปัจเจกนิยม (Individualism) 2) การสร้างพื้นที่ปลอดภัย (Safe Space) 3) การลบภาพมายาคติ
(Demystification) ในวาทกรรมและคติธรรมเรื่อง ‘เด็กดี’ ‘คนดี’ และ คติธรรมเพื่อความสำเร็จ (Success Ethic) 4) สัญญาประชาคมในชุมชนออนไลน์ (Digital Platform and Online Social Contract) 5) จรรยาบรรณการอยู่ร่วมกับปัญญาประดิษฐ์ (A.I.) ทั้งนี้ กระบวนการเรียนรู้จริยธรรมควรเป็นการจัดชีวนิเวศ 4 ด้าน ได้แก่ 1) กระบวนการ 2) บุคคล 3) บริบท 4) เวลา ให้เหมาะสมกับยุคสมัยมากกว่าการสอนที่บังคับให้เชื่อ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เพียรล้ำเลิศ ณ., & หงษ์วิทยากร อ. . (2024). สภาวการณ์การเรียนรู้ทางจริยธรรมตามรูปแบบมนุษยนิยมแบบฆราวาส ของกลุ่มเยาวชนไทยในยุคหลังสมัยใหม่นิยม. วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬาขอนแก่น, 11(4), 131–150. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jg-mcukk/article/view/270875
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

สรินทรภรณ์ พินิจเวชการ. (2561). การศึกษานักเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษทางด้านการอ่าน: กรณีศึกษา นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ในเขตภาคกลาง. (วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

แสวง นิลนามะ. (2564). แนวทางส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้คุณธรรมจริยธรรมด้านจิตสาธารณะของเด็กและเยาวชนในยุคปัจจุบัน. วารสาร มจร บาฬีศึกษาพฺทธโฆสปริทรรศน์, 7(3), 126-140.

อ้อมเดือน สดมณี. (2554). การพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม : จากแนวคิดสู่แนวทางการปฏิบัติ. วารสารพฤติกรรมศาสตร์, 17(1), 19-30.

Bronfenbrenner, U.; Morris, P.A. (1998). The ecology of developmental processes, Vol. 1. New York. pp. 993–1023. ISBN 0-471-05527-1.

Rosa, Hartmut.; Columbia University Press (2015). Social Acceleration: A new theory of modernity. ISBN 9780-231-14835-1

Robert A. Black, Journal of Markets & Morality (Spring 2006). What did Adam Smith say about self-love?, Vol 9. pp.7-34.

Samuel Fleischacker, “Adam smith’s moral and political philosophy,” in The Stanford Encyclopedia of Philosophy, edited by Edward N. Zalta (Metaphysics Research Lab, Stanford University, 2017) spring 2017 ed.

Nikodem Tomczk, Artificial intelligence moral agent as Adam Smith’s impartial spectator, 2305.11519 (arxiv.org)

Etzioni, Amitai. 1988. The Moral Dimension. New York: Free Press.