การพัฒนาระบบการเสริมสร้างสมรรถนะของคณาจารย์การบริหารการศึกษาตามหลักสัปปุริสธรรม 7 ของสถาบันอุดมศึกษา ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบที่ส่งผลต่อการเสริมสร้างสมรรถนะของคณาจารย์การบริหารการศึกษาตามหลักสัปปุริสธรรม 7 ของสถาบันอุดมศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2) พัฒนาระบบการเสริมสร้างสมรรถนะของคณาจารย์การบริหารการศึกษาตามหลัก
สัปปุริสธรรม 7 ของสถาบันอุดมศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และ 3) ประเมินระบบการเสริมสร้างสมรรถนะของคณาจารย์การบริหารการศึกษาตามหลักสัปปุริสธรรม 7 ของสถาบันอุดมศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รูปแบบการวิจัยเป็นการวิจัยเชิงผสานวิธีระหว่างการวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ประชากรและกลุ่มตัวอย่างมี 2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผู้บริหารและกลุ่มอาจารย์จากสถาบันอุดมศึกษาเอกชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้วิจัยใช้รูปแบบการวิจัย 7 ขั้นตอนตามลำดับ คือ (1) ทบทวนความรู้ที่เกี่ยวข้อง (2) การสำรวจและประเมินความจำเป็น (3) การพัฒนากรอบความคิด (4) การสำรวจความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ (5) การพัฒนาต้นแบบระบบ (6) การตรวจสอบและประเมินผลระบบ และ (7) แก้ไขและสรุปผลการวิจัย
ผลการวิจัยพบว่า
1. ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเสริมสร้างสมรรถนะของคณาจารย์การบริหารการศึกษาตามหลักสัปปุริสธรรม 7 ของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือ 1) ด้านนโยบายยังขาดความชัดเจน 2) ด้านการบริหารจัดการ ควรเน้นในเรื่องการสร้างระบบการบริหารจัดการที่เป็นรูปธรรม และ 3) ด้านการเสริมสร้างสมรรถนะอาจารย์ ควรพัฒนาในทักษะที่จำเป็นและสำคัญต่อการตอบสนองของชุมชน
2. ระบบการเสริมสร้างสมรรถนะของคณาจารย์การบริหารการศึกษาตามหลักสัปปุริสธรรม 7 ของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ระบบ PADLIKE MODEL ประกอบด้วยการสร้างคุณค่าของอาจารย์วิชาการบริหารการศึกษา (P : Personal Value Creation) การพัฒนาระบบการบริหารจัดการสมรรถนะอาจารย์วิชาการบริหารการศึกษา (A: Administrative System Development) การจัดทำแผนกลยุทธ์การพัฒนาสมรรถนะอาจารย์วิชาการบริหารการศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือแบบมีส่วนร่วม (D: Developing Competency Strategy) การพัฒนาองค์กรไปสู่องค์กรการเรียนรู้ (L : Life Long Learning) การสร้างอัตลักษณ์เฉพาะบุคคล (I : Identity Formation) การสร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ (K: Knowledge Exchange Network) และการจัดตั้งหน่วยงานพัฒนาสมรรถนะอาจารย์วิชาการบริหารการศึกษา (E : Education Department Competencies and Skills)
3. ผลการประเมินระบบการเสริมสร้างสมรรถนะของคณาจารย์การบริหารการศึกษาตามหลักสัปปุริสธรรม 7 ของสถาบันอุดมศึกษาเอกชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่า โดยรวมอยู่ในระดับที่เห็นด้วยมาก
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
ชมสุภัค ครุฑกะ. (2554). ความต้องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สู่ประชาคมอาเซียน. วารสารวิชาการศิลปะศาสตร์ประยุกต์, 4(2), 64-69.
ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2559). เอกสารประกอบการบรรยายกระบวนการวิจัยและพัฒนา. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี.
พระครูโอภาสกิตติวัฒน์ ทีปธมฺโม และ ระวิง เรืองสังข์. (2559). การพัฒนาวัดเป็นแหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมที่ยั่งยืน. วารสารครุศาสตร์ปริทรรศน์ฯ, 3(2), 87-95
วิจิตร จันทรากุล และคณะ. (2558). แนวความคิดและพัฒนาการเกี่ยวกับความเป็นอิสระของมหาวิทยาลัยไทย: การวิเคราะห์เชิงประวิติศาสตร์. (วิทยานิพนธ์คุรุศาสตรดุษฎีบัณฑิต). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
วิจิตร ศรีสอ้าน. (2541). ยุทธศาสตร์การพัฒนาคณาจารย์ในระดับอุดมศึกษา. วารสารวิชาการราชภัฏฉะเชิงเทรา, 1(2), 1-10.
ศศิวิมล คำประกายสิต. (2561). การมีส่วนร่วมในการบริหารงานของบุคลากรกองกิจการนิสิตมหาวิทยาลัยพะเยา. (วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต). พะเยา: มหาวิทยาลัยพะเยา.
สุธาทิพย์ ทั่วจบ. (2555). แบบจำลองการพัฒนาสมรรถนะการวิจัยของอาจารย์รุ่นใหม่. (ดุษฎีนิพนธ์ศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล.
Hellriegel, D. (2002). Management: A Competency-based Approach. (9th ed.). Cincinnati. OH: South-Western.
Nadler. (1980). Corporate Human Resource Development. New York: Van Nostrand Reinhold Company.
McClelland, D. C. (1973). Testing for Competence Rather Than for Intelligence. American Psychologist, 28, 1–14.