พระเกจิอาจารย์อีสานใต้: กระบวนการสร้างอัตลักษณ์พลังศรัทธา และความมั่นคงของชุมชน

Main Article Content

พระครูสังฆรักษ์คุณ ศิริสำราญ
มนตรี ศรีราชเลา
ธีระพงษ์ มีไธสง

บทคัดย่อ

             การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษากระบวนการสร้างอัตลักษณ์ของพระเกจิอาจารย์อีสานใต้ 2) เพื่อการสร้างพลังศรัทธาของต่อประชาชนต่อพระเกจิอาจารย์อีสานใต้และ 3) เพื่อการสร้างความมั่นคงของชุมชนของพระเกจิอาจารย์อีสานใต้พื้นที่วิจัย คือ ตำบลทุ่งมน อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์, ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ และตำบลสูงเนิน อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีพระเกจิอาจารย์อีสานใต้อาศัยอยู่คือ หลวงปู่หงส์ พรหมปัญฺโญ หลวงปู่สรวง มหามุนี และหลวงปู่ฤทธิ์ รตนโชโต เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย แบบสำรวจเบื้องต้นสังเกตแบบมีส่วนร่วม สัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง สนทนากับกลุ่มตัวอย่างเพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับกระบวนการสร้างความมั่นคงชุมชนของพระเกจิอาจารย์อีสานใต้ โดยการเลือกแบบเจาะจง ประชากรในการวิจัย คือ ประชากรที่อาศัยอยู่ในตำบลทุ่งมน อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์, ตำบลไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ และตำบลสูงเนิน อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์กลุ่มผู้รู้  40 รูป/คน กลุ่มผู้ปฏิบัติ 40 รูป/คน กลุ่มทั่วไป 40 รูป/คน เก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 120 รูป/คน การจัดทำข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล แล้วนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลแบบพรรณาวิเคราะห์


            ผลการวิจัยพบว่า กระบวนการสร้างอัตลักษณ์ของพระเกจิอาจารย์อีสานใต้ พบว่า พระเกจิอาจารย์อีสานใต้ โดยมากเป็นพระที่มีความเมตตา กรุณา รู้ศาสตร์ในด้านการรักษา และบรรเทาทุกข์ของประชาชนได้ กระบวนการสร้างพลังศรัทธาแต่ละรูปมีความจำเพาะที่แตกต่างกันออกไป ทั้งมีพลังสมาธิจิตสูง ทั้งข้อวัตรปฏิบัติธรรม และการสร้างคุณประโยชน์ สาธารณประโยชน์ไว้มากมายหลายอย่าง จนกลายเป็นรูปธรรม เป็นที่มาแห่งความศรัทธา เชื่อถือ


            การสร้างพลังศรัทธาของประชาชนต่อพระเกจิอาจารย์อีสานใต้ พบว่า ด้านการพัฒนาชุมชน พบว่าพระเกจิอาจารย์อีสานใต้เป็นพระนักพัฒนาด้านคมนาคม ขุดสระ ด้านการสงเคราะห์ชุมชนพบว่า พระเกจิอาจารย์อีสานใต้ ให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียน นักศึกษา และพระสงฆ์ที่กำลังศึกษาเล่าเรียน  สร้างสถานที่จำหน่ายอาหาร สินค้า สร้างสถานพยาบาล  สร้างสถานที่ปฏิบัติธรรม บริจาคเงินช่วยเหลือผู้ที่มีฐานะยากจน สร้างศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์เพื่อแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ ผู้ปกครอง ด้านการเผยแผ่ธรรมะพบว่า พระเกจิอาจารย์อีสานใต้  สั่งสอนให้ปฏิบัติตามคำสอนขององค์ภาวนาพระกัมมัฏฐาน ด้านการสืบสานวัฒนธรรมประเพณี พบว่า ได้จัดโครงการอบรมศีลธรรมแก่ชุมชน จัดให้มีการบำเพ็ญสมาธิ เจริญจิตภาวนา บวชเนกขัมมบารมี จัดกิจกรรมทางศาสนา


            การสร้างความมั่นคงของชุมชนของพระเกจิอาจารย์อีสานใต้ พบว่า ความมั่นคงศรัทธาของชุมชนที่มีต่อ พระเกจิอาจารย์อีสานใต้พบว่ามีการสร้างวัตถุมงคล สร้างสถานที่เก็บสรีระสังขารที่ไม่เน่าเปื่อยเพื่อให้เป็น ตัวแทนเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจให้คลายจากความทุกข์ และนำหลักธรรม คำสอนมาเป็นแนวในการปฏิบัติและดำเนินชีวิต และพัฒนาต่อยอดในมิติ ทั้งทางร่างกายและจิตใจได้เป็นอย่างดี และสมควรจารึกให้เป็นสิ่งที่ชาวพุทธควรทำการเข้าใจและศึกษาต่อไป

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ศิริสำราญ พ. ., ศรีราชเลา ม. ., & มีไธสง . ธ. (2019). พระเกจิอาจารย์อีสานใต้: กระบวนการสร้างอัตลักษณ์พลังศรัทธา และความมั่นคงของชุมชน. วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬาขอนแก่น, 6(1), 86–99. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jg-mcukk/article/view/243638
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Jumnong Adivattanasit. (1 9 8 2 ). Sociology of Religion . Bangkok: Kasetsart
University.
Jurairat Buntisut. ( 2 0 1 3 ) . The Roles Played by Buddhist Monk in Social
Development : Case Study of Phatthepruttanakrawee, Mahathat
Temple, Phetchaboon Province. Research Report. College:
Phetchabun Rajabhat University.
Pisit Bunchai and SongkunJantason. ( 1973) . Buddhism: Status, roles, and
changes in Isan society. Mahasarakham: The Research Institute of
Northeastern Art and Culture Mahasarakham University.
Praratchamunee. (1984). Monk Institute with Thai Studies. Bangkok: Golden
Plum Foundation.